HEALTH : ไมเคิ่ล คาร์ริค... นักกีฬา กับปัญหา "หัวใจเต้นผิดจังหวะ" ... by "พี่หมอเอก"

HEALTH : ไมเคิ่ล คาร์ริค... นักกีฬา กับปัญหา "หัวใจเต้นผิดจังหวะ" ... by "พี่หมอเอก"
kentnitipong
16 มี.ค. 61
2.2K

พี่หมอเอก : สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องราวเกี่ยวกับทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายเรื่องราว ทั้งเรื่องการชนะใน “ศึกแดงเดือด” ที่แฟนผีต่างดีใจเหมือนได้แชมป์ก็ไม่ปาน หรือล่าสุดที่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีสีสัน มีเรื่องให้พูดถึงเป็นกระแสได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในเรื่องตัวนักฟุตบอลค่าตัวแพงระยับทั้งหลายในทีมต่างก็มีข่าวเรื่องฟอร์มการเล่นที่ดูผิดหูผิดตาน่าขัดอกขัดใจ ไม่เหมือนกับตอนก่อนที่แต่ละรายจะจรดปากกาเซ็นสัญญาเข้ามาอยู่ในแก๊งผี แถมด้วยเรื่องเกี่ยงงอนกันทั้งค่าตัว และสัญญาที่แต่ละรายก็อยากได้เงินไม่น้อยหน้ากว่าเพื่อนร่วมทีม

 

 

แต่… มีข่าวหนึ่งที่อาจจะไม่ได้ใหญ่โต และเป็นกระแสมากมายอะไร และไม่ค่อยได้มีใครพูดถึงสักเท่าไหร่ คือ การประกาศยุติเส้นทางการค้าแข้งในวัย 36 ปีของแข้งซีเนียร์ระดับกัปตันทีมที่อยู่กับทีมมานานกว่าสิบปี…

“ไมเคิ่ล คาร์ริค”

หลายๆ คนอาจคิดว่าก็น่าจะถึงเวลาอันควรแล้วที่จะแขวนสตั๊ดในวัยสามสิบกว่าปีนี้ ไม่น่าแปลกใจกับการประกาศที่จะเลิกเล่นฟุตบอลในเวลานี้ และจะไม่มีประเด็นอะไรให้เราต้องกล่าวถึงมากถ้าหากไม่ใช่เพราะเหตุผลต่อท้ายที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ปัญหาเรื่องสุขภาพอันเกิดจากอาการ “หัวใจเต้นผิดจังหวะ” ของเจ้าตัว

หากใครได้ติดตามข่าวอาการเจ็บป่วยจนถึงขั้นต้องตัดสินใจเลิกแขวนสตั๊ดของเขานั้น จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในการลงเล่นฟุตบอลตามปกติของเขาเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา เขาเกิดอาการผิดปกติบางอย่างจนต้องนำมาซึ่งการตรวจอย่างละเอียด ตามมาด้วยการรักษาจนเป็นเหตุให้จากนั้นเขาแทบไม่ได้ลงสนามแข่งขันอีกเลย จนมีการประกาศยุติเส้นทางการค้าแข้งของเขาหลังจบฤดูกาลนี้ในวัย 36 ปีในที่สุด

ผมพยายามหาข้อมูลจากข่าวของสำนักข่าวต่างๆ เท่าที่จะค้นหาได้เพื่อมาดูว่าความเจ็บป่วยครั้งนี้ของเขาคืออะไรกันแน่ สิ่งที่หาได้ก็คือ มีการเขียนข่าวเพียงว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค ประสบปัญหาอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเขาเริ่มรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติบางอย่างในครึ่งเวลาหลังของการแข่งขันฟุตบอลถ้วยเล็กของอังกฤษ คือ คาราบาว คัพ ในข่าวบางแหล่งอธิบายว่าเขามีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกใจสั่น แต่เขายังสามารถทำการแข่งขันต่อได้จนจบ

กระทั่งได้มีการนำเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือที่เรียก ECG ไปทำการตรวจในห้องพักนักกีฬาหลังการแข่งขันในวันนั้นทันที ตามมาด้วยการตรวจโดยละเอียดจนกระทั่งมีการวินิจฉัยในที่สุดว่าเขาเป็น “โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ”

ในทางการแพทย์นั้นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นคำเรียกกว้างๆ ที่ประกอบด้วยโรคอะไรก็ได้หลายๆ โรคที่ทำให้หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

หากลองนึกภาพหัวใจคือเครื่องปั๊มที่มีการบีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายในระบบที่เป็นระบบปิด หัวใจจะมีจังหวะบีบตัวเพื่อส่งเลือดไปสู่ร่างกายสลับกับจังหวะคลายตัวเพื่อรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจเตรียมสำหรับการบีบตัวอีกครั้ง แต่ในภาวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะนั้นหัวใจจะถูกกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวทั้งแบบที่เร็วกว่าปกติหรือในบางโรคก็อาจช้ากว่าปกติได้ ส่งผลให้การบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอโดยเฉพาะเลือไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอก็ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดได้

ดังนั้นอาการของโรคหัวใจนั้นไม่ใช่แค่เจ็บหน้าอกหรืออาการใจสั่นเท่านั้นนะครับ อาจมีอาการเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือเป็นลมหมดสติไปได้

 

 

ในกรณีของ ไมเคิ่ล คาร์ริค นี้น่าจะเป็นโรคที่เกิดจากการนำกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาทในหัวใจผิดปกติที่ส่งผลให้หัวใจมีการบีบตัวที่ผิดจังหวะ เพราะหัวใจก็เหมือนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีสวิทช์อัตโนมัติทำหน้าที่ส่งกระแสไฟฟ้าไปตามเส้นประสาทในหัวใจ สั่งงานให้หัวใจบีบ และคลายตัวเป็นจังหวะ แต่โรคของ ไมเคิ่ล คาร์ริค นี้จะเป็นคนละโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของกัปตันทีมฟิออเรนติน่าใน กัลโช่ เซเรีย อา ก่อนหน้านี้ครับ ( >>> คลิกที่นี่ <<< )

การรักษาของ ไมเคิ่ล คาร์ริค เป็นการใช้คลื่นความร้อนที่คล้ายๆ กับคลื่นไมโครเวฟที่เราคุ้นเคยนี่แหละครับ ไปจี้ในจุดที่เป็นตัวปัญหาในหัวใจเพื่อให้การนำกระแสไฟฟ้าในหัวใจกลับมาปกติ และส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจกลับมาสม่ำเสมอตามปกติ

การรักษาแบบนี้จะต้องติดตามดูอาการหลังการรักษาประมาณ 8-10 สัปดาห์เพื่อประเมินดูว่าการจี้ไฟฟ้านี้ได้ผลหรือไม่ จากนั้นจึงกลับเข้าสู่ขั้นตอนการซ้อมเรียกความฟิตซึ่งต้องมีการติดตามเฝ้าระวังปัญหาเรื่องหัวใจอย่างใกล้ชิดเนื่องจากคนไข้ส่วนหนึ่งจะมีโอกาสกลับมามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอีกได้ และมีบางรายที่ยังมีอาการกังวล กลัวว่าจะมีอาการขึ้นอีกทั้งที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้วก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะตัวคนที่เป็นเท่านั้นที่จะรู้สึกกังวล ทั้งโค้ช ทั้งเพื่อนร่วมทีมก็ต่างรู้สึกกังวลกลัวว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นจากโรคหัวใจได้

เพราะเมื่อบอกว่าใครเป็นโรคหัวใจแล้วนั้น คนส่วนมากก็มักจะคิดถึงภาวะที่รุนแรงจนถึงขั้นหัวใจล้มเหลว

 

 

บทความวันนี้ผมอยากแสดงให้เห็นว่าสุขภาพของนักกีฬานั้นมีความสำคัญมากครับ สิ่งที่ควรทำคือควรตั้งอยู่บนความ “ไม่ประมาท” ครับ

การตรวจสุขภาพเป็นประจำเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ตรวจเจอความผิดปกติต่างๆก่อนที่จะสร้างปัญหา แถมด้วยการตรวจหลายๆ อย่างสามารถให้ข้อมูลเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีขึ้นได้
อีกส่วนหนึ่งคือการให้ความสำคัญของอาการผิดปกติ อย่างเช่นในรายของ ไมเคิ่ล คาร์ริค นี้ ที่มีรายงานว่าเขามีความรู้สึกไม่ปกติ และเวียนศีรษะเท่านั้น ลองนึกดูครับว่าหากมีอาการแบบนี้ในบ้านเราก็อาจถูกละเลยแล้วเกิดเรื่องเศร้าในสนามต่อมาได้ นี่ก็เป็นเรื่องที่ผมพยายามย้ำเสมอว่าแพทย์ประจำทีมที่มีความรู้เรื่องเวชศาสตร์การกีฬามีความสำคัญ “ไม่ใช่ใครก็ได้จะนั่งทำหน้าที่แพทย์ข้างสนาม”

อีกส่วนที่สำคัญคือการรักษา และฟื้นฟูสภาพเพื่อให้กลับมาเล่นกีฬาได้ตามปกติ ส่วนนี้คือสิ่งที่บ้านเรายังให้ความสำคัญน้อย ทั้งที่เป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการรักษาก็ว่าได้ เพราะส่วนนี้จะทำให้นักกีฬาสามารถกลับไปเล่นกีฬาให้ได้ดีเท่าเดิมหรือดีมากกว่าตอนที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บในเวลาที่รวดเร็วที่สุดให้ได้ การวินิจฉัยที่รวดเร็ว การรักษาที่ทันท่วงที และการฟื้นฟูสภาพอย่างเป็นขั้นตอน คือสิ่งสำคัญของการรักษานักกีฬาในปัจจุบัน

อยากให้ผู้ที่รักสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำไม่เฉพาะแต่นักกีฬาอาชีพ ใส่ใจสุขภาพของตัวเองกันมากขึ้นเพื่อที่จะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายมากที่สุด… และปลอดภัยที่สุดครับ

 

“พี่หมอเอก”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