TRUE FOCUS : King’s Cup What to Watch "มนต์ขลัง คิงส์คัพ" ... by "ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์"

TRUE FOCUS : King’s Cup What to Watch "มนต์ขลัง คิงส์คัพ" ... by "ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์"
kentnitipong
21 มี.ค. 61
258

ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์ : เอาปากกาเสียบแล้วใช้มือหมุนย้อนเทปกลับไปในสมัยวัยเยาว์เข้าวัยรุ่นราวเกือบ 30 ปีก่อน หนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่รอคอยสำหรับแฟนกีฬาอย่างผมให้น้ำหนักไม่ต่างจากความยิ่งใหญ่ของ ตะกร้อไทย vs มาเลเซีย, นัดชิง เอฟเอ คัพ อังกฤษ หรือไฟท์หยุดโลกที่ซ้ายทะลวงไส้ เขาทราย แกแล็คซี่ เคลียร์จราจร

แน่นอนต้องมีชื่อของถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” อยู่ในท็อปลิสต์

 

 

เป็นรายการที่แฟนบอลรอคอย ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเกมอุ่นเครื่อง ชนะก็ไม่ได้แชมป์อะไรในระดับสากล แต่ความยิ่งใหญ่ในแง่จิตใจมีเยอะมากตลอด 45 ครั้งที่ผ่านมานักเตะระดับโลกมามายเดินทางที่นี่แบบต่างกรรมต่างวาระ

ไล่ตั้งแต่ ชา บุม กุน , ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, เจสเปอร์ โอลเซ่น, ไบรอัน เลาดรู๊ป, เฮนริค ลาร์สสัน, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลายคนมาในช่วงที่ยังเป็นนักเตะดาวรุ่ง แต่ก็มีที่มาพร้อมถ้วยแชมป์โลกโดยเฉพาะแก๊งบราซิล โรนัลดินโญ่, คาฟู, โรแบร์โต้ คาร์ลอส และริวัลโด้ ลงเล่นถล่มทีมชาติไทยไม่เหลือซาก แต่แปลกที่วันนั้นคนดูทั้งสนามปรบมือให้กับเกมนั้น ยอมรับอย่างสุดใจในความเป็นทีมต่างดาวสีเหลืองฟ้า

เช่นกันกับบรรยากาศที่เป็นตำนานฟุตบอลไทย ภาพคนดูล้นสนามไล่มายันลู่วิ่งจะเตะจะทุ่มทีต้องขอที่ทางยกใหญ่จนนักเตะต้องพูดออกไมค์ขอทางหน่อย ภาพการยิงไขว้ของ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กองหลังแสนคลาสสิคของไทยทั้ง สุทิน – สุรัก ไชยกิตติ, นที ทองสุขแก้ว “ไทย เอ ปะทะ ไทย บี”

ยุคผงาดเปลี่ยนเลือดบอลไทยกับดรีมทีม พร้อมด้วยคำครหาเรื่องทีมคู่แข่งว่าไม่ตรงตามที่โปรโมท เป็นทีมชุดเล็กบ้าง รวมดาวกระจุย บ้างว่าเป็นทีมตำบลว่าไปโน่น !!!

บวกกับผลงานที่ดูไม่ได้ของฟุตบอลไทยราวทศวรรษก่อนทำให้ความตื่นเต้นในระยะหลังๆ ลดลงไป แต่มันคงไม่ใช่กับ คิงส์คัพ 2018 ปีนี้ ว่าแต่เราจะมุ่งเป้าจับตามองไปที่จุดไหนกันดีนึกไม่ออกมีข้อเสนอครับ

….

…..

ทีมแกร่งมาตรฐานดีแม้ไม่มีสตาร์

แม้จะผิดหวังกับเสื้อ “ทีมชาติไทย” ไปแวบใหญ่ว่าทำไมอะไรๆ มันไม่เท่ากันหนอ หรือคนเหยียบวิ่งบนผืนหญ้า คนนั่งม้าเชียร์ที่สนาม รวมทั้งคนธรรมดาที่ให้กำลังใจหน้าจอ มันสำคัญไม่ใกล้เคียงมีหรือไม่มีทีมชาติก็เตะไปที่ได้มาคงเพียงช่องว่างระหว่างแฟนและทีม

 

 

เอาเถอะมองข้ามผ่านเรื่องแนวคิดที่ไม่เข้าใจออกไปพร้อมหยิบเสื้อใส่แล้วมองลงลึกไปที่ความน่าสนใจของ คิงส์คัพ ครั้งที่ 46 นี้มีให้จับต้องได้ 3 ทีมร่วมโม่แขงกับทีมชาติไทยอันประกอบไปด้วย

สโลวาเกีย : แชมป์เก่าปี 2004 ทีมอันดับที่ 29 ในการจัดอันดับฟีฟ่า  มีนักเตะชื่อคุ้นจากทีมคุ้นเท่าที่เห็นในทีวีมาพอประมาณทั้ง มาร์ติน ดูบราฟก้า จาก นิวคาสเซิ่ล, มาร์ติน สเคอร์เทล อดีตกองหลัง ลิเวอร์พูล ที่ตอนนี้เล่นให้ เฟเนร์บาห์เช่, เพลย์เมกเกอร์วัย 23 สตานิสลาฟ โลบอตก้า จาก เซลต้า บีโก้ แต่ไม่มีชื่อของ มาเร็ค ฮัมซิค คนดังที่เจ็บไปก่อนหน้า

สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ : ทีมลำดับที่ 79 ในฟีฟ่า แรงกิ้ง นี่คือทีมชั้นนำของเอเชียชาติตะวันออกลางสุดแสบที่เล่นได้ดุดัน ลวดลายเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่ก็เหมือนกับ สโลวาเกีย ไม่มี 2 ดูโอคนดัง โอมาร์ อับดุลราห์มาน และอาลี มับคุต

ทีมสุดท้ายคือ กาบอง ชาติแอฟริกันฟีฟ่าแรงกิ้งที่ 95 มาร่วมแข่งขันในคิงส์คัพ เป็นครั้งแรก เรียกเสียงฮือฮาไปแล้วกับโลโก้เสือดำที่เข้ากับสถานการณ์คดีดังบ้านเรา ในบรรดาสามทีมที่มาร่วมแข่ง กาบอง จะเป็นชุดใหญ่ที่สุดมีผู้เล่นกระจายในลีกยุโรปมากมาย ทั้ง มาริโอ เลอมินา กองกลางจากเซาธ์แฮมป์ตัน, ดิดิเย่ร์ เอ็นดอง กองกลางจาก วัตฟอร์ด เสียดายเหลือเกินเมื่อ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ยกเลิกการมาเยือนไทยเพราะเหตุสุดวิสัยคุณยายเสียชีวิต

เมื่อข่าวผู้เล่นออกมาแบบนี้มันเลี่ยงเสียงครหาว่าเอาอีกแล้วเอาชุดเล็กมา ไม่ให้เกียรติเลย แต่เชื่อเถอะที่มากันถือเป็นของจริงมาตรฐานสูงประสบการณ์เพียบไม่มีหมูมาให้เชือดแน่นอนรับรอง ฟีฟ่า แรงกิ้ง 129 ของเราไม่มีได้เปรียบ

….

…..

พิสูจน์ศักยภาพแข้งต่างแดน

วนมายังทีมชาติไทยของเราภายใต้การทำงานของ มิโรวาน ราเยวัช หลังประกาศชื่อออกมาในรอบแรก ไม่กระตุ้นต่อมตื่นเต้นแต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่ก็เรื่องทั่วไปคาดการณ์ได้ว่าใครจะติดบ้าง ไม่มีชื่อใหม่ ไม่มีชื่อนักเตะฟอร์มแรงในช่วงออกสตาร์ทเดือนแรกของลีก

โดยมีเหตุผลประกอบตามมาว่าเวลาในการเตรียมทีมรับรายการใหญ่ในปีนี้มีไม่มากนักเลยอยากใช้ของคุ้นมือไปก่อน แหม เหตุผลเดียวกับโค้ชคนก่อนเท่าไหร่

