น้อยคนจะรู้! รวมเกร็ดชีวิต "มาราโดน่า" ผู้เป็นดั่งจิตวิญญาณของอาร์เจนตินา

น้อยคนจะรู้! รวมเกร็ดชีวิต "มาราโดน่า" ผู้เป็นดั่งจิตวิญญาณของอาร์เจนตินา
ข่าวสด
26 พ.ย. 63
306

หลังจากที่ "เสือเตี้ย" ดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานฟุตบอลชาว อาร์เจนตินา ได้เสียชีวิตลง สร้างความเสียใจให้กับแฟนลูกหนังทั่วโลก เรามาย้อนดู เกร็ดชีวิตของ "จิตวิญญาณแห่งอาร์เจนตินา" คนนี้ว่า เหตุใดเขาถึงเป็นนักเตะที่แฟนบอลรัก และเกลียดได้ ในเวลาเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งหนึ่งที่คนทั้งโลกต่างยอมรับ นั่นคือ ฝีเท้าของเขา ที่จะยังคงตราตรึงในโลกฟุตบอลตลอดไป

1. ดิเอโก้ อาร์มานโด มาราโดน่า เกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1960 ที่ชานเมืองบูโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา
2. มาราโดน่า ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินา 91 นัด ยิงไป 34 ประตู
3. มาราโดน่า ผ่านการลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 4 ครั้ง ได้แก่ ปี 1982, 1986, 1990, 1994
4. มาราโดน่า ช่วยให้ โบคา จูเนียร์ส คว้าแชมป์ลีกอาร์เจนตินา ในปี 1982 ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า ในปี 1984 และ ย้ายไปเป็นตำนานตลอดกาลกับ นาโปลี ในอิตาลี ด้วยการพาทีมเล็กๆ จากเนเปิ้ลส์ คว้าแชมป์ เซเรีย อา อิตาลี 2 สมัย ในปี 1987 และ ปี 1990

5. มาราโดน่า เป็นกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินามากที่สุด ในฟุตบอลโลก ที่ 16 ครั้ง
6. มาราโดน่า ลงเตะในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ไป 21 นัด
7. ในวัย 15 ปี มาราโดน่า เริ่มต้นการเล่นอาชีพกับ อาร์เจนตินอส จูเนียร์ ในวันที่ 20 ตุลาคม 1976
8. มาราโดน่า เป็นสมาชิกทีมอาร์เจนตินา ชุดคว้าแชมป์ ฟุตบอลเยาวชนโลก ปี 1979 ที่ประเทศญี่ปุ่น
9. ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1977 มาราโดน่า ลงเตะให้ทีมชาติชุดใหญ่ พบกับ ฮังการี ในวัยแค่ 16 ปี ที่บอมโบเนร่า สเตเดี้ยม

10. มาราโดน่า มีรอยสักรูป เช กูวาร่า นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวอาร์เจนตินา ที่แขนขวา และ มีรอยสัก ฟิเดล คาสโตร ผู้นำคิวบา ที่ขาซ้าย
11. มาราโดน่า ถือสถิติเป็นนักเตะที่ทำฟาวล์มากที่สุดในฟุตบอลโลก ที่ 53 ครั้ง ในฟุตบอลโลก 1986 ที่เม็กซิโก
12. มาราโดน่า ถือครองสถิตินักเตะที่ถูกทำฟาวล์มากที่สุด ในฟุตบอลโลก 1982 ที่ 23 ครั้ง
13. มาราโดน่า เป็นกัปตันทีมในแมตช์เอาชนะ เยอรมัน ตะวันตก ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 1986 ด้วยสกอร์ 3-2
14. มาราโดน่า คว้ารางวัลลูกบอลทองคำ จากการเป็นนักเตะที่มีผลงานยอดเยี่ยมในปีเดียวกัน
15. มาราโดน่า สร้างชื่อด้วยการทำแฮนด์บอล พังประตู อังกฤษ ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 1986 และเขาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า "ประตูนี้เกิดขึ้นจากหัตถ์พระเจ้า และลูกโหม่งของมาราโดนา"

16. มาราโดน่า คว้าแชมป์ เซเรีย อา กับ นาโปลี ในปี 1987 และปี 1990 และยังพาทีม นาโปลี คว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ ในปี 1989

17. ฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา มาราโดน่า ได้เล่นเพียงแค่สองเกม และทำ 1 ประตูในเกมกับ กรีซ ก่อนถูกส่งตัวกลับบ้าน เพราะไม่ผ่านการตรวจโด๊ป

18. มาราโดน่า แต่งงานกับ คลอเดีย วิลลาฟาเน่ ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 1989 และหย่ากันในปี 2004

19. มาราโดน่า รับงานพิธีการในทอล์กโชว์ ที่อาร์เจนตินา โดยเทปแรกมี เปเล่ ตำนานลูกหนังบราซิล เป็นแขกรับเชิญ
20. มาราโดน่า ก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทีมชาติ อาร์เจนตินา ในเดือนตุลาคม 2008
21. มาราโดน่า คุมทีมนัดแรก ในเกมเอาชนะ สกอตแลนด์ 1-0 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2008
22. มาราโดน่า มีสถิติคุมทีมพ่ายแพ้มากที่สุด ต่อโบลิเวีย 1-6 ในรอบคัดเลือกของ ฟุตบอลโลก จนถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง และเมื่อท้ายที่สุด อาร์เจนตินา ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2010 แบบหืดจับ ทำให้เจ้าตัวถอนแค้นด้วยการ ด่ากราด ระหว่างให้สัมภาษณ์ และถูก ฟีฟ่า แบน 2 เดือน

23. ในวันที่ 20 มิถุนายน 2010 มาราโดน่า พูดถึงลูกฟุตบอล "จาบูลานี" ที่ใช้ในฟุตบอลโลก 2010 ว่า "ผมขอให้พวกคนใหญ่คนโตในฟีฟ่า เลิกพูดถึงผมสักที แล้วเริ่มทำงานกับลูกบอลบ้าๆ นี่สักที มันควบคุมทิศทางไม่ได้"
24. ในการแถลงข่าวฟุตบอลโลก 2010 จู่ๆ มาราโดน่า ก็กระโดดเข้าไปกอด ซัลวาตอเร่ บายี อดีตเพื่อนร่วมทีม นาโปลี ซึ่งเป็นคอมเมนเตเตอร์ "มาราโดน่า ทำให้ผมประหลาดใจได้เสมอ แม้ว่าเราจะรู้จักเขาดีแค่ไหน" บายี กล่าว
25. มาราโดน่า ปกป้อง ลีโอเนล เมสซี่ หลังทำผลงานได้ไม่ดีนัก ในฟุตบอลโลก 2010 โดยเขากล่าวว่า "ใครหน้าไหนที่บอกว่า ลีโอ ไม่มีฟุตบอลโลกที่ยิ่งใหญ่ มันก็เป็นแค่พวกหน้าโง่เท่านั้น"

26. ฮอร์เกน บัลดาโน่ อดีตเพื่อนร่วมทีม มาราโดน่า เคยกล่าวถึง มาราโดน่า ว่า "เขาเป็นคนที่หลายคนต้องการเอาอย่าง มาราโดน่า เป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเอง เป็นที่รัก และถูกเกลียดชังในเวลาเดียวกัน ความเครียดในชีวิตทำให้ มาราโดน่า ทำความผิดพลาดมากมายในสนาม แต่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนมันเป็นเหมือนการแสดง และบางครั้งเขาไม่ควรเป็นแบบอย่าง"
27. สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา เคยขอรีไทร์ หมายเลข 10 ของทีมชาติ เพื่อเป็นเกียรติแก่ มาราโดน่า แต่ ฟีฟ่า ปฏิเสธ
28. อาร์เจนตินอส จูเนียร์ส ตั้งชื่อสนามตามชื่อ "เสือเตี้ย" คือ เอสตาดิโอ ดิเอโก้ อาร์มานโด มาราโดน่า
29. มาราโดน่า เคยกล่าว หลังเอาชนะ อังกฤษ ในฟุตบอลโลก 1986 ว่า "พวกเราเอาชนะประเทศพวกมัน ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล" ซึ่งเสือเตี้ยพยายามสื่อถึง ปัญหาหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ พื้นทีพิพาท ระหว่าง อังกฤษ กับ อาร์เจนตินา
30. มาราโดน่า เคยกล่าวในปี 1996 ว่า "ผมเคยเป็นไอ้ขี้ยา และผมคงจะเป็นคนติดยาตลอดไป เพราะคนที่ไปเกี่ยวข้องกับมันก็ต้องสู้กับมันทุกวัน"
31. ปี 2000 ฟีฟ่า พยายามจะตัดสินเลือก "นักเตะแห่งศตวรรษ" เพื่อเป็นรางวัลแด่สหัสวรรษใหม่ และสุดท้าย เปเล่ และ มาราโดน่า ได้ครองรางวัลร่วมกัน โดย เปเล่ ซึ่งได้รับรางวัลจากการโหวตของนักข่าวและโค้ช กล่าวถึง มาราโดน่า ซึ่งได้รับการโหวตจากแฟนบอลว่า "ถ้าเขาคิดว่า เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก นั่นเป็นปัญหาของเขา"

32. คาร์ลอส บิลาร์โด อดีตกุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา เคยเลือกนักเตะ 11 คนแรกว่า "มาราโดน่า และนักเตะที่เหลืออีก 10 คน"
33. มาราโดน่า ได้รับเลือกเป็นรองประธานสโมสร โบคา จูเนียร์ส ในปี 2005 และลาออกในปีต่อมา
34. เออร์เมียร์ คุสตาริกา นักสร้างหนังชาวเซอร์เบีย ทำสารคดีเกี่ยวกับ มาราโดน่า เป็นครั้งแรก และฉายครั้งแรกที่ เทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 2008
35. ในปี 1986 เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่า "ด้วยมาราโดน่า อาร์เซน่อล ก็ดีพอจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก"
36. อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ "ฟิล นีล" พูดถึง มาราโดน่า ในวัย 18 ปี เมื่อปี 1978 ว่า "ไอ้หนูนั้นมันเหลือเชื่อ นี่เป็นนักเตะที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็นมา"

37. แฟนบอลใน บูโนไอเรส พยายามก่อร่าง "ศาสนามาราโดน่า" หรือ "Iglesia Maradoniana" ในปี 1988 โดยโลกของศาสนานี้ เริ่มต้นขึ้นในวันเกิดของมาราโดน่า นั่นคือ 30 ตุลาคม 1960 และในวันที่ 30 ตุลาคม 2020 เพิ่งเป็นปีที่ 60 DD (despues de Diego) หรือ ปีศักราชมาราโดน่าที่ 60
38. ประตูหัตถ์พระเจ้า ที่ มาราโดน่า กระโดดเหนือ ปีเตอร์ ชิลตัน และเอาชนะอังกฤษในปี 1986 นั้น ไม่ได้ถูกจารึกเอาไว้ในฐานะประตูที่ยอดเยี่ยม แต่อีกประตูที่ มาราโดน่า ลากบอลเผาเครื่องนักเตะอังกฤษทั้งแผง ได้รับการยกย่องจากฟีฟ่าให้เป็นประตูแห่งศตวรรษ

39. มาราโดน่า ถูกนำไปล้อเลียนในโชว์หุ่นละครมือ ในฝรั่งเศส "Les guignols de l'info' ซึ่งนำเสนอล้อเลียนคนดัง
40. มาราโดน่า เป็นเพื่อนสนิทกับ ราอูล คาสโตร ผู้นำคิวบา น้องชายของ ฟีเดล คาสโตร
41. มาราโดน่า ต้องอำลา นาโปลี ในปี 1991 เนื่องจากถูกตรวจพบสารเสพติดโคเคน
42. มาราโดน่า ปฏิเสธการเข้าร่วมพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี โดยระบุว่า "ผมไม่อยากไปแล้วเห็นขี้หน้าของ เปเล่ เดินไปเดินมา"

43. สงครามน้ำลายกับ เปเล่ มีอย่างต่อเนื่อง โดย เปเล่ เคยให้สัมภาษณ์ ถึงการทำทีมชาติของ มาราโดน่า ว่า "มันไม่ใช่ความผิดของมาราโดน่า มันเป็นความผิดของคนที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้" และแน่นอน ทัวร์ลง เปเล่ เมื่อแฟนบอลด่ากลับว่า "เปเล่ กลับไปพิพิธภัณฑ์และอยู่มันในนั้นนั่นแหละ"
44. สรรพากร อิตาลี เผยในปี 2009 มาราโดน่า ติดหนี้ภาษีอยู่ถึง 37 ล้านยูโร และมากกว่าครึ่งในจำนวนนี้ เป็นดอกเบี้ยจากการค้างจ่าย
45. มาราโดน่า มีสถิติยิงประตูสมัยค้าแข้งในอาร์เจนตินา ที่ 0.526 ประตูต่อเกม
46. มาราโดน่า เป็นนักเตะที่ทำประตูสูงสุดในนามทีมชาติ เป็นอันดับ 5 ที่ 34 ประตู จาก 91 เกม ซึ่งเป็นรองนักเตะรุ่นหลังอย่าง ลีโอเนล เมสซี่, กาเบรียล บาติสตูตา, เซร์คิโอ อเกโร และ เฮอร์นาน เครสโป

47. แฟนบอล "เดอะ ตาร์ตัน" ทีมชาติสกอตแลนด์ ร่วมร้องเพลงเป็นเกียรติให้กับ มาราโดน่า หลังเขี่ย อังกฤษ ตกรอบ 8 ทีม ในฟุตบอลโลก 1986
48. มาราโดน่า เคยกล่าวในฟุตบอลโลก 1998 ว่า "นักเตะไม่เคลื่อนไหวเลย อยู่กันแค่พื้นที่ไม่เกินฟุต พวกเขาเล่นเหมือน โรโบคอป พวกเขาควรเติมน้ำมันหล่อลื่นหน่อย แล้วก็ไปนวดบ้าง ผมไม่อยากจะเชื่อว่า นี่จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ห่วยที่สุดของเรา"
49. IIMSM หรือ สถาบันระหว่างรัฐบาลเพื่อการใช้สาหร่ายสไปรูลินาขนาดเล็ก เพื่อต่อต้านการขาดสารอาหาร แต่งตั้ง มาราโดน่า เป็นทูตในปี 2006
50. กุสตาโว เบอร์นสตีน นักจิตวิทยาและนักเขียนชาวอาร์เจนตินา เคยเขียนถึง เสือเตี้ย ในปี 1997 ว่า "มาราโดน่า เป็นศูนย์รวมจิตใจ ไม่มีใครรวบรวมแก่นแท้ของเราได้ดีกว่า ไม่มีใครถือตราสัญลักษณ์ของเราอย่างสง่างามกว่านี้อีกแล้ว อาร์เจนตินา คือ มาราโดน่า และ มาราโดน่า คือ อาร์เจนตินา"
51. มาราโดน่า เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล ที่ทำลายสถิติค่าตัวในการย้ายทีมได้ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก ย้ายจาก โบคา จูเนียร์ส ไป บาร์เซโลน่า ที่ 7.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และครั้งที่สอง ย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไป นาโปลี ด้วยค่าตัว 10.48 ล้านเหรียญสหรัฐ
52. ฟรังโก บาเรซี่ และ เปาโล มัลดินี่ สองตำนานกองหลังของ เอซี มิลาน และ ทีมชาติอิตาลี ยกให้ มาราโดน่า เป็นคู่แข่งที่หินที่สุดเท่าที่เคยเผชิญหน้ามา
53. มาราโดน่า และ เมสซี่ เป็นสองนักเตะที่เคยได้รับรางวัล ลูกบอลทองคำ จากฟุตบอลเยาวชนโลก รุ่น 20 ปี และฟุตบอลโลก
54. 17 สิงหาคม 2015 มาราโดน่า เดินทางไปหา อาลี บิน นาสเซอร์ ผู้ตัดสินชาวตูนิเซีย และมอบเสื้อ พร้อมลายเซ็นให้กับ บิน นาสเซอร์ ผู้ตัดสินในเกมที่เกิดเหตุ "หัตถ์พระเจ้า"

55. ปี 2000 มาราโดน่า ออกหนังสืออัตชีวประวัติ "Yo Soy El Diego" หรือ "ข้าคือดิเอโก้" และมอบให้กับ ประชาชนชาวคิวบา
56. มูลนิธิ คอนเน็กซ์ ในอาร์เจนตินา ได้มอบรางวัล ไดมอนด์ คอเน็กซ์ อวอร์ดในปี 1990 ให้ มาราโดน่า จากการอุทิศชีวิต เพื่อวงการกีฬา
57. จากเหตุการณ์ทุบรถนักข่าว ที่ลุกล้ำความเป็นส่วนตัว มาราโดน่า โพล่งไปว่า "นี่คือหัตถ์แห่งเหตุผล"
58. บ็อบ วิลสัน อดีตผู้รักษาประตูสกอตแลนด์ กล่าวยกย่อง มาราโดน่า ว่า "เขาเป็นข้อบกพร่องของอัจฉริยะ แต่ตอนนี้เขาเป็นอัจฉริยะที่มีข้อบกพร่องเท่านั้น"

59. สมัยค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า มาราโดน่า เคยฉีกแนวรับ เรอัล มาดริด ก่อนจะเข้าไปหลอก ออกุสติน นายทวาร และ ฮวน โฮเซ่ กองหลังจนหัวทิ่ม หลังยิงประตูเข้า แฟนบอลมาดริด ยืนปรบมือให้ มาราโดน่า อย่างศิโรราบ

 
 
60. มาราโดน่า เล่นประสานงานกับ บรูโน จิออร์ดาโน และ กาเรกา พา นาโปลี คว้าแชมป์ลีกอิตาลี 2 สมัย และแฟนบอลเรียกพวกเขาทั้ง 3 ว่า "มา-จิ-กา" หรือ "เมจิก" ซึ่งแปลว่า "เวทมนตร์" นั่นเอง
61. มาราโดน่า ไม่ได้รับเลือกเข้าทีมชาติ ชุดลุยฟุตบอลโลก 1978 เนื่องจาก เซซาร์ หลุยส์ มินอตติ กุนซือทีมชาติ มองว่า มาราโดน่า ในวัย 17 ปี เด็กเกินไป
62. ในปี 2019 สารคดี "มาราโดน่า" ซึ่งกำกับโดย อาซีฟ กาปาเดีย ออกฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์อีกครั้ง
63. เพื่อเป็นการยกย่อง ทางการเม็กซิโก ได้สร้างรูปปั้น มาราโดน่า ทำท่าหัตถ์พระเจ้า ไว้ที่ทางเข้าสนาม พร้อมข้อความใต้ฐาน "ประตูแห่งศตวรรษ"
64. มาราโดน่า มีลูก 2 คน ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์แบบเรียกแขกไว้ว่า ลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม คือ ดัลมา และ จิอันนินา ส่วนที่เหลือ เป็นผลมาจากเงินและความผิดพลาดของผม"

65. เดือนธันวาคม 2007 มาราโดน่า มอบเสื้อพร้อมลายเซ็น ให้เพื่อแสดงการสนับสนุนประชาชนชาวอิหร่าน จากข้อพิพาทระหว่างประเทศ และถูกจัดแสดงไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน
66. มาราโดน่า เดินทางไปคารวะสุสานของ ฮูโก ชาเวซ ในปี 2013 และเรียกร้องให้ชาวเวเนซูเอล่าเลือก นิโกลา มาดูโร่ เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง
67. คุสตูริกา ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี เคยพูดถึง มาราโดน่า ว่า "ผมเคยถามตัวเองว่า เขาเป็นใครกัน เขาเป็น นักฟุตบอลที่มีเวทมนตร์ เป็นเซกซ์พิสทอล (ชื่อวงดนตรีแนวพังค์ร็อกจากประเทศอังกฤษ) แห่งวงการฟุตบอล เหยื่อโคเคน ถ้า แอนดี้ วอร์ฮอล (ศิลปินป๊อบคัลเจอร์) ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะเลือก มาราโดน่า ยืนคู่กับ มาริลีน มอนโร และ เหมา เจ๋อ ตุง ผมกล้าพูดว่า เขาไม่ใช่แค่นักฟุตบอล แต่เขาสามารถเป็นนักปฏิวัติได้เลย"
68. มาราโดน่า ได้รับเลือกเป็น ผู้เล่นตำนาน ตั้งแต่ FIFA เวอร์ชั่น FIFA18 พร้อมกับ เป็น ไอคอน ของฝั่ง Pro Evolution Soccer 2018 ในเวลาเดียวกัน
69. ดิเอโก้ คอสต้า นักเตะทีมชาติสเปน ซึ่งเกิดในบราซิล ยกย่อง มาราโดน่า เป็นอย่างมาก
70. มาราโดน่า ร่วมแสดงใน มิวสิควิดิโอ เพลง วากา วากา ของฟุตบอลโลก 2010 โดยมีฉากที่ เจ้าตัวคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1986

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ย้อนตำนาน 'หัตถ์พระเจ้า' ของมาราโดน่า ช็อตประวัติศาสตร์ตลอดกาลแห่งโลกลูกหนัง

>> ยอดนักเตะโลก!! ย้อนชมลีลา มาราโดน่า ไว้อาลัยตำนานลูกหนังโลก (ชมคลิป)

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

 

เด็ดทุกคลิป! ช็อตเด็ด โดน ๆ !  ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก!  สมัครทาง SMS พิมพ์ R1 ส่งมาที่ 4238067  หรือคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้

ยอดนิยมในตอนนี้