รางวัล "บัลลงดอร์" ถือเป็นสถาบันอันทรงเกียรติสำหรับนักฟุตบอลทุกคนทั่วโลก รางวัลนี้ได้จัดมาตั้งแต่ปี 1956 ทำให้เวที บัลลง ดอร์ เปรียบได้กับบันทึกแห่งประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลตลอดกว่า 60 ปีที่ผ่านมา นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในแต่ละยุคแต่ละสมัยต่างก็เคยมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ บัลลงดอร์ ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 มาจนถึงทศวรรษที่ 90 ซึ่งว่าเป็นกันว่าเป็นยุคทองของวงการฟุตบอลและบัลลงดอร์ ที่ตลอด 10 ปีผู้ได้รับตำแหน่งไม่ซ้ำหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียวและรวมถึงยังมีจุดเปลี่ยนสำคัญในการที่มอบรางวัลให้ผู้เล่นนอกทวีปยุโรปได้นับตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา 1.นักเตะบัลลงดอร์จากนอกยุโรปคนแรก ในปี 1995 ฟร้องซ์ ฟุตบอล ได้ทำการเปลี่ยนกฎให้ผู้เล่นที่ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติในยุโรปมีสิทธิ์ได้รับรางวัลและในปีแรกนั้นเอง จอร์จ เวอาห์ กองหน้าชาวไลบีเรียก็กลายเป็นผู้เล่นจากประเทศนอกยุโรปคนแรกที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์จากผลงานยอดเยี่ยมกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเอซี มิลาน การเปลี่ยนกฎในครั้งนั้นทำให้ซูเปอร์สตาร์บราซิเลียนทั้ง โรนัลโด้, ริวัลโด้ และ โรนัลดินโญ่ กับ กาก้า พาเหรดกันขึ้นรับรางวัลก่อนจะถึงยุคของคู่หูอย่างลีโอเนล เมสซี่และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่คว้ามาคนละ 5 สมัย 2.สโมสรที่มีนักเตะบัลลงดอร์มากที่สุด บาร์เซโลน่า คือสโมสรที่มีผู้เล่นได้บัลลงดอร์มากที่สุดถึง 12 ครั้ง เฉพาะแค่เมสซี่เขาคว้าไปคนเดียวถึง 6 ครั้ง เป็นที่รู้กันว่าแต่ไหนแต่ไร บาร์เซโลน่า ไม่เคยขาดแคลนผู้เล่นตัวท็อปของโลกเริ่มตั้งแต่หลุยส์ ซัวเรซ ในปี 1964 (อดีตกองกลางทีมชาติสเปน)จากนั้นเป็นโยฮัน ครัฟฟ์ ที่เคยได้สองสมัยตอนเล่นให้บาร์ซ่าถัดมาก็เป็นสตอยช์คอฟ, ริวัลโด้และโรนัลดินโญ่จนมาถึงเมสซี่ 3.ชาติที่มีนักเตะบัลลงดอร์มากที่สุด เยอรมันกับฮอลแลนด์ คือสองชาติที่มีนักเตะครอง บัลลงดอร์ มากที่สุดเท่ากัน 7 สมัย โดยในส่วนของฮอลแลนด์ โยฮัน ครัฟฟ์ กับ มาร์โก แวน บาสเท่น คว้ารางวัลถึงคนละ 3 สมัย ส่วนอีก 1 ครั้งเป็น รุด กุทลิท ส่วนเยอรมัน ทั้ง 7 สมัยมีหลายคนแบ่ง ๆ กันไป นอกจาก ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ กับ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ที่เป็นเจ้าของตำแหน่งคนละ 2 ครั้ง ยังมี แกร์ด มุลเลอร์, โลธ่าร์ มัทเธอุส และ มัทเธียส ซามเมอร์ ได้คนละครั้ง 4.รางวัลของผู้เล่นตัวรุก ? เป็นที่ยอมรับกันว่าสำหรับ บัลลงดอร์ ไม่ว่าจะเป็นในยุคไหนสมัยไหนส่วนใหญ่รางวัลมักจะตกเป็นของผู้เล่นกองหน้าหรือนักเตะในตำแหน่งตัวรุก เลฟ ยาชิน ตำนานนายทวารของสหภาพโซเวียตคือผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่เคยได้ บัลลงดอร์ ไปครองในปี 1963 ขณะที่ผู้เล่นกองหลังหรือนักเตะเชิงรับคนอื่น ๆ ที่เคยครอง บัลลงดอร์ มีแค่ เบ็คเค่นบาวเออร์, มัทเธอุส, ซามเมอร์ และคนหลังสุดคือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ในปี 2006 ซึ่งฤดูกาล 2018-2019 รางวัลเกือบจะกลายเป็นของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่แพ้ผลโหวตไปแค่ 7 คะแนน 5.ทีมเดียวเหมาหมด ในประวัติศาสตร์ บัลลงดอร์ มีแค่สามครั้งที่ผู้ได้รับรางวัลอันดับ 1, 2 และ 3 มาจากสโมสรเดียวกันทั้งหมดและโดยสองครั้งแรกเกิดขึ้นในยุคเรืองของ เอซี มิลาน ปี 1988 มาร์โก แวน บาสเท่น เป็นผู้คว้า บัลลงดอร์ ไปครองโดยอันดับ 2 และ 3 คือรุด กุลลิท กับแฟร้งค์ ไรจ์การ์ด เพื่อนร่วมสังกัด มิลาน ซึ่งทั้งสองคนก็เป็น 3 ประสานฟลายอิ้งดัตช์แมนชุดแชมป์ ยูโร 1988 ส่วนปี 1989 แวน บาสเท่น ได้รางวัลเป็นปีที่สองติดต่อกันแต่คราวนี้อันดับที่สองเป็นฟรังโก้ บาเรซี่ ตามมาด้วยไรจ์การ์ด หนล่าสุดที่มีปรากฎการณ์ผูกขาดเวทีเกิดขึ้นเมื่อปี 2010 ลิโอเนล เมสซี่ ได้บัลลงดอร์ ส่วนที่ 2 และ 3 คืออันเดรียส อีเนียสต้ากับ ชาบีเอร์นานเดซ ต้องรอดูกันต่อไปครับว่าหลังจากหมดยุดของเมสซี่และโรนัลโด้ใครจะสามาถขึ้มาครองรางวัลนี้ได้เป็นคนต่อไปโดยคนที่ทำได้ยังมีแค่ลูก้า โมดริช เครดิตรูปภาพประกอบ :รูปที่ 1/รูปที่ 2/รูปที่ 3/รูปที่ 4/รูปที่ 5 เครดิตภาพหน้าปก:https://media-public.canva.com/https://www.canva.com/