จากชื่อที่ออกมาเรื่องแรกที่อยากจับตามอง เชื่อว่าทุกคนก็อยากเห็นเหมือนกันหมดนั่นคือ 4 ตัวค้าแข้งต่างชาติจะมีมาตรฐานสูงขนาดไหนเมื่อกลับมาเล่นกับเพื่อนร่วมทีมที่คุ้นเคยไม่ต้องปรับตัวใหม่หมด 100 % เต็มเหมือนช่วงเดือนที่ผ่านมาผลงานโดยรวมจะออกมาอย่างไร

 

 

… อัพเดต เลเวล เหล่า “เจลีกเกอร์”

โดยเฉพาะแก๊ง เจลีก ธีราทร บุญมาทัน, ธีรศิลป์ แดงดา และชนาธิป สรงกระสินธ์ ซึ่งสองรายหลังฟอร์มเข้าที่เข้าทางลงสนามสม่ำเสมอควรมีความต่างออกมาอย่างชัดเจน หากใครอายุเลยสามสิบกลางลองนึกภาพเมื่อครั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กลับมาจากฝึกปรือที่อังกฤษ แม้ไม่ได้ลงสนามในเกมจริงเลยแม้แต่เกมเดียว

ทว่าแฟนบอลทุกคนต่างยอมรับว่าเขาเก่งขึ้น ชัดเจนที่สุดคือแกร่งขึ้นด้วยสภาพร่างกาย และจิตใจ พร้อมชนกองหลังทุกทีมโดนไล่เตะไม่มีเดือด เก๋า และทำให้ทีมได้เปรียบอยู่เสมอ นั่นคือสิ่งแรกที่ขอจับตา

….

…..

King’s Cup เวทีแจ้งเกิด

ในรายชื่อทีมชาติไทยชุดนี้เราจะได้เห็นเหล่ารุกกี้ ยังบลัดที่ประสบการณ์ในทีมชาติน้อยมากๆ

ต่ำกว่า 10 เกม 12 ราย
7 ราย ติดทีมชาติไม่เกิน 1 เกม
และ 2 คนในนั้นรอโอกาสประเดิมสนามเป็นครั้งแรกในรายการนี้

ทั้ง ชินภัทร ลีเอาะ ตัวหลักจาก ยู 23 สังกัด สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในวัย 21 ปี เล่นได้ทั้งกลางรับ และเซนเตอร์ฮาล์ฟ น่าเสียดายที่ระยะหลังเจ็บจนเบียดลงตัวจริงลำบากจากบรรดารุ่นพี่ที่ฟอร์มดีในสโมสร ดังนั้น คิงส์คัพ สำหรับเขาคงต้องรอโอกาส

นิติพงษ์ เสลานนท์ วัย 24 ปี จากการท่าเรือ ฟอร์มแรกในตำแหน่งแบ็กขวา ได้บู๊เร็วตามประสาปีกเก่า แต่ 2 ปีนี้โดดเด่นในการเพิ่มเกมรับ แล้วก็เติมสุดทางแถมลงทันแม้หลายครั้งริมเส้นตัวบนของท่าเรือจะไม่มีส่นในเกมรับ แต่เจ้าตัวก็ตัวรอดไปได้ ด้วยฟอร์มที่สม่ำเสมอในตำแหน่งแบ็กขวาแถมทีม การท่าเรือ ผลงานดีต่อเนื่อง

ชื่อของเขาน่าจะเบียดเป็นตัวหลักใน คิงส์คัพ ได้เพราะคู่แข่งโดยตรงเพียงรายเดียวก็คือ ฟิลิป โรลเลอร์ จากราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่เรียกเข้ามาเสริม ฟอร์มยังไม่ประติดประต่อมากนักในช่วงเดือนแรกในลีก

แต่ถ้าพลิกสุดๆ หวยต้องออกที่ “จ่าเย็น” มงคล ทศไกร ไปเลย

เชื่อลึกๆ ว่า 2 เกมในรายการนี้เราได้เห็นผู้เล่นใหม่ๆที่ไม่ค่อยได้เล่นในทีมชาติจนชินตาได้ลงสนามกันแน่ ขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะฉวยโอกาสได้มากน้อยแค่ไหนจุดนี้น่าติดตามเพราะทีมชาติไทยช่วงผลัดใบเด็กใหม่รอจ่อคิวเพียบหากโอกาสที่มาถึงหลุดมือไปอาจหลุดวงโคจรยาวๆ ได้เลย

….

…..

King’s Cup Marketing

ณ ปัจจุบันหากจัดทัวร์นาเมนต์ใหญ่ทั้งทีไม่มีการตลาดนำควบคู่กันไปคงจะไม่ได้ เพราะโลกทุกวันนี้คือโอกาสทางเม็ดเงิน ลงทุนจ่ายไปแล้วต้องหาผลตอบแทนให้ได้เพราะมันไม่ใช่ถูกๆ ครั้งนี้ยังไม่เห็นอะไรมากแคมเปญนักแต่ที่ปล่อยออกมาเป็นหมัดเด็ดหมัดหนักสลบกันทั้งเมืองนั่นก็คือ BNK48

 

 

จนนาทีนี้ก็ยังไม่รู้หรอกว่าน้องๆ เขาจะทำอะไร มีส่วนร่วมนำในกิจกรรมไหนของฟุตบอลไทย แต่ที่แน่ๆ คือกระแสที่ได้เต็มเปี่ยมตั้งแต่ยอดจองเสื้อของที่ระลึก หรือกระแสแฟนๆ เหล่าโอตะ ที่จากเดิมไม่ค่อยสนใจฟุตบอล ก็มีท่าทีเข้าไปรอให้กำลังใจน้องๆ ในสนามฟุตบอล

สิ่งที่ตามมาก็เรื่องน่าเบื่อเหมือนเคยกับคำวิจารณ์ ที่คนดูเข้าสนามบอลด้วยเหตุผลนี้ว่าเป็นพวกฉาบฉวยไม่ใช่พันธุ์แท้ มาแล้วก็ไป (เออ มันดีกว่าไม่มีใครมาไหมหนอ) เป็นการดำเนินแผนการตลาดที่ทำให้ฟุตบอลไทยมีริ้วรอย หรือแม้แต่ภาพโฆษณาของ ราเยวัช ที่ทำมือท่าปั้นข้าวโดนสับไปต่างๆ นาๆ ไม่เหมาะสม ไม่สมเกียรติ ผิดกาละเทศะ บลาบลาบลา…

ทุกประเด็นคงไม่อาจก้าวล่วงชี้ถูกผิดอะไรได้ โดยเฉพาะประเด็นหลังถือเป็นความเห็นแบบปัจเจกตามแต่กรอบความคิดของแต่ละท่าน ทว่าความเห็นแรกคงไม่ถูกนักเพราะสิ่งที่สินค้า หรือทุกอีเว้นท์ต้องการนั่นคือความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก ยิ่งเป็นคนกลุ่มใหม่ไม่ใช่เป้าหมายเดิมยิ่งวิเศษ

จากนั้นความยอดเยี่ยมน่าสนใจในตัวกิจกรรม หรือสินค้าที่ทรงคุณภาพต่างหากจะเป็นอาวุธหลัก ที่จะมัด และเปลี่ยนใจให้ผู้ชมขาจรเหล่านี้กลายเป็นแฟนประจำได้อย่างไร คุณภาพของเกมทำได้ไหม บรรยากาศหล่ะเปลี่ยนใจได้รึเปล่า ในมุมของ BNK48 ก็ไม่ต่างกัน เวทีสนามฟุตบอล ไม่ใช่พื้นที่ของพวกเธอ แฟนฟุตบอลก็คงก้ำกึ่งอาจจะสนใจ รู้จักแต่เป็นกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดไหมไม่แน่ใจ

แต่นี่คือโอกาสสำคัญที่เปลี่ยนแปลงกันได้ !!!

ติดตามไปด้วยกันนะครับ คิงส์คัพ 2018 ดูสิวะ มนต์ขลังของรายการจะเข้มข้นขนาดไหนจบจากรายการนี้คำวิพากษ์หนังไปทางใด แล้วเสียงวิจารณ์จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างตามกันต่อไปครับ

 

“ต็อกตั้ม พรรษิษฐ์”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้