TRUE TALK : 5 สิ่งที่เรารู้หลังผ่าน พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 15-16 ... by "Mr.BOSTON"

TRUE TALK : 5 สิ่งที่เรารู้หลังผ่าน พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 15-16 ... by "Mr.BOSTON"
boston2018
14 ธ.ค. 61
195
1

การมีพรีเมียร์ลีกกลางสัปดาห์ โดยมีเวลา แค่ 3 วัน ก่อนเตะเกมต่อไป ไม่ได้สร้างปัญหาให้นักเตะและทีมงานเท่านั้น แม้แต่สื่อเองก็ยังปั่นงานไม่ทันด้วย!

ยังดีที่นักเตะ เตะบอลอย่างเดียวเป็นงานประจำ แต่การเขียนคอลัมน์เป็นงานเสริมนอกจากการเขียนข่าว อันนี้ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ

ดังนั้น ผมเลยขอรวบยอดของสิ่งที่เราเรียนรู้จากพรีเมียร์ลีก 2 สัปดาห์ เป็นชิ้นเดียวในชิ้นนี้เลยแล้วกันนะ

 

ซาลาห์ กลับมาสู่จังหวะของเขา

(Mark Pain/PA via AP)

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เริ่มฤดูกาลนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ แม้จะยิงได้บ้าง แต่ก็เป็นจำนวนที่เมื่อถูกเอาไปเทียบกับฟอร์มปีก่อน ก็ต้องบอกว่า “น้อย” อย่างเป็นเอกฉันท์

ที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกโรงปกป้องลูกทีมจากแดนมันมี่คนนี้ตลอด เขามองว่า การยิงได้ถึง 32 ประตู ใน 38 เกมต่างหาก ที่ไม่ใช่เรื่องปกติ และนั่นทำให้ ซาลาห์ ไม่ต้องแบกรับความกดดันมากขึ้น

การทำแฮตทริกในเกมกับ เบิร์นลี่ย์ ส่งเขาขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ปีแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง ของอาร์เซน่อล ทันที ซึ่งทำให้เสียงวิจารณ์ และคำถามจากสื่อ ลดลงไปแบบฮวบฮาบ

ถึงแม้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซาลาห์ จะไม่ร้อนแรงเท่า แต่ในเมื่อเขาขึ้นไปยืนในตำแหน่งดาวซัลโซ ใครก็ว่าอะไรเขาไม่ได้

หลังจากนี้ เมื่อเขาปราศจากแรงกดดันจากภายนอกแล้ว เราอาจจะได้เห็น ซาลาห์ คนเดิมกลับมาก็ได้

และถ้าเป็นเช่นนั้น ลิเวอร์พูล ยังน่ากลัวได้มากกว่านี้อีก…แน่นอน

 

แมนฯ ซิตี้ ไม่ไร้พ่ายแล้ว

(AP Photo/Tim Ireland)

ถือว่าเป็นอันจบกันไป กับคำถามที่ว่า แมนฯ ซิตี้ จะเป็นแชมป์แบบไร้พ่ายได้หรือไม่ หลังจากที่พวกเขาพ่ายต่อเชลซี 0-2 ในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

แต่นั่น ไม่ได้ช่วยให้อัตราการต่อรองแชมป์เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะบริษัทรับพนันถูกกฎหมายทั้งในอังกฤษ และ ยุโรป ส่วนมาก ยังมองว่า พวกเขามีดีกว่า ลิเวอร์พูล ด้วยเหตุผลใด เหตุผลหนึ่ง

การหล่นไปอยู่อันดับที่ 2 ของตาราง อาจจะไม่ทำให้คนเชื่อว่าพวกเขาจะพลาดแชมป์ก็จริง แต่มันแสดงให้เห็นว่า “ซิตี้ ก็แพ้เป็น”

นี่เป็นเรื่องน่าสนใจ

พรีเมียร์ลีก เหมือนลีกกีฬาชนิดอื่น ๆ ชองโลก หลังจากนี้ เทปบันทึกเกมที่ “สิงห์บลูส์” เอาชนะ “เรือใบ” ได้ จะถูกโค้ชอีก 19 ทีมที่เหลือ เปิดดูซ้ำแล้ว ซ้ำอีก เพื่อใช้เป็นแม่บทในการเอาชนะ ซิตี้

นี่ยังไม่นับว่า “ความเกรง” และ “ความเกร็ง” เมื่อต้องเผชิญกับแชมป์เก่าของทีมอื่นหลังจากนี้ จะลดลง เหมือนที่ อีวาน แวนโก้ บอกกับ โทนี่ สตาร์ก ในภาพยนตร์เรื่อง ไอเอิน แมน 2 นั่นแหละว่า

“แค่ทำให้พระเจ้าหลั่งเลือดได้ คนก็สูญสิ้นศรัทธาในตัวเขาแล้ว”

 

เชลซีพร้อมชนะทุกทีมใน เดอะ บริดจ์

(AP Photo/Tim Ireland)

ไม่มีบทพิสูจน์ใด พิสูจน์ว่าทีมทีมหนึ่ง เล่นเกมในบ้านได้สุดยอด เท่าการเชือด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกแล้ว และนั่น คือสิ่งที่ เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ทำให้โลกเห็น ในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา

เมื่อนับเกมในบ้านอย่างเดียว ซิตี้ เป็นทีมที่มีฟอร์ม “เพอร์เฟ็ก” ชนะ 8 นัดรวดใน เอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งว่าไปก็ไม่ควรเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจเท่าไหร่

แต่อันดับที่ 2 ของทีมที่เล่นในบ้านดี กลับเป็นของเชลซี หาใช่ลิเวอร์พูล…(อันที่จริง “หงส์แดง” เล่นในบ้านดีเป็นอันดับ 4 ด้วยซ้ำ โดยอันดับ 3 เป็น อาร์เซน่อล)

แน่นอน เชลซี ไม่ได้มีสถิติ “เพอร์เฟ็ก” พวกเขาสะดุดเสมอถึง 3 เกม แต่ในเกมที่พวกเขา “ต้องเอา” พวกเขาทำได้ดีเสมอ เพราะพวกเขา เชือด อาร์เซน่อล หรือ เสมอกับลิเวอร์พูลมาแล้ว

อาจจะมีบางเกมที่ควรชนะ แต่ทำไม่ได้บ้าง ก็ต้องยอมรับว่านั่นไม่ใช่ “ฟอร์มแชมป์” แต่เชื่อว่าพวกเขา จะเป็นตังแปรสำคัญ ในการแย่งแชมป์ปีนี้แน่นอน

 

สเปอร์ส ไม่ต้องพึ่ง เคน คนเดียวก็ได้

(AP Photo/Frank Augstein)

ถึงตอนนี้ เราคงต้องยอมรับกันแล้ว ว่า การไม่ได้ซื้อตัวมาเสริมทีมเลยในช่วงซัมเมอร์ ของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไม่ใช่เรื่องผิดพลาด ตามที่กูรู รวมถึงแฟนบอลหลายคนปรามาศกันเมื่อต้นฤดูกาล

และถึงแม้ แฮร์รี่ เคน จะไม่ได้ฟอร์มดีเท่าฤดูกาลก่อน (เฉกเช่นเดียวกับโม ซาลาห์) แต่เขาก็รั้งตำแหน่งรองดาวซัลโวอยู่ในปัจจุบัน ด้วยการทำไปแล้ว 9 ประตู

แต่สิ่งที่ต่างคือ ปีนี้ สเปอร์ส ไม่จำเป็นต้องพึ่ง เคน คนเดียวเหมือนเดิมอีก

ลองย้อนดูตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลที่เขามีปัญหาปืนฝืด ถึงแม้จะพังประตูได้ในเดือนสิงหาคมเป็นครั้งแรก แต่การทำประตูของเคนขาดความต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ อันดับของทีม กลับดีกว่าเดิม

นั่นหมายความว่า ผู้เล่นคนอื่นก้าวขึ้นมาทดแทนได้ ในส่วนของการทำประตู และ/หรือ เกมรับที่ดีขึ้น ทำให้พวกเขาสามารถเก็บคะแนนได้มากขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

การที่คนอื่นสามารถก้าวขึ้นมาช่วยทีมได้เช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ท็อตแน่ม จะเก็บแต้มได้มากขึ้น เพราะเมื่อ “สูตรสำเร็จ” ในการ “ปิดตายเคน” ใช้ไม่ได้อีกต่อไป ทีมที่รับมือกับพวกเขา ก็ต้องเจองานหนัก

อาจจะเรียกได้ว่า “วงจรอุบาทว์” เพราะถ้าคุณ ไปคีย์เคนหนัก ๆ คุณก็เจอคนอื่น ๆ สอดแทรกมาทำประตูได้ แต่ถ้าคุณไม่คุมเคนให้ดี เขาก็ต้องสอดแทรกมาทำประตูจนได้

นั่นแหละ คือเรื่องที่ทีมที่เจอกับ สเปอร์ส ต้องรับมือในฤดูกาลนี้

 

มูรินโญ่ ส่งสาส์นถึง ป็อกบา แล้ว

(Barrington Coombs/PA via AP)

นี่เป็นครั้งแรกในฤดูกาล ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เรียกใช้ ปอล ป็อกบา ในเกมทั้งใน ฐานะตัวจริง และตัวสำรอง แถมทีมเล่น (โคตร) ดี ชนะ แถมชนะเยอะด้วย

โรเมลู ลูกากู ก็ยิงประตูได้, มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ยิงลูกที่ 3 ให้ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ มันเป็นเกมที่ดูไหลลื่น และเพลินตาจนทำให้แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดบางคนน้ำตาซึม ว่า “เล่นกันดี ๆ ก็เป็นนี่หว่า”

แน่นอน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะพวกเขาเจอกับ ฟูแล่ม ทีมบ๊วยของตารางที่มีปัญหาเกมรับรั่วอย่างมหึมา แต่อีกส่วนหนึ่งต้องชมแผงกองกลาง ที่เชื่อมเกมอย่างไหลลื่นเช่นกัน

ไหลลื่น…โดยไม่มีป็อกบา

อันที่จริงแล้ว แฟนผี บางคนก็ไม่ค่อยจะชอบฟอร์มของป็อกบา มาพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่ก็ไม่เคยเห็น มูรินโญ่ ดร็อปเขาได้ทั้งเกมจริง ๆ สักครั้ง

มาในครั้งนี้ น่าจะยิ่งเกลียดขี้หน้าป็อกบา แล้วอยากให้ดร็อปนาน ๆ ขึ้นรึเปล่าก็ไม่รู้

แต่ที่แน่ ๆ ถ้าป็อกบา สร้างความแตกต่างให้ทีมไม่ได้ หรือ อยู่ในสนามคราวหน้า แล้วเล่นได้ไม่ดีแบบเกมนี้ เชื่อว่า มูรินโญ่ ก็คงไม่กลัวที่จะดร็อปเขาซ้ำอีกแน่นอน

ก็นัดนี่เขาแสดงให้เห็นแล้วนี่ ว่า “ไม่ได้ง้อ” นะ

 

“Mr.BOSTON”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย.61  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้