นิวคาสเซิล 1995-96 : สุดยอดความเอ็นเตอร์เทนของทีมที่เล่นสนุกที่สุดแห่งยุค | Main Stand

นิวคาสเซิล 1995-96 : สุดยอดความเอ็นเตอร์เทนของทีมที่เล่นสนุกที่สุดแห่งยุค | Main Stand
เมนสแตนด์
10 ต.ค. 64
126

"ผมจะบอกอะไรให้ ฟุตบอลที่สนุกของจริงคือตอนสมัยผมอยู่กับนิวคาสเซิล" 

"ตอนนั้นพวกเราใส่เกียร์เดินหน้าอย่างเดียว ต่อให้ยิงได้เราก็พยายามเอาลูกที่สอง แม้กระทั่งท้ายเกมพวกเราก็ไม่เคยเอาบอลไปเล่นที่มุมธง ... นี่แหละความมันที่ เควิน คีแกน สั่งให้พวกเราทำล่ะ" 


 

นี่คือเรื่องเล่าจากปากของ โรเบิร์ต ลี มิดฟิลด์ห้องเครื่องของทีม นิวคาสเซิล ในฤดูกาล 1995-96 ทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบอลสไตล์นิวคาสเซิลของแท้และดีที่สุด บุกมันที่สุด ใจสู้ที่สุด และดูสนุกที่สุด จนเสื้อแข่งขันของพวกเขาในฤดูกาลนั้นกลายเป็นที่จดจำและถือเป็นของแรร์ในวงการเสื้อบอลไปเรียบร้อยแล้ว 

แม้ทีมชุดนั้นอาจจะถูกจดจำในฐานะรองแชมป์ และการแพ้ต่อจิตวิทยาของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่อีกด้านของความล้มเหลว คือวิธีการสร้างทีมขึ้นมาด้วยแรงกระหายที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดในแบบที่ทำซ้ำไม่ได้ 

ก่อนที่นิวคาสเซิลจะเริ่มโปรเจกต์ใหม่ในฐานะทีมที่มีเจ้าของสโมสรรวยที่สุดในโลกและมีงบประมาณซื้อตัวขั้นต่ำ 200 ล้านปอนด์ต่อ 1 ปี ... เราจะพาย้อนกลับไปดู "เรียล นิวคาสเซิล" ที่เร้าใจที่สุด ว่าทีมชุดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และแยกย้ายกันไปตอนไหน 

ติดตามได้ที่ Main Stand 

 

เสน่ห์เหลือร้ายของ "คิง เคฟ" 

การที่ทีมฟุตบอลทีมหนึ่งจะเล่นดุดันและสร้างเสน่ห์ให้กับผู้ชมได้ ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการมีเฮดโค้ชเก่ง ๆ หรืออย่างน้อยก็มีคุณสมบัติบางอย่างที่สามารถดึงดูดใจผู้เล่นให้มาร่วมงานกันได้ 

หลักการทำงานที่ง่ายที่สุดของการเป็นโค้ชที่ดีคือการสร้างระบบการเล่นที่ชัดเจน การปกครองห้องแต่งตัวไว้ให้ได้ สั่งอะไรไปนักเตะทุกคนก็พร้อมจะทำตาม และ นิวคาสเซิล ในฤดูกาล 1995-96 เป็นหนึ่งในทีมที่มีเฮดโค้ชที่มีคุณสมบัตินั้น คน ๆ นั้นคือ เควิน คีแกน 

คีแกน ไม่ได้มีเส้นทางการเป็นโค้ชที่ยิ่งใหญ่อะไรมากนัก หากจะเปรียบว่าเขาเหมือนกับใครหรือโค้ชคนไหนในปัจจุบัน ก็คงต้องบอกมาในรูปแบบของ ซีเนดีน ซีดาน คงจะใกล้เคียงที่สุด ... ซีดาน เล่นให้ เรอัล มาดริด เป็นฮีโร่ของทีมสมัยเป็นนักเตะ สามารถคว้าแชมป์และรางวัลบัลลงดอร์ได้ ก่อนที่เขาจะได้กลับมาคุมทีม ๆ นี้ และกอบกู้ทุกอย่างให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอย คว้าโทรฟี่เข้าสู่ตู้โชว์มากมาย ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่อดีตกุนซือ นิวคาสเซิล เสกให้ไม่ได้

ส่วน คีแกน นั้นเคยเป็นอดีตนักเตะที่แฟน ๆ นิวคาสเซิล รักและเคารพ ช่วงที่ คีแกน เล่นให้กับ นิวคาสเซิล คือในปี 1982-1984 ฉายาที่แฟนบอลเรียกเขาคือ "คิง เคฟ" อันเป็นการบอกสถานะทุกอย่างได้ดีที่สุด 

หลังแขวนสตั๊ด คีแกน ก็ไม่เคยรับงานคุมทีมฟุตบอลเลยจนกระทั่งนิวคาสเซิลติดต่อเขามาในปี 1992 ปีนั้นทุกอย่างกำลังยํ่าแย่ ขณะที่ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษถูกรีแบรนด์จาก ดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก และทีมในลีกกลุ่มท็อปนั้นได้ส่วนแบ่งต่าง ๆ มากกว่าอย่างชัดเจน นิวคาสเซิล ตกลงต้องมาในลีกรอง (ดิวิชั่น 1) และพวกเขาต้องการจะกลับขึ้นไปแบ่งเค้กในพรีเมียร์ลีกให้ได้ 

แต่ทีมตอนนี้มีปัญหาทางการเงินจนเกือบล้มละลายและตกชั้นจากลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก กระทั่ง เซอร์ จอห์น ฮอลล์ เข้ามาซื้อสโมสรเพื่อกอบกู้และได้แต่งตั้ง เควิน คีแกน ฮีโร่ขวัญใจคนดีคนเดิมกลับมาอีกครั้ง แต่มาในฐานะกุนซือ จุดมุ่งหมายคือการรวมนักเตะในทีม แฟนบอล และทีมงานให้เป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยแก้ปัญหากันไปแบบจุดต่อจุด 

ในขณะที่บอร์ดรูมซัดกันนัว ฮอลล์ ไฟต์กับคนอื่น ๆ ในโต๊ะประชุมของ CEO กับประเด็นการเลือก คีแกน ที่ไม่เคยมีผลงานคุมทีมเลยมาคุมทีม ทั้งสองคนต่างเลือกเอาคอขึ้นบนเขียงทั้งคู่ หากผลงานในฤดูกาลใหม่ไม่เป็นอย่างที่หวัง พวกเขาจะต้องกอดคอกันตกงานอย่างแน่นอน 

นั่นคือเหตุผลที่ คีแกน ทุ่มเทให้กับการทำงานครั้งนั้นสุดชีวิต ว่ากันว่าในการซ้อมครั้งแรก คีแกน ที่เคยผ่านประสบการณ์การค้าแข้งกับทีมดังในประเทศอย่าง ลิเวอร์พูล และได้ไปเล่นกับยักษ์ใหญ่ในเยอรมัน ณ เวลานั้นอย่าง ฮัมบูร์ก เมื่อได้เห็นบรรยากาศการซ้อมของทีม เขาก็รู้แล้วว่าทำไมทีมจึงไปไหนไม่ได้ไกลเช่นนี้...

ไม่ใช่แค่วิธีการ แต่มันคือความพร้อม คีแกน ยอมควักเงินส่วนตัวจ้างบริษัททำความสะอาดเข้ามาทำความสะอาดสนามซ้อมของทีมใหม่ทั้งหมด เพราะเขาเชื่อว่าความสะอาดและเป็นระเบียบคือสิ่งสำคัญและเป็นพื้นฐานของคนที่จะประสบความสำเร็จ 

คีแกน เข้ามาและเปลี่ยนแปลงทีมไปในทันที ฟุตบอลแบบอังกฤษที่มีความหลากหลายคือวิธีการที่เขานำมาใช้ กองหลังตัวใหญ่เล่นหนัก ปีก 2 ข้างที่มีความเร็ว และ 2 กองหน้าที่สามารถเอาชนะการดวลตัวต่อตัวไปพร้อม ๆ กับการเล่นลูกกลางอากาศได้ นั่นคือวิธีคิดง่าย ๆ แต่ คีแกน ใช้การหยิบจับนักเตะที่เรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมที่ลงล็อกถึงขีดสุด เรียกได้ว่าซื้อหรือปั้นขึ้นมา 1 ครั้ง ใช้งานได้สบาย ๆ ไปหลายปี 

ตัวที่คีแกนซื้อมาอย่าง แอนดี้ โคล, โรเบิร์ต ลี, จอห์น เบเรสฟอร์ด รวมไปถึงตัวที่ย้ายมาร่วมทีมก่อนหน้าอย่าง พาเวล เซอร์นิเชค และเด็กปั้นของทีมอย่าง สตีฟ ฮาวี่ย์ กับ ลี คลาร์ก นี่คือชื่อที่แฟนสาลิกาดงเรียกว่าเป็นขวัญใจของพวกเขาทั้งนั้น จนกระทั่งทุกวันนี้  

"โค้ชอย่าง เควิน คีแกน คือที่สุดของที่สุดที่ผมเคยทำงานด้วย ผมเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเขา ต่อให้เขาสั่งให้ผมไปกระโดดสะพานแม่น้ำไทน์ ผมก็จะทำอย่างแน่นอน" จอห์น เบเรสฟอร์ด กล่าวถึงเจ้านายของเขา 

สถิติการยิงประตูถล่มทลาย ชนะที 3-4 เม็ด และปิดท้ายฤดูกาลด้วยการถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ 7-1 พร้อมทำสถิติชนะรวด 11 เกม จากทีมที่เคยจะพังกลายเป็นทีมที่ใครได้ดูเกมก็ต้องหลงรักและอดชื่นชมไม่ได้ นิวคาสเซิล ยุค ดิวิชั่น 1 ถูกเรียกว่า "ไรส์ ออฟ เอ็นเตอร์เทนเนอร์" (ต้นกำเนิดของนักสร้างความบันเทิง) ซึ่งฉายานี้ก็เหมาะสมกับพวกเขายิ่งกว่าอะไรดี 

จะมีอะไรดีไปกว่าการเลื่อนชั้นด้วยนักเตะที่กำลังห้าวและทุ่มเทให้ทีมแถมยังเชื่อฟังโค้ชถึงขีดสุด นิวคาสเซิล ขึ้นชั้นมาแบบไม่กลัวใครและพร้อมชนกับทุกทีม นี่คือฟุตบอลในอุดมคติแบบที่เรียบง่ายที่สุด เสียต้องไล่, ได้บอลต้องตื่นตัว หากไม่มีบอลก็ต้องเล่นแบบมีจินตนาการ  

ความมันที่สุดแสนจะลงตัวมาบังเกิดขึ้นหลังจากที่ นิวคาสเซิล อยู่ตัว ในการรู้รักษาตัวรอดและตั้งตัวได้ ในฤดูกาล 1995-96 "จิ๊กซอว์" ชิ้นที่สำคัญที่สุดของทีม "ไรส์ ออฟ เอ็นเตอร์เทนเนอร์" ถูกนำมาเติมเต็ม นั่นคือ ดาวิด ชิโนลา ปีกดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสจอมเทคนิค ราชาแห่งการเอาชนะตัวต่อตัว และกองหน้าสายอังกฤษแท้แบบ เลส เฟอร์ดินานด์ ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบกับนักเตะในปัจจุบันก็คงไม่ต่างกับพวก เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าประเภทอยู่ถูกที่ถูกเวลา เล่นลูกกลางอากาศเก่ง แม้การยิงแต่ละลูกจะดูไม่สวยงาม แต่เป็นนักเตะที่ยิงได้ทุกจังหวะ ขอแค่ให้บอลเข้าประตูได้เป็นอันจบงาน

เมื่อได้ 2 นักเตะที่ลงล็อกกับสไตล์เดินหน้ายิงประตู ฉายาที่เรียกกันว่า "ไรส์ ออฟ เอ็นเตอร์เทนเนอร์" ก็กลายเป็น "ดิ เอ็นเตอร์เทนเนอร์" เต็มตัว ... ทีมของพวกเขาสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว และความมันก็เริ่มบังเกิดหลังจากนี้ 

 

ท้าทายทุกทีม 

"ในฤดูกาล 1994-95 ทีมเราอ่อนแอน่าดูเลยนะ เรื่องสภาพร่างกายนักเตะบางคนก็ฟิตไม่พอที่จะวิ่งตลอดทั้งเกม แต่เราก็ต้องทำการเซ็นสัญญาที่สามารถทำทีมดีขึ้นได้ เพราะในตอนนั้นเราเสีย แอนดี้ โคล ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และหลายคนก็วิจารณ์ว่าเราไม่ได้คาดหวังอะไรให้ก้าวหน้ามากกว่านั้น" โรเบิร์ต ลี กล่าวถึงจุดเปลี่ยนในฤดูกาลที่สนุกที่สุดสำหรับแฟนบอลแม็กพาย 

"นักเตะแต่ละคนที่เข้ามาล้วนแต่เป็นพวกที่มีความเป็นผู้ชนะและเก่งกาจทั้งนั้น เราได้ เลส เฟอร์ดินานด์ คนที่ผมพยายามชักชวนเขาย้ายทีมมาหลายครั้ง (จาก คิวพีอาร์) มี ชาก้า ฮิสล็อป (ผู้รักษาประตู), วอร์เรน บาร์ตัน (กองหลัง) แล้วที่ลืมไม่ได้เลยคือ ชิโนลา"

"ตอนแรกผมไม่รู้จักเขาเท่าไหร่ ปีกซ้ายของเรามี สกอตต์ เซลลาร์ส อยู่แล้ว ผมเลยคิดไว้ว่า ชิโนลา เนี่ยนะจะเก่งกว่า เซลลาร์ส ได้ ... โอ้พระเจ้า ผมคิดแบบนั้นจริง ๆ ให้ตายเหอะ จนกระทั่งมาเห็นเขาเล่นร่วมกับทีม ผมเลยคิดทันทีว่าเป้าหมายของ นิวคาสเซิล ตอนนี้เราเล่นเล็ก ๆ ไม่ได้อีกแล้ว"

"ไปยุโรปดีมั้ย ยูฟ่า คัพ โอเคหรือเปล่า ? ... ไม่หรอก พอเราคุยกันประเด็นที่ตกผลึกคือ พวกเราจะตั้งเป้าไว้ที่การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก จุดเริ่มต้นความคิดนี้คือ คีแกน เขาบอกว่าไว้ว่า ในเมื่อคิดจะลงแข่งไม่หวังแชมป์ก็กะไรอยู่ ... ไปกันเถอะพวก!" ลี ว่าต่อ


Photo : www.90min.com

คุณสมบัติที่ ลี ว่ามา ทำให้ นิวคาสเซิล ลุกเป็นไฟ ... ไล่เรียง 11 ตัวจริง ณ ตอนนั้น ประตูเป็น ชาก้า ฮิสล็อป จอมหนึบชาวตรินิแดด โดยมี เซอร์นิเชค เป็นตัวสลับ

แบ็คโฟร์นำโดย สตีฟ วัตสัน เจ้าของฉายามิสเตอร์อเนกประสงค์ ในตำแหน่งแบ็คขวา, ดาร์เรน พีค็อก จับคู่กับ สตีฟ ฮาวี่ย์ เป็นเซ็นเตอร์แบ็ค โดยมี ฟิลิปป์ อัลแบร์ ที่สามารถเล่นแบบกองหลังตัวกลางยุคใหม่ คือออกบอลได้ เทคนิคดี พร้อมลงที่ม้านั่งสำรอง ส่วนแบ็คซ้ายเป็นสายวิ่งสู้ฟัดอย่าง เบเรสฟอร์ด 

