รีเซต
Golden Moment อาเซียนคัพ : ทีมชาติไทย กับแชมป์ครั้งสุดท้ายที่ได้

Golden Moment อาเซียนคัพ : ทีมชาติไทย กับแชมป์ครั้งสุดท้ายที่ได้

Golden Moment อาเซียนคัพ : ทีมชาติไทย กับแชมป์ครั้งสุดท้ายที่ได้
ultras malaya
11 พฤศจิกายน 2557 ( 17:24 )
5.2K

เหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์เศษ ศึกลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 จะระเบิดแข้งกันแล้ว ซึ่งในครั้งนี้ ประเทศเวียดนาม กับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ซึ่งวันนี้จะย้อนไปในปี 2002 โดยเป็นการแข่งขันในครั้งที่ 4 ของรายการนี้ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ “ขุนพลช้างศึก” ทีมชาติไทย ได้สัมผัสแชมป์รายการนี้ นับจากนั้นมา ก็ไม่ได้คว้าแชมป์รายการนี้ อีกเลย จนถึงปัจจุบัน ต่อไปเราจะพาไปดูเส้นทางของทีมชาติไทย กับแชมป์ครั้งสุดท้าย ดังกล่าวกัน 

ศึกลูกหนัง รายการ อาเซียน ฟุตบอล แชมเปียนชิพ ครั้งที่ 4 ปี 2002 ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นชื่อรายการ ไทเกอร์ คัพ ตามสปอนเซอร์ของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชื่อดังของสิงคโปร์ โดยมีประเทศ อินโดนีเซีย กับ สิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน และเป็นครั้งแรกที่มี 2 ประเทศเป็นเจ้าภาพร่วมกันจนถึงปัจจุบัน จัดกันในระหว่างวันที่ 15-29 ธันวาคม

ในส่วนของทีมชาติไทย ในเวลานั้น เป็นแชมป์เก่าถึง 2 สมัย ทั้งในปี 1996 กับ 2000 ส่วนอีก 1 ครั้งในปี 1998 ตกเป็นของ สิงคโปร์ โดยขุนพลของไทย ในเวลานั้น ปีเตอร์ วิธ เฮดโค้ชชาวอังกฤษ ทำทีม ซึ่งมีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์คับคั่ง นำทัพมาโดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, วรวุฒิ ศรีมะฆะ, เกียรติศักดิ์ ระวังป่า และ ดุสิต เฉลิมแสน บวกกับแข้งพลังหนุ่มจากแชมป์ ซีเกมส์ 2001 และ อันดับที่ 4 ปูซานเกมส์ อาทิ มานิตย์ น้อยเวช, ณรงค์ชัย วชิรบาล, อิศวะ สิงห์ทอง และ พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี 

โดยในรอบแบ่งกลุ่มรอบแรก ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ เจ้าภาพร่วม สิงคโปร์, มาเลเซีย และ สปป.ลาว ซึ่งลงฟาดแข้งกันในระหว่างวันที่ 18-22 ธันวาคม ณ สนามกีฬาแห่งชาติ สิงคโปร์ ซึ่งผลงานในรอบแบ่งกลุ่มของไทย ถือว่าเกือบที่จะเอาชื่อเสียงไปทิ้งซะแล้ว เมื่อจบในอันดับที่ 2 ของกลุ่ม มีอยู่ 4 แต้ม จากการชนะ สปป.ลาว 5:1, พลิกล็อคพ่ายต่อ มาเลเซีย 1:3 และ ยื้อกับ สิงคโปร์ แบบเจียนอยู่เจียนไป 1:1 ผ่านเข้ารอบมาได้อย่างกระท่อนกระแท่น 

เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งได้ย้ายมาฟาดแข้ง ที่สนาม เกโรลา บุง คาร์โน หรือ สนามเสนายัน เดิม ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรอบตัดเชือก ต้องโคจรมาพบกับ “ขุนพลเหงียน” ทีมชาติเวียดนาม ที่เริ่มจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไทย ณ เวลานั้น ที่นำทัพมาโดย เล ฮุนห์ ดึ๊ก แข้งตัวเก่งของทีม แต่ด้วยประสบการณ์ของนักเตะไทยที่สูงกว่า ทำให้สามารถเอาชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็น 4:0 จากผลงานของ วรวุฒิ ศรีมะฆะ, ณรงค์ชัย วชิรบาล, มานิตย์ น้อยเวช และ ศักดา เจิมดี ที่ดาหน้ายิงกันคนละลูก ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับ “อิเหนา” ทีมชาติอินโดนีเซีย เจ้าภาพร่วมอีกทีม ที่เอาชนะ มาเลเซีย ไปได้ 1:0 จากศูนย์หน้าดาวดังในเวลานั้น อย่าง บัมบัง ปามุงกัส 

ในรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย ต้องมาพบกับ เจ้าภาพ อินโดนีเซีย ที่นักเตะไทยบางคน ยังติดภาพหลอนมาจากการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 19 เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่จางหาย โดยเฉพาะ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับ วรวุฒิ ศรีมาฆะ ที่รับรู้ถึง นรกของสนามนี้เป็นอย่างดี แต่ด้วยประสบการณ์ของทั้ง 2 คนนี้ก็ช่วยให้ทีม เริ่มต้นได้ดีพอสมควร เมื่อ ทีมชาติไทย ยิงขึ้นไปถึง 2:0 จาก ชูเกียรติ หนูสลุง กับ เทิดศักดิ์ ใจมั่น จนหมดเวลาในนครึ่งแรก

แต่พอกลับมาเล่นในครึ่งหลัง กลายเป็นหนังคนละม้วนไปเลย เมื่อเจ้าถิ่น ยิงตีตื้นขึ้นมาตั้งแต่ต้นเกมครึ่งหลัง ทำให้ ไทย เล่นด้วยความกดดันมากขึ้น จนต้องมาเสียประตูตีเสมอในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ทำให้โมเมนตั้ม ไปอยู่ที่ อินโดนีเซีย แล้ว 

อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทย ก็ใช้ประสบการณ์ที่ดีกว่า ยื้อกับ เจ้าภาพ ไปจนถึงการตัดสินด้วยการยิงลูกที่จุดโทษ ซึ่งก็เป็น ทีมชาติไทย ที่ยิงได้แม่นกว่า เอาชนะ อินโดนีเซีย ไป 4:2 คว้าแชมป์ไปครองส่งท้ายปี และเป็นแชมป์สมัยที่ 3 สมัยสุดท้ายของทีมชาติไทย ในรายการนี้ นับได้ว่าเป็น Golden Moment ของศึกลูกหนัง อาเซียนคัพ ได้เลย จนถึงปัจจุบัน สุดท้ายแล้ว ทีมชาติไทย จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในรอบ 12 ปี ได้หรือไม่ แฟนบอลไทย ต้องติดตามกันต่อไปครับ 

 

ชมทีวีออนไลน์ช่องทรูโฟร์ยู ดิจิตอล ฟรีทีวี แบบสดๆ ได้ที่นี่
ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ที่
FB : TrueSportTW : True_Sport
คลิกชม ตารางถ่ายทอดสดฟุตบอล ได้ที่นี่

เครดิตภาพ – Footballthai.com
เรียบเรียงโดย – Mo Malaysia 
11-11-2557

17.00 น.

ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
สัมผัสโลกไร้ขีดจำกัดกับทรูไอดี