
รวยไม่ไหวแล้ว!! เรอัล มาดริด ทุบสถิติโลก โกยรายได้สูงสุดแม้ไร้แชมป์

เรอัล มาดริด ทีมดังแดนกระทิงดุสร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรฟุตบอลแห่งแรกของโลกที่มีรายได้ทะลุ 1.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 45,800 ล้านบาท) แม้ฤดูกาล 2025/26 จะจบลงโดยไม่มีแชมป์ติดมือ ขณะที่การปรับปรุงสนามซานติอาโก เบร์นาเบว ยังคงเป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างรายได้ แม้สโมสรยังต้องแบกรับหนี้สินและต้นทุนมหาศาล
เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน ประกาศผลประกอบการประจำฤดูกาล 2025/26 พร้อมสร้างสถิติใหม่ในวงการฟุตบอลโลก ด้วยรายได้รวม 1.221 พันล้านยูโร (ประมาณ 46,600 ล้านบาท) นับเป็นสโมสรแห่งแรกที่มีรายได้ทะลุหลัก 1.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 45,800 ล้านบาท) และยังเป็นการทำลายสถิติของตัวเองเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นการเติบโตของรายได้ต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 5 แม้ว่าทีมจะจบฤดูกาลโดยไม่ได้แชมป์แม้แต่รายการเดียว
ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์จากฤดูกาลก่อน อย่างไรก็ตาม ภายในรายได้ดังกล่าวมีเงินจำนวน 23.5 ล้านยูโร (ประมาณ 897 ล้านบาท) ซึ่งเกิดจากการกลับรายการสำรองทางบัญชีหลังคดีความกับคณะกรรมาธิการยุโรปสิ้นสุดลงเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมา เรอัล มาดริด นับเงินส่วนนี้เป็นรายได้ แม้ว่าหลายสโมสรจะไม่นำมาคำนวณ หากตัดรายการดังกล่าวออก รายได้ของสโมสรจะต่ำกว่าระดับ 1.2 พันล้านยูโร เล็กน้อย
ศักยภาพในการสร้างรายได้ของ เรอัล มาดริด เหนือกว่าสโมสรอื่นอย่างชัดเจน โดยในอังกฤษ ซึ่งถือเป็นลีกที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนสูงที่สุดในปัจจุบัน อาร์เซนอล น่าจะเป็นสโมสรที่มีรายได้สูงสุดของประเทศในฤดูกาล 2025/26 ที่ประมาณ 800 ล้านปอนด์ (934 ล้านยูโร หรือประมาณ 35,700 ล้านบาท) ซึ่งยังห่างจากตัวเลขของทีมดังจากสเปนอย่างมาก
เรอัล มาดริด ยังประกาศตัวเลข EBITDA หรือกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย สูงเป็นสถิติใหม่ที่ 287 ล้านยูโร (ประมาณ 10,970 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 44 ล้านยูโร (ประมาณ 1,680 ล้านบาท) หรือ 18 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวรวมกำไรจากการขายนักเตะไว้ด้วย ซึ่งเป็นวิธีคำนวณที่หลายสโมสรไม่ได้ใช้
ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนมหาศาลในการปรับปรุง ซานติอาโก เบร์นาเบว เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน
รายได้จากสนามแข่งขัน ซึ่งสโมสรเรียกว่า "Stadium Revenue" อยู่ที่ 363 ล้านยูโร (ประมาณ 13,880 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปรับปรุงสนาม และเพิ่มขึ้นอีก 36 ล้านยูโร (ประมาณ 1,380 ล้านบาท) จากฤดูกาลก่อน
ในจำนวนนี้มีรายได้ประมาณ 10 ล้านยูโร (ประมาณ 382 ล้านบาท) จากการจำหน่ายสิทธิ์ที่นั่งระยะยาว หรือ Personal Seat Licenses (PSLs) ซึ่งเปิดโอกาสให้แฟนบอลซื้อสิทธิ์ในการซื้อบัตรปีตลอด 30 ปี พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษภายในสนาม
อย่างไรก็ดี แม้รายได้จากสนามจะเติบโต แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่สโมสรตั้งไว้ถึง 39 ล้านยูโร (ประมาณ 1,490 ล้านบาท) ส่งผลให้รายได้รวมต่ำกว่างบประมาณที่วางไว้ 27 ล้านยูโร (ประมาณ 1,030 ล้านบาท) แม้ว่ารายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจะช่วยชดเชยบางส่วน
แม้ไม่มีแชมป์ในสนาม และยอดขายสินค้าที่ระลึกจะลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลล่าสุด แต่ เรอัล มาดริด ยังคงเป็นมหาอำนาจด้านการตลาด โดยรายได้จากการตลาดอยู่ที่ 539 ล้านยูโร (ประมาณ 20,590 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 82 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงก่อนปรับปรุงสนามเบร์นาเบว ขณะที่รายได้จากสปอนเซอร์และลิขสิทธิ์เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก 17 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลเดียว
สโมสรยังเปิดตัว Bernabeu Infinito ประสบการณ์แฟนบอลผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) เพื่อสร้างรายได้จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเมื่อสนามเบร์นาเบวเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบ รายได้ก็น่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก
ตามรายงานของสโมสร รายได้ที่เพิ่มขึ้น 464 ล้านยูโร (ประมาณ 17,720 ล้านบาท) นับตั้งแต่ฤดูกาล 2018/19 นั้น กว่า 93 เปอร์เซ็นต์ มาจากรายได้ที่สโมสรบริหารจัดการเอง หรือรายได้ที่ไม่ใช่ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งสะท้อนว่าการปรับปรุงสนามได้ยกระดับศักยภาพทางธุรกิจของ เรอัล มาดริด ไปอีกขั้น
แม้รายงานการเงินฉบับเต็มจะเปิดเผยในเดือนกันยายน และจะทำให้เห็นภาพทางการเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เห็นได้ในเวลานี้คือ เรอัล มาดริด ยังคงเป็นสโมสรที่สร้างรายได้สูงที่สุดในโลก และยังครองตำแหน่งผู้นำทั้งในสนามธุรกิจและหน้าสื่อฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง
