ในเกมเปิดหัวศึกเดอะ แอชเชสที่เพิร์ธ วันนี้ผมอยากเล่าเรื่อง england vs australia แบบที่คนดูข้างสนามคงหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะมันเป็นหนึ่งในวันที่กีฬาคริกเก็ตไม่ปล่อยให้ใครได้กระพริบตา แม้เพียงวินาทีเดียว ภาพรวมของวันแรกที่ 19 วิกเก็ตปลิวหายไปต่อหน้าคนดูกว่า 5 หมื่นคน มันคือความเดือดที่เกินมาตรฐานของซีรีส์ที่ดุเดือดอยู่แล้ว จังหวะแรกที่ผมคิดคือ อังกฤษนี่เหมือนจะพับสนามตั้งแต่ต้นเกม แต่สุดท้ายกลับยืนระยะได้เฉย ผิดกับหลายครั้งที่ผ่านมา การถูก Starc กระหน่ำไป 7 วิกเก็ตแบบโคตรโหดจนอังกฤษลงไปแค่ 172 นี่ปกติแทบไม่มีใครรอด แต่ทีมนี้ดันสวนกลับด้วยสไตล์เพซโหดที่อ่านเกมได้คมพอสมควร มุมมองต่ออินนิ่งแรกของอังกฤษ อังกฤษเปิดเกมด้วยจังหวะที่ตั้งใจจะเล่นบุกเร็วตามสไตล์ แต่ดันไปเข้าทางพื้นสนามที่ดีต่อนักขว้างรัวเร็วอย่าง Starc มากกว่า ผมว่าช่วงที่อังกฤษเสีย 5 วิกเก็ตในเวลาแค่สิบแปดลูก นั่นคือช่วงที่ทำให้เกมเหมือนจะหลุดมือแบบหมดลุ้น แต่สิ่งที่คงต้องชมคือ Pope กับ Brook ยื้อเกมให้ทีมขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง โดย Brook เป็นคนเดียวที่ทำเกิน 50 ในแผงตีชุดนี้ ปัญหาใหญ่คือความประมาทกับความคมของบอลสั้นจากฝั่งออสเตรเลีย รวมถึงความลึกของคอร์ดอนที่รับอยู่ด้านหลัง มีหลายครั้งที่อังกฤษเหมือนจะตั้งหลักได้ แต่พอเจอบอลที่กระดอนสูงผสมความเร็วก็แก้ไม่ได้จริง พูดถึง Mitchell Starc หน่อย Starc วันนี้เล่นเหมือนอยู่ในโหมดที่หายไปพักใหญ่ จังหวะการขว้าง ความเร็ว การวางบอลระยะพอดี ทุกอย่างคลิกหมด จะว่าไปพื้นสนามเพิร์ธที่โดนล้อว่าเป็น green monster ก็เหมือนเกิดมาเพื่อเขา บอลพุ่งดี ตัดดี และกระดอนแบบที่อังกฤษแก้ทางแทบไม่ได้เลย แต่ไฮไลต์คือ แม้ Starc จะขว้างเหี้ยมขนาดนี้ แต่สุดท้ายออสเตรเลียกลับเป็นฝ่ายตามอยู่ 49 แต้มหลังจบวันแรก สิ่งนี้บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความเป็นทีมของอังกฤษชุดนี้ อังกฤษสวนกลับและพลิกเกม พออังกฤษลงสนามมาบ้าง เกมเปลี่ยนโทนอย่างชัดเจน การไม่มี Cummins และ Hazlewood เหมือนเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนเล่นงานแท็กติกใหม่ของออสเตรเลียเต็มๆ โดยเฉพาะการจัดตัวแบบจำเป็นให้ Marnus มาเปิดคู่ Weatherald ซึ่งดันเจอ baptism of fire ตั้งแต่บอลที่สองของ Archer Jofra Archer วันนี้จัดว่ามาเพื่อทดสอบจิตใจทุกคนที่ขึ้นมาตี เขากดความเร็วระดับ 150kph ใส่แบบไม่มีพัก ทั้ง Labuschagne และ Smith โดนบอลกระแทกที่ข้อศอกจนต้องเช็กอาการกันเบาๆ ส่งผลให้จังหวะตีของออสเตรเลียเสียหมด ส่วน Brydon Carse เข้ามาเติมความเกรี้ยวกราดด้วยลูกสั้นใกล้ลำตัวเป็นระยะจน Khawaja เองก็รับมือยาก ถือว่าการเลือกไม่ใส่สปินเนอร์ในเกมนี้ของอังกฤษถือว่าอ่านพื้นสนามได้ดีมาก Ben Stokes จุดเปลี่ยนสำคัญ ตอนผมดูจังหวะที่ Stokes ขว้าง 6 โอเวอร์แล้วเก็บไป 5 วิกเก็ต ผมรู้เลยว่าความกดดันเกมนี้มันพลิก 180 องศาแบบไม่ต้องคิดยาว โดยเฉพาะจังหวะปิดท้ายที่เขาซัด Green กับ Head แบบต่อเนื่องก่อนหมดช่วงเย็น มันทำให้วันแรกจบด้วยโมเมนตัมของอังกฤษอย่างเต็มตัว Stokes ไม่ได้แค่ขว้างดี แต่คุมเทมโปเกมทั้งวันจนฝั่งออสเตรเลียเหมือนโดนล็อคทางตีไว้หมด แม้คะแนนจะตามอยู่เล็กน้อย แต่แรงกดดันมันไปอยู่ที่ออสเตรเลียเต็มๆ มุมมองจากประสบการณ์การดู Ashes ผมเคยติดตาม Ashes มาหลายซีรีส์ และวันเปิดสนามแบบนี้หาเจอไม่บ่อย ประมาณไม่กี่ครั้งอย่างตอนอินเดียมาเล่นที่นี่เมื่อปีที่แล้วยังไม่เดือดขนาดนี้ เกมที่วิกเก็ตปลิวเกือบยี่สิบลูกในวันเดียวแบบนี้มันแปลว่าพื้นสนามโหดจริง นักขว้างอยู่ในโหมดเข้าที่ และนักตีของทั้งสองทีมโดนทดสอบเรื่องความนิ่งและการแก้บอลแบบเต็มๆ สิ่งที่ทำให้เกมนี้ดูน่าติดตามเป็นพิเศษคือโมเมนตัมที่สลับเร็วมาก แบบแค่ห้านาทีคุณอาจจะเห็นอีกทีมกำลังล้มกันยกชุด และห้านาทีถัดมาก็เป็นอีกทีมที่โดนสวนกลับ เรียกได้ว่านั่งไม่ติดเลย คาดการณ์เกมต่อจากนี้ ถ้าพูดตามความรู้สึกของผม อังกฤษมีโอกาสขยับหนีได้ก่อน เพราะโมเมนตัมจริงๆ ตอนนี้อยู่ฝั่งพวกเขาทั้งหมด แต่จุดสำคัญคือการรับมือโอกาสสองของออสเตรเลีย เพราะถ้าวันนี้ Starc ขว้างดีได้ขนาดนี้ วันถัดไปเขาอาจจัดหนักกว่านี้ก็ได้ ออสเตรเลียยังมีเกมพอจะกลับมาได้ แต่ต้องเริ่มจากการตีให้จบอินนิ่งโดยไม่เสียเร็วในช่วงต้น ส่วนอังกฤษถ้าคงจังหวะเพซแบบวันนี้ แล้วอ่านพื้นสนามภายใต้สภาพอากาศเพิร์ธได้ดี เกมอาจกลายเป็นเกมของพวกเขาเต็มตัว รูปภาพปก 1 มาจาก England Cricket :|: รูปภาพปกที่ 1 รูปภาพประกอบ 1 มาจาก England Cricket :|: รูปภาพประกอบที่ 1 รูปภาพประกอบ 2 มาจาก England Cricket :|: รูปภาพประกอบที่ 2 รูปภาพประกอบ 3 มาจาก England Cricket :|: รูปภาพประกอบที่ 3 รูปภาพประกอบ 4 มาจาก England Cricket :|: รูปภาพประกอบที่ 4 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !