รีเซต
ซาโยนาระ!! ย้อนไทม์ไลน์ 7 ปีของ "เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์" บนสังเวียนเจลีก

ซาโยนาระ!! ย้อนไทม์ไลน์ 7 ปีของ "เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์" บนสังเวียนเจลีก

ซาโยนาระ!! ย้อนไทม์ไลน์ 7 ปีของ "เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์" บนสังเวียนเจลีก
bally4455
22 มิถุนายน 2566 ( 20:00 )
493

ย้อนดูเส้นทางตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปีของ "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับการค้าแข้งในศึกเจลีก ภายใต้สีเสื้อของสโมสร คอนซาโดเล ซัปโปโร และ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ 

ในที่สุด "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็ตัดสินใจย้ายกลับมาค้าแข้งบนแผ่นดินเกิดอีกครั้ง หลังจากโบกมือลา คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ และเซ็นสัญญามาร่วมทัพ "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เตรียมลุยศึกไทยลีก 2023-24

ต้องยอมรับว่า ผลงานของ ชนาธิป กับต้นสังกัดล่าสุดอย่าง คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ นั้นน่าผิดหวัง แต่ถ้ามองผลงานโดยรวมตลอดระยะเวลาที่ได้โชว์ฝีเท้าในศึกเจลีก ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า "เจ ชนาธิป" ประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเหลว 

โอกาสนี้ เราลองมาย้อนดูไทม์ไลน์ของ "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในระยะเวลาเกือบ 7 ปีที่เขาโลดแล่นอยู่บนสังเวียนแข้งแห่งแดนซามูไร

ปี 2017 : แจ้งเกิดเปิดตัว

ชนาธิป ย้ายจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร และได้ลงสนามช่วยทีมในช่วงครึ่งหลังของศึกเจลีก ฤดูกาล 2017 โดยก่อนที่ดาวเตะทีมชาติไทยรายนี้จะย้ายไปค้าแข้งกับซัปโปโร ซึ่งเป็นทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่เจลีกในฤดูกาลนั้น แฟนบอลจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่าเป็นการย้ายทีมโดยมีเป้าหมายหลักคือเรื่อง "การตลาด" หรือเปล่า 

ไม่ปฏิเสธว่า การดึงตัว ชนาธิป ไปร่วมทีมนั้นส่งผลให้ คอนซาโดเล ซัปโปโร ได้ประโยชน์เรื่องการตลาดอย่างมหาศาล เพราะนี่คือนักเตะ "ตัวท็อป" ของทีมชาติไทย และในขณะเดียวกัน ชนาธิป ทำผลงานในสนามค่อนข้างดี โดยสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันที และได้ลงสนามไป 17 นัดในทุกรายการ พร้อมกับช่วยให้ทีมน้องใหม่อย่าง ซัปโปโร ไม่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น และจบฤดูกาลในอันดับที่ 11 

ปี 2018 : พีกสุดๆ หยุดไม่อยู่

หลังจากปรับตัวกับ ซัปโปโร ได้เรียบร้อยทั้งในเรื่องของฟุตบอล ความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิต ชนาธิปเริ่มฉายแสงระเบิดฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาล 2018 จนก้าวขึ้นมาเป็นคีย์แมนสำคัญของทีม และกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลทั้งเมืองซัปโปโร

ในซีซั่น 2018 ถือเป็นจุดพีกสุดในเส้นทางค้าแข้งของชนาธิปเลยก็ว่าได้ ด้วยผลงานลงเล่นเจลีก 30 นัด ยิง 8 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ และนำทัพ ซัปโปโร จบในอันดับ 4 ของตาราง ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร แถมเจ้าตัวยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำสโมสรอีกด้วย

และที่ยิ่งไปกว่านั้น"เจ ชนาธิป" มีชื่อติดโผเป็น 1 ในนักเตะทีมยอดเยี่ยมของศึกเจลีก 2018 ซึ่งเป็นนักเตะจากอาเซียนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดโผทีมยอดเยี่ยมลีกสูงสุดของแดนปลาดิบ

ปี 2019 : ร้อนแรงต่อเนื่อง

ฤดูกาล 2019 กุนซือ มิไฮโล เปโตรวิช ยังคงวาง ชนาธิป ให้เป็นหัวใจสำคัญของทีมเช่นเดิม ซึ่ง "เมสซี่เจ" สามารถรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้จะไม่ร้อนแรงเท่ากับฤดูกาล 2018 แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี ลงเล่นเจลีก 28 นัด ยิง 4 ประตู 7 แอสซิสต์ พาทีมจบอันดับ 10

นอกจากนี้ ชนาธิป เกือบได้ฉลองแชมป์แรกบนแผ่นดินซามูไร เมื่อ คอนซาโดเล ซัปโปโร ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลถ้วย "ลูวาน คัพ" เจอกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ซึ่งเกมจบด้วยผลเสมอสุดดุเดือด 3-3 ในเวลา 120 นาที ก่อนที่ ซัปโปโร จะพ่ายดวลจุดโทษไปอย่างน่าเสียดาย 4-5

ปี 2020 : เจ็บล้าพาฟอร์มดร็อป

ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ชนาธิป เป็นหัวใจสำคัญของทั้งสโมสรและทีมชาติ นั่นทำให้เจ้าตัวต้องลงกรำศึกหนักอย่างต่อเนื่องโดยแทบไม่มีเวลาได้หยุดพักอย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายที่อ่อนล้า และมีปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงาน จนไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงเหมือนเคย

โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของซีซั่น 2020 ชนาธิปได้ลงสนามช่วยทีมน้อยมาก เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพักรักษาอาการบาดเจ็บ สรุปผลงานฤดูกาลนี้ ชนาธิป ลงเล่นในเจลีกไป 18 นัด ยิง 1 ลูกกับอีก 5 แอสซิสต์ และซัปโปโรจบอันดับ 12 ของตาราง

ปี 2021 : กราฟกระเตื้องขึ้น

ชนาธิป กลับมาพร้อมสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ขึ้น แต่ยังไม่สามารถงัดฟอร์มพีกออกมาได้เหมือนปีก่อนๆหน้านี้ ขณะเดียวกัน อาการบาดเจ็บยังคงแวะเวียนมารบกวนอยู่เป็นระยะ ทำให้ผลงานยังทรงๆ ไม่ถึงกับแย่ แต่ก็ไม่เปรี้ยงปร้าง ด้วยสถิติลงสนามในลีกไปทั้งสิ้น 23 นัด ยิง 1 ประตู 6 แอสซิสต์ และ ซัปโปโร จบซีซั่นด้วยอันดับที่ 10

ปี 2022 : ฮือฮาอีกครั้ง

ถึงแม้ฟอร์มช่วงหลังจะแผ่วลงไป แต่ชื่อของ "ชนาธิป สรงกระสินธ์" ยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะระดับแถวหน้าของลีก จนทำให้ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ แชมป์เจลีก 2021 ตัดสินใจทุ่มเงินก้อนโต เพื่อพรากตัว ชนาธิป มาจากอ้อมอกของคอนซาโดเล ซัปโปโร ซึ่งไม่มีการเปิดเผยค่าตัวอย่างเป็นทางการ แต่รายงานข่าวระบุว่าน่าจะสูงถึง 135 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติการย้ายทีมในเจลีกที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ภายใต้แท็คติกของกุนซือโทรุ โอนิกิ ชนาธิปไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ใกล้เคียงกับตอนอยู่ซัปโปโรเลยแม้แต่น้อย แถมยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บถามหาอยู่เรื่อย ทำให้ฤดูกาล 2022 ชนาธิป ได้ลงสนามในเกมเจลีกไปเพียง 16 นัด ทำ 2 แอสซิสต์ และยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย

นอกจากนี้ ในการลงสนาม 16 นัดดังกล่าว ชนาธิปลงเป็นตัวจริง 15 นัด แต่ไม่มีเกมไหนเลยที่ "เจ" ได้อยู่ในสนามครบ 90 นาที โดยมิดฟิลด์ทีมชาติไทยถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลังทุกนัด ขณะที่ผลงานของ ฟรอนตาเล่ ก็ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ โดยจบซีซั่นในอันดับ 2 มีแต้มตามหลังแชมป์คือ โยโกฮามา เอฟ มารินอส 2 คะแนน

ปี 2023 : ซาโยนาระ

จากผลงานอันน่าผิดหวังในฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ดูเหมือนว่า ชนาธิป จะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือโทรุ โอนิกิ เสียแล้ว และเมื่อบวกกับปัญหาสภาพร่างกายที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ทำให้ ชนาธิป ได้ลงเล่นเจลีกไปเพียง 2 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้ และได้ลงสนามอีกบ้างประปรายในเกมฟุตบอลถ้วย 

นั่นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นแล้วว่า ชนาธิป ไม่ใช่ผู้เล่นคนสำคัญของ ฟรอนตาเล่ อีกต่อไป พร้อมกับมีข่าวเรื่องการย้ายทีมออกมาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด ชนาธิป ตัดสินใจ "ซาโยนาระ" ถิ่นโทโดโรกิ สเตเดี้ยม และบรรลุข้อตกลงย้ายกลับมาร่วมทัพ "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การย้ายกลับมายังไทยลีกครั้งนี้ แฟนบอลทั้งไทยและญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย ต่างรู้สึกเสียดาย เพราะอยากเห็น "เจ" อยู่ลากเลื้อยในเจลีกต่อไป แต่ทั้งหมดทั้งมวล เชื่อว่าเจ้าตัวได้คิดและตัดสินใจมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว หลังจากนี้ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ชนาธิป ซึ่งจะอายุเลข 3 นำหน้าในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ จะโชว์ฟอร์มได้ระเบิดเถิดเทิงแค่ไหนกับการคัมแบ็กสู่เวทีไทยลีกอีกครั้ง

หาก ชนาธิป เรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้เหมือนช่วงพีกๆ บวกกับสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์เต็มที่ ไม่มีอาการบาดเจ็บตามมาหลอกหลอนอีก ก็ไม่แน่ว่า "ชนาคุง" อาจจะได้รีเทิร์นสู่สังเวียนเจลีกอีกครั้ง เพราะต้องไม่ลืมว่า บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีสโมสรพันธมิตรอย่าง เซเรโซ่ โอซาก้า หรืออาจมีสโมสรเจลีกทีมอื่นที่อยากได้ ชนาธิป ไปบัญชาการเกมรุกเหมือนสมัยที่สร้างชื่อกับคอนซาโดเล ซัปโปโร

ไม่มีใครการันตีอนาคตได้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ชนาธิปอาจจะอยู่ค้าแข้งในไทยไปยาวๆ จนกระทั่งแขวนสตั๊ด หรืออาจจะสามารถเรียกความมั่นใจกลับมาคืนฟอร์มอีกครั้ง จนได้รับโอกาสกลับไปลุยเจลีกเป็นคำรบสองก็เป็นได้ เหมือนกับที่ "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา เคยไปล่าตาข่ายในเจลีกถึงสองหนกับ ซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิมา และ ชิมิสึ เอส พัลส์

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ระยะเวลาประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา ชนาธิป ได้พิสูจน์ตัวเองจนวงการฟุตบอลญี่ปุ่นให้การยอมรับ ทั้งผลงานในสนาม และอุปนิสัยเฟรนลี่ขี้เล่นนอกสนามจนกลายเป็นที่รักของแฟนบอล

และที่สำคัญที่สุด เขาคือคนเบิกทางให้ขุนพล "ช้างศึก" อีกหลายคนได้รับโอกาสตามไปค้าแข้งในลีกซามูไร ไม่ว่าจะเป็น ธีราทร บุญมาทัน, ธีรศิลป์ แดงดา, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, กวิน ธรรมสัจจานันท์ และ สุภโชค สารชาติ 

ฉะนั้น เชื่อเถอะว่า ถึงแม้จะไม่ได้อยู่โชว์ฝีเท้าในเจลีกแล้ว แต่วงการลูกหนังญี่ปุ่นไม่มีทางลืมเพลย์เมกเกอร์ร่างเล็กสายเลือดไทยคนนี้อย่างแน่นอน…"ชนาคุง" ชนาธิป สรงกระสินธ์ 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2022/23 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่ - ซิมทรูชมทีมโปรดฟรี!

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! หรือ กด *301*32# โทรออก

หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด *301*36# โทรออก

 

ยอดนิยมในตอนนี้