คู่กลางเป็นสายห้าวเข้าปะทะหนักและออกบอลดีดีกรีทีมชาติอังกฤษ อย่าง ร็อบ (โรเบิร์ต) ลี จับคู่กับกองกลางตัวเก๋าสายบอลสมองคุมจังหวะการเล่นเนียนกริบเป็นเบอร์ต้น ๆ ของลีก อย่าง ลี คลาร์ก ขณะที่ปีกขวาเป็น คีธ กิลเลสพี ปีกดาวรุ่งความเร็วสูงที่เป็นส่วนหนึ่งในดีลซื้อขาย แอนดี้ โคล ส่วนปีกซ้ายแน่นอนว่าเป็น ดาวิด ชิโนลา ปีกซ้ายถนัดขวาคนแรกที่เล่นได้มีประสิทธิภาพที่สุดในพรีเมียร์ลีก 

คู่หน้าเป็นเพลย์เมคเกอร์สายสร้างสรรค์เกมรุกอย่าง ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ และกองหน้าเบอร์ 9 ในฝันที่จบสกอร์ได้ทุกรูปแบบอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์ 

จากคำอธิบายถึงแต่ละคนในข้างต้น นี่คือทีมที่เอาจุดเด่นของแต่ละคนมาประกอบกันได้อย่างลงตัว และเมื่อใส่แผนของโค้ชที่เน้นเกมบุก ซื้อใจลูกทีมได้ นิวคาสเซิล จึงกลายเป็นขวัญใจของใครหลายคน ต่อให้มีทีมหลักเชียร์อยู่แล้วก็ยังยกให้พวกเขาเป็นทีมที่เชียร์เบอร์ 2 ด้วยสไตล์การเล่นแบบใส่ไม่ยั้งตลอด 90 นาที 

"ผมจะบอกอะไรให้ ฟุตบอลที่สนุกของจริงคือตอนสมัยที่ผมอยู่กับนิวคาสเซิล ตอนนั้นพวกเราใส่เกียร์เดินหน้าอย่างเดียว ต่อให้ยิงได้เราก็พยายามเอาลูกที่สอง แม้กระทั่งท้ายเกมพวกเราก็ไม่เคยเอาบอลไปเล่นที่มุมธง ... นี่แหละความมันที่ เควิน คีแกน สั่งให้พวกเราทำล่ะ" ร็อบ ลี เล่าถึงทีมชุดนั้นอย่างได้ใจความ ขณะที่ ฟิลิปป์ อัลแบร์ ก็เสริมว่าวิธีการสอนของ คีแกน ก่อนเกมนั้นง่ายมาก ๆ แค่บอกว่า "ยิงให้ได้มากกว่าคู่แข่งก็พอ"

"ไม่ว่าจะเจอกับใคร จะใหญ่แค่ไหนเราก็เล่นเหมือนกันหมด ผู้จัดการทีมจะพูดก่อนลงสนามไปว่า 'ออกไปจัดการซะ ยิงให้ได้มากกว่าพวกนั้น 1 ลูก' ตอนนั้นมันไม่ใช่ปัญหาเลยที่จะทำอย่างนั้น ยิ่งเวลาเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลเยอะ ๆ เรามั่นใจว่าเราทำได้แน่นอน" อัลแบร์ กล่าว 


Photo : www.chatsports.com

ขณะที่ เบเรสฟอร์ด ที่ให้สัมภาษณ์กับ FourFourTwo เล่าถึงความรู้สึกในขณะนั้นว่า หลังจากแข่งเกมลีกไป 20 นัด พวกเขาแพ้คู่แข่งไปแค่ 2 เกม โดยเป็นการแพ้นอกบ้านทั้งหมด และเล่าว่าในช่วงเวลานั้นทุกคนสนุกกับการเล่นฟุตบอล เล่นเกมรุกกันด้วยความรู้สึก ที่สำคัญยิ่งกว่าวิธีการการเข้าทำ คือความมั่นใจของพวกเขาลอยไปไกลมาก บางเกมเล่นไปแค่ 45 นาทีพวกเขาก็มั่นใจแล้วว่า "เกมนี้ชนะแน่" 

"ในวันที่เราเล่นได้ดีที่สุด เราเอาชนะใครก็ได้ มันสนุกและรู้สึกดีมากที่ได้ลงเล่นให้กับทีม ๆ นี้ เราลงเล่นไปแค่ 45 นาทีเราก็รู้ว่าเราจะเป็นฝ่ายชนะแน่นอน" เบเรสฟอร์ด กล่าว 

ทุกสิ่งที่นักเตะชุดนั้นบอก แสดงออกให้คุณรู้ได้ทันทีว่า เมื่อเล่นฟุตบอลด้วยความสนุกอะไรก็ออกมาดีไปหมด ทว่าบางครั้งความสนุกและมั่นใจเกินเหตุก็ทำให้หลงลืมอะไรไปได้ง่าย ๆ พวกเขาลืมไปว่าฟุตบอลเล่นกัน 38 นัดเพื่อเป็นแชมป์ และพวกเขายังไม่เคยพบกับวันที่อะไรก็ไม่เป็นใจสักครั้ง ซึ่งในวันนั้นต่อให้เล่นดีแค่ไหนก็แพ้  

สิ่งที่ยากที่สุดของการพ่ายแพ้ในวันที่เล่นดีคือ ความท้อใจและผิดหวังที่ยากจะสลัดมันออกไปได้ง่าย ๆ ... สิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นในอีกครึ่งฤดูกาลที่เหลือ 

 

โค้งสุดท้ายที่อะไรก็ตรงกันข้าม 

หลังจากนั้น ก็ดูเหมือน นิวคาสเซิล ที่เป็นบอลเดินหน้าฆ่ามัน ถอยหลังหกล้มจะต้องเจอกับสถานการณ์ซึ่งพวกเขาไม่เคยพบเจอ ... หนึ่งในสถานการณ์นั้นคือ "การอุดในแดน 11 ตัว" ที่ในยุคนั้นไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ 

พวกเขาแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในแบบยิงไม่ได้ ตามด้วยการเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุคที่ยังเป็นทีมระดับกลางค่อนล่าง 3-3 และทำให้แต้มลดช่องว่างเข้ามาอีก ถึงตอนนี้เกมที่ 3 หลังจากไม่สามารถเอาชนะได้ 2 เกมติดกันก็มาถึง นั่นคือการเจอกับคู่แข่งแย่งแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นำโดย เอริค คันโตนา 

นิวคาสเซิล ยิงยังไงก็ไม่ผ่านมือ ปีเตอร์ ชไมเคิล ประตูของ ยูไนเต็ด มันเป็นพล็อตคลาสสิกของโลกฟุตบอล และตลกดีที่บางทีมพยายามยิงแทบตายแต่ยิงยังไงก็ไม่เข้า ทว่าเมื่ออีกทีมที่เจียนอยู่เจียนไปได้โอกาส มันกลับกลายเป็นหมัดน็อกในทันที 


Photo : premierleague25years.wordpress.com

"ตอนนั้นพวกเขาได้โอกาสบุกใส่เรา พอโยนเข้าไปในกรอบเขตโทษเท่านั้นแหละ ผมก็นึกในใจ 'เวรแล้วไง'" เบเรสฟอร์ดรำลึกถึงจังหวะเสียประตู "พอบอลไปถึงตัว (เอริค) คันโตนา ผมก็พุ่งเข้าใส่ทันที คือถ้าเขาแต่งบอลก่อน บอลมันคงจะแฉลบผมออกข้างหรือออกหลังไปล่ะ แต่หมอนั่นเลือกยิงกดลงพื้น บอลเลยลอดตัวผมพุ่งเสียบเสาไกล" ... เปรี้ยงเดียวหลับ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ นิวคาสเซิล ได้ถึงบ้าน จากนั้นพายุก็เริ่มก่อตัว

อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้า 3 แต้มและพลิกสถานการณ์ลุ้นแชมป์ในวันนั้น จากนั้นเขาก็เล่นเกมจิตวิทยาโยนความกดดันใส่ นิวคาสเซิล และปลุกเร้าฝั่งตรงข้ามให้อยากเอาชนะ นิวคาสเซิล มากขึ้น 

