ทำใจกันต่อเนื่องไปเลยสำหรับแฟน ๆ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เพราะนอกจากที่ฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้จะย่ำแย่จนแฟนบอลสลิ้งแตกเป็นแถบ ๆ ต่อด้วยการประกาศอำลาทีมหลังจบฤดูกาลของ "คิงโม" โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ล่าสุด "ร็อบโบ้" andy robertson แบ็คซ้ายรองกัปตันทีมก็ประกาศอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้เช่นกัน เรียกได้ว่าหลังจบฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลจะต้องเสียตำนานที่สร้างความยิ่งใหญ่มาเกือบ 10 ปีไปถึงสองคนพร้อม ๆ กัน ประเด็นสำคัญในบทความ: ดีล 8 ล้านปอนด์สุดคุ้มค่า แบ็คซ้ายจอมแอสซิสต์ กวาดทุกแชมป์ บทสรุปการอำลา และในบทความนี้ก็จะมาทำการสดุดีให้กับ "แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน" ตำนานแบ็คซ้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกคนหนึ่งของสโมสรลิเวอร์พูลครับ จะพาทุกคนไปดูตั้งแต่จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่และบทสรุปของเรื่องราวของร็อบโบ้กันครับ (บทความเพิ่มเติม: เปิดสถิติโหด เบื้องหลังอำลา! โมฮาเหม็ดซาลาห์ปิดตำนานหงส์แดง) 8 ล้านปอนด์ที่คุ้มค่าเพนนี ในช่วงซัมเมอร์ 2017 ลิเวอร์พูลได้ทำการเปิดตัวแบ็คซ้ายชาวสก็อตแลนด์ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเลยจากฮัลล์ ซิตีที่เพิ่งตกชั้นไปหมาด ๆ ซึ่ง ณ ตอนนั้นหลายคนก็ยังสงสัยอยู่ว่าเขาคือใคร ทำไมลิเวอร์พูลต้องไปซื้อแบ็คซ้ายของทีมที่ตกชั้น แถมในฤดูกาลก่อนหน้านั้นก็ไปซื้อจอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุมที่พึ่งตกชั้นไปกับนิวคาสเซิลเช่นกัน แต่ด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์ทำให้ไม่ได้มีใครคาดหวังถึงฟอร์มการเล่นของ "แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน" กันซักเท่าไหร่ อาจจะเอามาเป็นสำรองของอัลแบร์โต โมเรโน แบ็คซ้ายชาวสเปน หรือเจมส์ มิลเนอร์ กองกลางสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทุกตำแหน่งตามที่เยอร์เกน คล็อปป์ต้องการ แถมสถานการณ์ของร็อบโบ้ในช่วงแรกนั้นก็ถือว่ายากลำบากเหมือนกัน เพราะเขาไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควร ต้องตกเป็นตัวสำรองของโมเรโนซะเป็นส่วนใหญ่ บางเกมก็ไม่มีชื่อบนม้านั่งสำรองด้วยซ้ำ จนถึงขั้นเขาเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของคล็อปป์เพื่อถามว่าตัวเขาต้องทำยังไงถึงจะได้ลงเล่นบ้าง และใครจะไปคิดว่าการเคาะประตูห้องของเจ้านายตัวเองในวันนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของชายหนุ่มสก็อตแลนด์ที่ครั้งหนึ่งเคยทวิตด่าชีวิตตัวเองว่าห่วยแตกและประกาศหางานอีกต่างหา เพราะหลังจากนั้นไม่นานอัลแบร์โต โมเรโนก็มีอาการบาดเจ็บมารบกวนจนโอกาสตกเป็นของร็อบโบ้ และร็อบโบ้ก็ไม่ทำโอกาสนั้นให้หลุดมือไป เพราะนับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2017 ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมที่พบกับไบรท์ตันฯ โรเบิร์ตสันสามารถยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายของลิเวอร์พูลมาได้ตลอดเกือบ 10 ปี (ก่อนหน้านั้นเคยได้ลงเป็นตัวจริงแค่ 3 เกม) และเชื่อว่าแฟน ๆ ลิเวอร์พูลคงจังหวะการวิ่งไล่เพรสซิงของร็อบโบ้ได้ไม่ลืมในเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี ที่เขาวิ่งไล่บอลวิ่งไล่เพรสใส่ผู้เล่นแมนซิตี้ตั้งแต่ครึ่งสนามไปจนถึงปากประตูของแมนซิตี้ เรียกได้ว่าช็อตนั้นกลายเป็นตำนานและซีนจำของแฟนบอลเลยก็ว่าได้ครับ นั่นแหละครับ ใครจะไปเชื่อว่า 8 ล้านปอนด์ที่ลิเวอร์พูลซื้อแบ็คซ้ายโนเนมจากทีมที่ตกชั้น มันจะคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ กลายเป็นตำนานที่โคตรยิ่งใหญ่ของทีมอย่างในทุกวันนี้ และกลายเป็นอีกหนึ่งดีลที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรลิเวอร์พูล "ร็อบโบ้" แบ็คซ้ายจอมแอสซิสต์ นอกจากพละกำลังวิ่งได้ไม่มีหมดที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของโรเบิร์ตสันแล้ว อีกหนึ่งท่าไม้ตายของเขานั่นก็คือการ "แอสซิสต์" เพราะลิเวอร์พูลในยุคของเยอร์เกน คล็อปป์ไม่ได้มีเพลย์เมกเกอร์แบบธรรมชาติเลยนับตั้งแต่ที่ฟิลิปเป คูตินโญย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลนา คล็อปป์ปรับระบบการเล่นโดยให้ฟูลแบ็คทั้ง 2 ฝั่งกลายมาเป็นเพลย์เมกเกอร์แทน และนั่นแหละครับกลายเป็นอาวุธสำคัญของลิเวอร์พูลเลย ฝั่งขวามีเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ที่การเปิดบอลคือเครื่องหมายการค้าของเขาอยู่แล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าฝั่งซ้ายที่มีร็อบโบ้อยู่ก็จะมีจุดเด่นในการเปิดบอลด้วยเช่นกัน ซึ่งในฤดูกาล 2017/2018 ร็อบโบ้แอสซิสต์ไปถึง 5 ครั้งด้วยกัน ซึ่งถือว่าเยอะแล้วสำหรับตำแหน่งฟูลแบ็ค แต่ถ้าคุณคิดว่าสถิตินั้นเยอะแล้ว คุณคิดผิด เพราะในฤดูกาลถัดมาที่ลิเวอร์พูลจบอันดับที่ 2 ในลีกแต่สามารถก้าวไปเป็นแชมป์ยูฟา แชมเปียนลีกส์ได้นั้น เขาทำไปถึง 13 แอสซิสต์ เป็นรองเทรนต์แค่คนเดียว และทั้งคู่ก็กลายเป็น 2 ผู้เล่นเกมรับที่ทำแอสซิสเตอร์ได้มากที่สุดในลีก และจนถึงตอนนี้ร็อบโบ้ทำแอสซิสต์ให้กับลิเวอร์พูลไปแล้วทั้งหมด 69 แอสซิสต์ อยู่อันดับที่ 13 ของนักเตะที่แอสซิสต์ได้เยอะที่สุดของสโมสร และอันดับ 2 ของกองหลังที่แอสซิสต์ได้มากที่สุดในลีกที่ 60 แอสซิสต์ เป็นรองเทรนต์ที่ทำไป 64 แอสซิสต์ กวาดทุกแชมป์ที่ขวางหน้า อย่างที่บอกไปครับว่าร็อบโบ้อยู่กับทีมมาถึง 9 ฤดูกาลแล้ว นั่นเท่ากับว่าเขาอยู่ในยุคที่ลิเวอร์พูลกลับมายิ่งใหญ่ภายใต้การคุมทีมของเยอร์เกน คล็อปป์ โดยภาพที่เราเห็นในยุคของเยอร์เกน คล็อปป์ก็คือสามารถคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ได้ทุกรายการที่ขวางหน้า และทุกถ้วยทุกความสำเร็จนั้น "แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน" คือหนึ่งในคนสำคัญของทีม และนี่คือความสำเร็จที่ร็อบโบ้ร่วมสร้างและมอบให้กับสโมสรลิเวอร์พูลและแฟนบอลทั่วโลกครับ แชมป์ลีก: 2 สมัย (2 รองแชมป์) แชมป์ยูฟา แชมเปียนลีกส์: 1 สมัย (2 รองแชมป์) แชมป์เอฟเอ คัพ: 1 สมัย แชมป์ลีกคัพ: 2 สมัย (1 รองแชมป์) แชมป์สโมสรโลก: 1 สมัย แชมป์ยูฟา ซูเปอร์คัพ: 1 สมัย และนั่นคือแชมป์ที่โรเบิร์ตสันได้มาร่วมกับลิเวอร์พูลครับ ยังไม่รวมรางวัลส่วนตัวอีกมากมายที่เขาได้ครับ บทสรุปตำนาน "ร็อบโบ้" แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตำนานแบ็คซ้ายหงส์แดง มาถึงหัวข้อสุดท้ายของบทความนี้แล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพิมพ์อะไรต่อ เอาเป็นว่า "ขอบคุณ" ก็แล้วกัน ขอบคุณที่บอกกันล่วงหน้าแบบนี้ เพราะอย่างน้อยก็ให้ได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ อย่างน้อยนายก็ควรที่จะได้มีพิธีอำลาเฉกเช่นเดียวกับตำนานคนอื่นและให้สมกับความทุ่มเท ความสำเร็จและทุก ๆ อย่างที่นายมอบให้สโมสรและแฟนบอล ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ในมอบให้สโมสร นายคือตัวอย่างของคนที่สู้ไม่ถอย สู้แบบจนตัวตาย สู้ประหนึ่งจะเอาชีวิตเข้าแลก นายคือตัวอย่างของคนที่อดทนจนในที่สุดก็สามารถมีวันของนาย นายได้ทั้งแชมป์ที่มากมาย นายได้เป็นกัปตันทีมชาติ นายได้พาสก็อตแลนด์ไปโลดแล่นที่ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ มันคือสิ่งตอบแทนสำหรับความทุ่มเทของนาย นายสมควรได้รับมันมากที่สุดแล้ว พวกเราทุกคนจะไม่มีวันลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่นายมอบให้สโมสรและพวกเราเลย Robbo, you'll never walk alone, we love you so much and you are our legend forever. ขอบคุณภาพประกอบจาก Official Facebook ของลิเวอร์พูล Official Instagram ของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (@andyrobertson94) ภาพปก 1, ภาพปก 2, ภาพปก 3, ภาพประกอบ 1, ภาพประกอบ 2, ภาพประกอบ 3 และภาพประกอบ 4 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !