สกู๊ปหน้า 1 : ดีลประวัติศาสตร์ ‘โรนัลโด้’ กลับปีศาจแดง

สกู๊ปหน้า 1 : ดีลประวัติศาสตร์ ‘โรนัลโด้’ กลับปีศาจแดง
มติชน
30 ส.ค. 64
272

เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ช็อกวงการลูกหนังต่อเนื่องในตลาดซื้อขายรอบนี้ หลังจากไม่กี่สัปดาห์ก่อน ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพชาวอาร์เจนไตน์ เซ็นสัญญาร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เนื่องจากไม่สามารถต่อสัญญากับ บาร์เซโลน่า ได้ กระทั่งช่วงดึกวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม ก็เกิด “ดีลฟ้าผ่า” คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายกลับสังกัดเก่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบปัจจุบันทันด่วน!

กรณีของ โรนัลโด้ ถือว่า ช็อกหนักกว่า เมสซี่ เพราะก่อนหน้านั้นราว 1 สัปดาห์ มีข่าวว่าเอเยนต์พยายามเสนอขายเขาให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก ยิ่งใกล้ปิดตลาด ยิ่งมีข่าวหนาหู จนช่วงสายวันพฤหัสบดี ก่อนหน้านั้นวันเดียว มีสัญญาณว่า จะปิดดีลกันได้ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะ โรนัลโด้ ตอบรับเงื่อนไขส่วนตัวกับเรือใบสีฟ้าแล้ว รอแค่ ซิตี้ เจรจาค่าตัวกับ ยูเวนตุส แล้วยื่นซื้ออย่างเป็นทางการเท่านั้น

ข่าวนี้ทำเอาแฟนๆ ปีศาจแดงทั่วโลกผิดหวังไปตามๆ กัน เพราะถึงจะเป็นวิถีแห่งฟุตบอล แต่การที่นักเตะระดับตำนานของโลกอย่าง โรนัลโด้ จะย้ายร่วมทีมคู่ปรับร่วมเมือง ที่มีประวัติศาสตร์กันมายาวนาน เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ ความพยายามเบื้องหลังของทีมแมนยู ที่จะ “ไฮแจ๊ก” ตัดหน้าเรือใบสีฟ้า ดึงตัว โรนัลโด้ กลับไปร่วมทีม หลังได้สัญญาณไฟเขียวจากครอบครัว เกลเซอร์ เจ้าของทีม ว่ากันว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตตำนานผู้จัดการทีมแมนยู ผู้ปลุกปั้นโรนัลโด้ มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก

เฟอร์กี้ ดึง โรนัลโด้ ไปร่วมทีม ตอนอายุ 18 ปี หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่บ้านเกิด และให้โอกาสเขามีบทบาทในทีม ตั้งแต่อายุยังน้อย จนแจ้งเกิดได้เต็มตัว

โรนัลโด้ เคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า หนึ่งในความทรงจำที่ยังประทับใจไม่รู้ลืม คือครั้งหนึ่งพ่อของตนเข้าโรงพยาบาล ช่วงนั้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล แต่ก็ตัดสินใจขอเฟอร์กี้เดินทางกลับบ้านเกิด ซึ่งเฟอร์กี้รีบอนุญาตทันที และบอกว่า ครอบครัวต้องมาก่อน จะลาไป 4-5 วัน ก็ไม่เป็นไร สำหรับเจ้าของฉายา CR7 แล้ว เฟอร์กี้เป็นมากกว่าโค้ช มีความสัมพันธ์ไม่ต่างจากพ่อ-ลูก และเป็นคนที่เขาให้ความเคารพมากๆ

สื่ออังกฤษ รายงานว่า เฟอร์กี้ติดต่อหาโรนัลโด้ช่วงเช้าวันศุกร์ บอกว่า แมนยูอยากได้เขากลับไปร่วมทีม หลังจากนั้นบรรดาอดีตเพื่อนร่วมทีมแมนยู ต่างก็ติดต่อหาเขา ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์ หรือแชทผ่านแอปต่างๆ ทั้ง ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอฟร่า, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ รวมถึง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนยูในปัจจุบัน

นอกจากนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส นักเตะคนสำคัญของปีศาจแดงในปัจจุบัน และรุ่นน้องในทีมชาติโปรตุเกสของโรนัลโด้ ก็เป็นอีกคนที่ติดต่อหาเขาในช่วงเช้าวันนั้น หลังจากได้รับคำยืนยันว่า ทีมอยากได้ตัวเขากลับ

จากเดิมที่มี แมนซิตี้ ยื่นข้อเสนอไปทีมเดียว โรนัลโด้ ก็รีบปฏิเสธเรือใบสีฟ้าทันที ตอนที่ โซลชา แถลงข่าวผ่านซูม ในช่วงบ่ายวันศุกร์ เขาก็แน่ใจแล้วว่า CR7 จะกลับสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ไม่สามารถเผยข้อมูลเวลานั้นได้ จนกว่าสโมสรจะยืนยันอย่างเป็นทางการ จึงได้แต่ให้สัมภาษณ์เป็นนัยๆ ว่า ถ้าโรนัลโด้อยากย้ายทีม เขาก็รู้ว่า แมนยู พร้อมรอรับเสมอ ซึ่งถือว่าผิดวิสัยของกุนซือชาวนอร์เวย์ ที่มักจะไม่เคยพูดถึงนักเตะที่ยังไม่ได้ย้ายมาร่วมทีม

หลังจากนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ราว 4-5 โมงเย็น ตามเวลาท้องถิ่นของอังกฤษ แมนยูก็ยืนยันว่า บรรลุข้อตกลงคว้า โรนัลโด้ไปร่วมทีมแล้ว ในราคา 15 ล้านยูโร หรือประมาณ 585 ล้านบาท บวกโบนัสตามผลงานอีก 8 ล้านยูโร หรือประมาณ 312 ล้านบาท

กีเยม บาลาเก้ กูรูลูกหนังของสำนักข่าวบีบีซี บอกว่า จริงๆ แล้ว ยูเว่ พยายามขายโรนัลโด้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตัวเขาเองก็ไม่แฮปปี้ที่ไม่ค่อยสัมผัสถึงความรักที่สโมสรมีให้เขาเท่าที่ควร จึงพยายามหาที่อยู่ใหม่ ก่อนสัญญาจะหมดลงในปีหน้า

สำหรับแมนยู ในแง่การลงทุน ถือว่าเป็นการซื้อที่คุ้มค่ากับสโมสรอย่างมาก เพราะได้นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ ที่เป็นตำนานสโมสรกลับมา ทำให้หุ้นแมนยูดีดตัวขึ้น 8% และในแง่การตลาด ต้องถือว่า แบรนด์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ โรนัลโด้ เป็นสินค้าแบรนด์แข็งแกร่งทั้งคู่ ดังนั้น เมื่อกลับมาจับมือกันอีกครั้ง ย่อมช่วยสร้างคุณค่าได้มากกว่า 1+1 เป็น 2 อย่างแน่นอน

โรนัลโด้ กลับมา ก็มีแฟนแมนยูรอต้อนรับอยู่จำนวนมาก สามารถสร้างรายได้ให้แก่สโมสร ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากตั๋วเข้าชม รายได้จากการขายเสื้อ สินค้า ของที่ระลึกต่างๆ รวมไปถึงสปอนเซอร์ ก็พร้อมจะจ่ายให้กับทีมแมนยูมากขึ้น เมื่อมีโรนัลโด้ เข้ามาเป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอล

ส่วนเรื่องในสนาม เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย น่าจะมาช่วยเพิ่มทางเลือกในแนวรุกให้ทีมได้ไม่มากก็น้อย เพราะถึงอายุอานามจะปาเข้าไป 36 ปีแล้ว แต่ โรนัลโด้ ก็ยังดูแลร่างกายให้ฟิต ไม่แพ้นักเตะรุ่นน้องแน่นอน

เรื่องดีกรียิ่งไม่ต้องพูดถึง ตลอดชีวิตการค้าแข้ง โรนัลโด้ ยิงประตูระดับสโมสรไปแล้ว 674 ประตู และทำแอสซิสต์อีก 229 ครั้ง แจกแจงรายละเอียด คือ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 31 นัด ยิง 5 แอสซิสต์ 6, แมนยู 292 นัด ยิง 118 แอสซิสต์ 69, เรอัล มาดริด 438 นัด ยิง 450 แอสซิสต์ 132, ยูเวนตุส 134 นัด ยิง 101 แอสซิสต์ 22

ไหนจะจำนวนแชมป์อีกนับไม่ถ้วน ตอนอยู่กับแมนยูหนแรก 6 ฤดูกาล ร่วมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอคัพ 1 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย พอไปอยู่กับราชันชุดขาว ได้แชมป์ ลา ลีกา 2 ครั้ง, โกปา เดล เรย์ 2 ครั้ง, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 ครั้ง และกับ ยูเวนตุส ได้แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา 2 ครั้ง และ โคปปา อิตาเลีย อีก 1 ครั้ง

กระนั้น ก็ยังมีกูรูลูกหนังอิตาลีตั้งคำถามว่า แมนยูได้โรนัลโด้กลับไปเป็นเรื่องดีจริงหรือ? เพราะการมีนักเตะระดับนี้ในทีม ไม่ว่ายังไงก็ต้องส่งลงสนาม และต้องให้เขามีบทบาทกับเกม อาจทำให้นักเตะคนอื่นๆ ไม่มีอิสระเท่าที่ควร อีกทั้งยังเป็นการโยนแรงกดดันไปให้โซลชา ว่าได้โรนัลโด้มาแล้ว ควรต้องมีแชมป์ติดไม้ติดมือเสียที หลังจากเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาหลายรอบ ไม่เช่นนั้น ตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนยู อาจต้องถึงเวลาเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้