ถ้าหากนึกถึงกองกลางที่ดีสุดของอิตาลีหนึ่งชื่อที่ทุกคนคิดได้แน่นอนว่านั้นก็คือ อันเดรีย ปีร์โล่ นักเตะพรสวรรค์สูงที่เกิดและเติบเติบโตจากครอบครัวที่ร่ำรวยแต่เขากลับเลือกเดินในเส้นทางที่ตัวเองจนประสบความสำเร็จแต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ง่ายเลย ย้อนกลับไปในปี 1995 อันเดรีย ปีร์โล่ เด็กหนุ่มจากท้องถิ่นถูกเบรชชาทีมในกัลโซ่ เซเรีย อา อิตาลี ดึงตัวไปร่วมทีมก่อนที่เขาจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้เบรชชาในตอนนั้นโดยแรงบัลดาลที่ทำให้เขาอยากเล่นฟุตบอลนั้นก็คือโรแบร์โต้ บัจโจ้ ไอดอลของเขาก่อนที่เขาจะได้ร่วมงานกันในปี 2001 การมาของบัจโจ่ทำให้เขาต้องกลายเป็นลดบทบาทกลายมาเป็นกองกลางจากที่เคยเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกก่อนที่เขาจะสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีในตำแหน่งใหม่โดยเขาแอสซิสต์ให้กับบัจโจ้ยิงประตูได้อยู่ตลอดยอดเยี่ยมโดยจุดเด่นของเจ้าตัวคือการจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำรวมถึงยังมีการยิงฟรีคิกที่เฉียบคม จนทำให้เขาเป็นที่ต้องการของทีมยักษ์ใหญ่ก่อนที่จะกลายเป็นเอซี มิลานภายใต้การคุมทัพของ คาร์โล อันเชลอตติ ที่มองเห็นบางอย่างในตัวเด็กคนนี้คว้าตัวเขาเข้ามาร่วมทีมในปี 2002 แต่ทว่าเขากลับไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนักเพราะตำแหน่งของเขาถูกยึดโดย รุย คอสตา ที่กำลังพีคสุดๆในเวลานั้นก่อนที่เขาจะได้มีโอกาสลงเล่นเนื่องจาก เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เกิดอาการบาดเจ็บทำให้เขาได้โอกาสลงเล่นแทนที่ของกัตตูโซ่และเจ้าตัวก็สามารถตอบแทนความไว้วางใจด้วยการทำผลงานอันอย่างยอดเยี่ยมและเขาก็กลายมาเป็นตัวหลักของทีมในเวลาต่อมาโดยตลอดระยะเวลา 9 ปีในถิ่นซานซิโร่เขาคว้าแชมป์ไปทั้งหมด 9 รายการ ก่อนที่ในปี 2011 เขาจะไม่ได้รับสัญญาฉบับใหม่จากเอซี มิลานโดยทางมิลานให้เหตุผลว่าเขาแก่เกินไปซึ่งเจ้าตัวตอนนั้นพึ่งจะมีอายุแค่ 32 ปีก่อนที่จะเป็นทางยูเวนตุสที่คู่ปรับร่วมลีกจะคว้าตัวเขาไปร่วมทีมแบบฟรีๆ โดยตลอดระยะเวลา 4 ซีซั่นเขาได้กลายเป็นกำลังหลักคนสำคัญที่พาทีมกวาดแชมป์ไปได้ 7 รายการโดยพาทีมเป็นแชมป์ลีกแบบไร้พ่ายได้หนึ่งฤดูกาลและเก็บคะแนนสะสมเกินร้อยแต้มได้เป็นทีมแรกใน กัลโซ่ เซเรีย อา พร้อมทั้งยังเป็นแชมป์ลีก 4 สมัยตลอดการค้าแข้งให้กับยูเวนตุสเขาประสบความสำเร็จมากมาย แต่กลับกันทางด้านเอซี มิลานที่ปล่อยเจ้าตัวออกมานั้นกลับไม่สามารถประสบความสำเร็จอะไรได้เลย ก่อนที่ในปี 2015 เขาจะตัดสินย้ายไปร่วมทีมกับนิวยอร์ก ซิตี้ในเมเจอร์ลีกและก็ประกาศแขวนสตั๊ดในเวลาต่อมาตลอดอาชีพการค้าแข้งเขาคือนักเตะที่ไม่ได้มีความเร็วมากหนัก ฝีเท้าไม่ได้เร็วขนาดนั้นแต่ทุกอย่างมันถูกทดแทนด้วยสมองของเขา เขาเปี่ยมไปด้วยคุณภาพการจ่ายบอลของเขาไร้ซึ่งที่ติ แน่นอนว่าถึงแม้เราจะไม่ได้เห็นเขาลงเล่นในปัจุบันแล้วแต่สิ่งที่จะอยู่กับวงการฟุตบอลตลอดกาลนั้นก็คือผลงานของเขา เครดิตรูปภาพประกอบ :รูปที่ 1/รูปที่ 2/รูปที่ 3 เครดิตภาพหน้าปก :https://sport.trueid.net ,https://www.canva.com/