เกมเดียวคุ้ม! รวม 8 สิ่งล้ำค่า และสถิติสวยหรูที่ แมนยู ได้รับ หลังถล่ม นักบุญ 9-0

เกมเดียวคุ้ม! รวม 8 สิ่งล้ำค่า และสถิติสวยหรูที่ แมนยู ได้รับ หลังถล่ม นักบุญ 9-0
EkkEReport
3 ก.พ. 64
1K

นับเป็นชัยชนะที่สร้างความสุขให้กับแฟนบอลปีศาจแดงได้ไม่น้อย หลังทีมรักสามารถไล่ถลุงประตูคู่แข่งได้ถึง 9 ประตู ทว่าผลงานอันยอดเยี่ยมในเกมนี้ ได้ให้อะไรกับ ยูไนเต็ด อีกบ้าง นอกเหนือจาก 3 แต้มที่พวกเขาได้รับ เราลองไปดูกัน

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาโชว์ฟอร์มโหด ด้วยการเปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถล่ม "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแบบถล่มทลายถึง 9-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งจากเกมนี้ ทำให้พวกเขาสามารถสร้างสถิติที่น่าชื่นใจ รวมทั้งได้รับผลตอบแทน อันล้ำค่ากลับมามากมาย ส่วนจะมีอะไรกันบ้างนั้น เราไปดูพร้อมกันเลย

 

1. ทำแต้มทาบ ซิตี้

แน่นอนว่า การยิงประตูได้แบบถล่มทลายนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่ดีและมีค่าอยู่แล้ว ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการแข่งขัน นั่นคือ การคว้าชัยชนะมาให้ได้ ซึ่ง 3 แต้มที่พวกเขาได้มาจากเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ช่วยให้ ปีศาจแดง ขยับไปมี 44 แต้ม เทียบเท่ากับจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ว่า เรือใบสีฟ้า จะยังลงเล่นน้อยกว่าอยู่ 2 เกม แต่จากผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นแบบนี้ ก็อาจจะเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับทีมร่วมเมืองได้ไม่มากก็น้อย

 

2. ทำประตูได้เสียเท่า ลิเวอร์พูล

ก่อนเกมการแข่งขันแมตช์นี้ แม้ แมนยู จะมีแต้มมากกว่า หงส์แดง ทีมอันดับ 3 อยู่ 1 คะแนน ทว่าพวกเขามีประตูได้เสียน้อยกว่า ทีมแชมป์เก่า อยู่ถึง 9 ประตูด้วยกัน โดยหลังจากที่ ปีศาจแดง ไล่ถลุงประตู ทีมนักบุญ ไปถึง 9 ลูก ทำให้ ยูไนเต็ด ทำแต้มหนี ลิเวอร์พูล ออกไปเป็น 4 แต้ม พร้อมขยับไปมีลูกได้เสีย +19 เท่ากับ ลิเวอร์พูล แม้จะลงเตะมากกว่า 1 นัด ซึ่งสุดท้ายแล้ว จำนวนประตูได้เสียที่สะสมเอาไว้ อาจจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ เพราะมันสามารถเป็นตัวชี้วัดแชมป์ และใช้จัดอันดับในตารางคะแนน ในกรณีที่มีทีมที่ทำแต้มได้เท่ากัน

บทเรียนมีมาแล้ว!! โซลชา เผยเหตุผล แมนยู ไล่ถล่ม นักบุญ แบบไม่ยั้ง

 

3. ยิงประตูได้เยอะสุดในลีก

จากการซัดในเกมเดียวไปถึง 9 ประตู ทำให้ แมนยู กลายเป็นทีมที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ได้มากที่สุดในเวลานี้ที่ 46 ลูก เหนืออันดับ 2 อย่าง ลิเวอร์พูล อยู่ 3 ประตู และมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ตามมาในอันดับ 3 อยู่ถึง 9 ประตูด้วยกัน ซึ่งสิ่งนี้สามารถเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า เกมรุกของ ปีศาจแดง ก็มีประสิทธิภาพไม่แพ้ทีมใดในลีก

 

4. ทำสถิติเอาชนะคู่แข่งได้ขาดลอยที่สุดในพรีเมียร์ลีก (อีกครั้ง)

ก่อนหน้านี้ สถิติการชนะคู่แข่งแบบขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่ผลต่าง 9 ประตู เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรก ก็เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เปิดบ้านเอาชนะ อิปสวิช ทาวน์ ไปถึง 9-0 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 1995 หรือเมื่อ 26 ปีที่แล้ว ก่อนที่ เลสเตอร์ ซิตี้ จะมาทำสถิติเทียบเท่าด้วยการบุกไปถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 9-0 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2019 กระทั่งล่าสุด ปีศาจแดง ก็กลับมาทำสถิติได้อีกครั้ง และส่งผลให้พวกเขากลายเป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีก ที่สามารถยิงประตูคู่แข่ง ได้ 9 ลูก ถึง 2 ครั้ง

ถล่มกันไม่ไว้หน้า!! นี่คือ 4 เกมพรีเมียร์ลีก ที่ทีมชนะยิงได้ถึง 9 ประตู (ชมคลิป)

 

5. ทำสถิติมีจำนวนผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดต่อ 1 นัด ในพรีเมียร์ลีก (เทียบเท่า)

จาก 9 ประตูของ แมนยู ในเกมนี้ มาจากการทำประตูของนักเตะในทีมมากถึง 7 คน ประกอบไปด้วย อารอน วาน บิสซาก้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เอดินสัน คาวานี่, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (2 ประตู), สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ แดเนียล เจมส์ ส่วนอีกประตูได้มาจากการทำเข้าประตูตัวเองของ แยน เบดนาเร็ก ซึ่งกลายเป็นสถิติเทียบเท่ากับที่ ผู้เล่น 7 คนของ เชลซี ช่วยกันไล่ถล่ม แอสตัน วิลล่า ไป 8-0 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2012 โดยสถิติดังกล่าว อาจจะสามารถเป็นตัวบ่งชี้ถึง รูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย และการช่วยกันเล่นของผู้เล่นภายในทีม โดยไม่ต้องฝากความหวังไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่งมากจนเกินไป

 

6. ยิงประตูตั้งแต่ 6 ลูกขึ้นไป ได้ 2 นัด ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลเดียว นับตั้งแต่ปี 2000/01

ก่อนหน้านี้ แมนยู เคยเป็นบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปถึง 6-2 ในซีซั่นนี้ ทำให้เกมนี้กลายเป็นนัดที่ 2 ของฤดูกาล ที่พวกเขาสามารถยิงประตูคู่แข่งได้ตั้งแต่ 6 ลูกขึ้นไป ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยครั้งล่าสุดที่ ยูไนเต็ด ทำแบบนี้ได้ เกิดขึ้นในฤดูกาล 2000/01 ที่พวกเขาเปิดบ้านเอาชนะ แบรดฟอร์ด ซิตี้ 6-0 ตามด้วยการถล่ม อาร์เซน่อล ไปถึง 6-1

 

7. แรชฟอร์ด ยิงประตูให้ทีม แซงหน้า คันโตน่า

ถึงแม้ว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด จะยิงได้เพียงประตูเดียวในเกมนี้ แต่นั่นได้กลายเป็นประตูที่ 83 ในสีเสื้อยูไนเต็ด ซึ่งทำให้เขาทำสถิติยิงประตูให้ แมนยู แซงหน้า ตำนานของทีมอย่าง เอริค "เดอะ คิง" คันโตน่า ที่เคยทำไว้ที่ 82 ประตู ขณะที่นักเตะคนต่อไปที่ แรชฟอร์ด กำลังจะยิงแซง คือ เดวิด เบ็คแฮม ที่ยิงไป 85 ประตูให้ทีม อย่างไรก็ตาม สถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร ยังคงเป็นของ เวย์น รูนีย์ ที่ยิงไป 253 ประตู ซึ่งหากเทียบกับอายุของ แรชฟอร์ด ในตอนนี้ ก็นับว่ามีโอกาสที่เขาจะทำลายสถิตินี้ลงได้ หากว่าเขายังคงสามารถพัฒนาฟอร์มการเล่นขึ้นไป และยังอยู่กับทีมต่อไปเรื่อยๆ เพราะในเวลานี้ ดาวเตะลูกหม้อของทีมรายนี้ ได้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างเต็มตัวไปแล้ว

 

8. สร้างความมั่นใจให้นักเตะในทีม

แม้ว่านี่จะเป็นเกมที่ ยูไนเต็ด เอาชนะคู่แข่งได้แบบไม่ยากเย็น อีกทั้งยังได้เปรียบเรื่องของตัวผู้เล่นตั้งแต่ต้นเกม แต่การที่พวกเขายิงประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำ อีกทั้งหลายประตูยังมาจากนักเตะ ที่ไม่ค่อยได้ยิงประตูให้ทีมมากนัก ไม่ว่าจะเป็น อารอน วาน บิสซาก้า หรือ แดเนียล เจมส์ หรือแม้แต่แข้งตัวรุกตัวหลัก ที่ห่างหายจากการทำประตูไปนานอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส น่าจะช่วยทำให้พวกเขากลับมามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ซึ่งมันสามารถช่วยเรียกโมเมนตัน และสภาพจิตใจที่ดีของนักเตะ ให้กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาสะดุด ไร้ชัยในลีกไปถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด นี่จึงถือเป็นกำไร และโบนัสที่สำคัญที่ ยูไนเต็ด ได้รับจากเกมนี้ นอกเหนือจากผลการแข่งขันอันยอดเยี่ยม และสถิติอันสวยหรูต่างๆ ที่พวกเขาทำได้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลุ้นแชมป์ในระยะยาว

 

"เอกกี้รีพอร์ต"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ตัดเกรด!! นักเตะ แมนยู เปิดรังถล่มแหลก เซาธ์แฮมป์ตัน 9 คน 9-0

>> ระวังผีดุ!! แมนยูไร้ปราณี ไล่อัด เซาธ์แฮมป์ตัน 9 คน 9-0 ทำแต้มทาบจ่าฝูง (ชมคลิปไฮไลท์)

 

ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

เก็งไม่มีพลาด! ฟันธงคู่ไหนเด็ด! เจาะลึกก่อนเกมพรีเมียร์ลีก สมัครทาง SMS พิมพ์ R1 ส่งมาที่ 4238066 หรือคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้ ใช้ฟรี 7 วัน!!!!

ยอดนิยมในตอนนี้