เฟอร์กี้ เคยเตือนหยัน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ก่อนแข่งกับ นิวคาสเซิล ว่า "เดี๋ยว ฟอเรสต์ จะเล่นไม่เต็มที่ คอยดูนะ" ซึ่งนั่นทำให้ คีแกน ทนรับอย่างเดียวไม่ไหว เขาออกมาด่า เฟอร์กี้ กราดผ่านสื่อและแสดงสารท้าทายอย่างเต็มรูปแบบ 

"ผมยอมนิ่งมานานแล้ว แต่ผมขอบอกไว้เลยว่า เขาแทบหมดราคาเลยในสายตาของผมทันทีที่เขาพูดแบบนั้น เราไม่คิดจะใช้วิธีแบบนั้นแน่ เราจะไม่พึ่งอะไรที่คนอื่นพูดถึงหรอก แต่คุณช่วยไปบอกเขา (เฟอร์กี้) เลยก็ได้ ถ้ายังดูอยู่อ่ะนะ เรายังคงสู้เพื่อการคว้าแชมป์ แถมเขายังต้องไปเยือน มิดเดิลสโบรห์ ในเกมสุดท้ายอีก ขอบอกเลยนะว่าผมจะสะใจมากถ้าเราชนะพวกนั้นได้ ... สะใจสุด ๆ เลยว่ะ" คีแกน กล่าวหลังจากทีมของเขาหลุดแพ้หลุดเสมอเป็นว่าเล่นจนแต้มที่นำไป 12 แต้ม โดนจ่อเข้ามาทุกขณะชนิดหายใจรดต้นคอแล้ว 


Photo : www.dailymail.co.uk | Andy Hooper

อย่างที่ทุกคนรู้ ตอนจบของฤดูกาล 1995-96 เป็นดราม่าที่นิวคาสเซิลลืมไม่ลง พวกเขาพลาดใน 2 เกมสุดท้ายของฤดูกาลและปล่อยให้ ยูไนเต็ด ที่ชนะรวดวิ่งเข้าวินไปในท้ายที่สุด

นี่คือเหตุการณ์ที่ทุกคนได้รู้ถึงพิษสงของฝีปากเฟอร์กี้และคนที่พยายามจะต่อกรกับเขา ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากปล่อยให้คำพูดของเขาไปรบกวนจิตใจ 

คีแกน และ นิวคาสเซิล โดนสื่อแซวบ่อย ๆ กับการพลาดแชมป์ในครั้งนั้น ทว่าที่สุดแล้วหากรอให้ความเจ็บปวดตกผลึก สิ่งที่ซ่อนอยู่ในนิวคาสเซิลชุดนั้นคือความสมบูรณ์แบบและดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้แล้วกับนักเตะที่มี และสำหรับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ไม่กี่ปี ... พวกเขาทุกคนควรภูมิใจ เหมือนกับที่แฟน ๆ ของ นิวคาสเซิล พูดถึงทีมชุด 1995-96 ในแง่นั้นอยู่เสมอ 

"เราอาจจะถูกจดจำในฐานะทีมอ่อนหัดไร้ประสบการณ์ แต่ผมจะไม่และไม่มีวันแลกประสบการณ์นั้นกับอะไรทั้งสิ้น ผมไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงมันต่อให้ทำได้ก็ตาม นี่คือทีมที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นด้วย แต่ผมจะไม่ปฏิเสธหรอกนะว่ามันจะดีกว่านี้หากพวกเราจบด้วยการเป็นแชมป์" เบเรสฟอร์ด กล่าวถึงทีมชุดนั้นอย่างภาคภูมิใจ แม้จะมีความผิดหวังเจือปนอยู่ก็ตาม 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.nufc.co.uk/club/history/eras/the-entertainers/
https://bleacherreport.com/articles/2016196-what-became-of-the-1996-newcastle-united-team-which-beat-manchester-united-5-0
https://www.themag.co.uk/2020/10/kenny-dalglish-explains-to-alan-shearer-why-he-failed-at-newcastle-united/
https://www.bbc.com/sport/football/52502219
https://bleacherreport.com/articles/2016196-what-became-of-the-1996-newcastle-united-team-which-beat-manchester-united-5-0
https://en.wikipedia.org/wiki/Kevin_Keegan
https://theathletic.com/2181152/2020/11/10/premier-league-most-used-11-by-club/

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้