พูดถึงทีม “บราก้า” ช่วงนี้คงไม่มีใครไม่พูดถึงเกมสุดมันที่พวกเขาเปิดบ้านแพ้เกงค์ 3-4 ในศึกยูโรป้าลีกเมื่อคืนวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกมที่เหมือนจะอยู่ในกำมือของทีมจากโปรตุเกส กลับกลายเป็นฝันร้ายในช่วงครึ่งหลัง เพราะความผิดพลาดในเกมรับและการขาดสมาธิในจังหวะสำคัญ ซึ่งในฐานะคนที่ติดตามฟุตบอลยุโรปมานาน ผมมองว่าเกมนี้สะท้อนภาพของ “บราก้าในยุคปัจจุบัน” ได้อย่างชัดเจนมาก ทีมที่กล้าเปิดเกมรุก เล่นบอลสวย แต่ยังขาดความแน่นอนในรายละเอียดเล็กๆ ที่ตัดสินเกมใหญ่ๆ ได้ บราก้าในบ้าน: สวยแต่ไม่คมพอจะคุมเกม ก่อนเกมนี้ บราก้าชนะรวด 3 นัดในยูโรป้าลีกแบบไม่เสียประตูเลย เรียกได้ว่าแนวรับของพวกเขาแข็งแกร่งมากในช่วงต้นฤดูกาล แถมแนวรุกอย่าง โรดริโก้ ซาลาซาร์ และ ฟราน นาบาร์โร่ ก็กำลังมั่นใจสุดขีด เกมกับเกงค์นี่เองที่เหมือนจะเป็นการยืนยันว่าบราก้าพร้อมจะยึดจ่าฝูงกลุ่มอย่างเต็มตัว แต่ฟุตบอลไม่เคยง่ายขนาดนั้น แม้จะออกนำก่อนจากลูกยิงไกลของซาลาซาร์ในนาทีที่ 30 และคุมเกมได้ดีเกือบทั้งครึ่งแรก แต่ช่วงท้ายครึ่งกลับเสียประตูตีเสมอจากลูกโหม่งของ แดน เฮย์มัน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเกมโดยแท้ เพราะหลังจากนั้น “บราก้า” เหมือนเสียจังหวะไปทั้งทีม ครึ่งหลังที่เปลี่ยนโฉมเกม ผมจำได้ว่าพอเริ่มครึ่งหลังมาไม่ถึง 5 นาที บราก้าดันเล่นเสี่ยงในแนวรับมากเกินไป พยายามต่อบอลจากหลังแต่พลาดโดนตัด แล้วเกงค์ก็ลงโทษทันทีจากประตูของ อิรา ซอร์ก้า นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าบราก้ายังไม่เรียนรู้พอ พวกเขามักจะพยายามเล่นบอลสไตล์เทคนิคในจังหวะที่ควรเคลียร์ออกไปก่อน โอ ฮยอน-กยู ที่ตอนนี้กลายเป็นหัวหอกตัวความหวังของเกงค์ ก็จัดการเพิ่มอีกหนึ่งลูกในนาทีที่ 59 ด้วยการซัดซ้ำสุดเฉียบจากจังหวะหลุดในเขตโทษ เป็นลูกยิงที่ทั้งเฉียบทั้งไว และมันสะท้อนให้เห็นว่ากองหลังบราก้ายังเสียสมาธิในช่วงเปลี่ยนจังหวะเกม ซาลาซาร์พยายามดึงทีมกลับมาด้วยลูกยิงที่สองของเขาในนาทีที่ 71 แต่แค่หนึ่งนาทีหลังจากนั้น ยาอิมาร์ เมดิน่า ของเกงค์ก็มาปิดเกมแทบสนิทด้วยลูกปั่นโค้งสุดสวย ส่วนประตูปลอบใจท้ายเกมของนาบาร์โร่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก จุดแข็งและจุดอ่อนที่เห็นชัด จุดแข็งของบราก้าอยู่ที่ “ความกล้า” ทีมนี้เล่นเกมรุกได้สนุกมากจริงๆ นักเตะอย่าง ซาลาซาร์ กับ นาบาร์โร่ มีสไตล์คล้ายบอลสเปนยุคใหม่ คือเล่นเร็วและจบคมในพื้นที่แคบ แต่ปัญหาหลักคือพวกเขายังไม่มีสมดุลระหว่างเกมรุกกับเกมรับ กองหลังของบราก้าชุดนี้ดูจะมีปัญหาทั้งเรื่องความเข้าใจในตำแหน่งและการสื่อสาร ยิ่งพอเจอทีมที่เพรสซิ่งสูงอย่างเกงค์ ก็ยิ่งเห็นว่าพวกเขามักเสียบอลง่ายในพื้นที่อันตราย บวกกับผู้รักษาประตูที่บางจังหวะตัดสินใจช้า ทำให้ทีมที่เล่นเกมเร็วอย่างเกงค์หาช่องเจาะได้เรื่อยๆ จากมุมของผม: บราก้าคือทีมที่น่าดูแต่ยังไม่พร้อมจะคว้าแชมป์ ในฐานะคนดู ผมชอบทีมที่กล้าเล่นเหมือนบราก้านะ เพราะเกมของพวกเขามีเอกลักษณ์ ดูมีจังหวะการเข้าทำที่ชัดเจน แต่ในระดับยูโรป้าลีก ถ้าคุณจะไปต่อได้ลึกกว่านี้ มันต้องมี “เกมรับที่ไม่พลาด” ซึ่งบราก้ายังขาดตรงนั้นอยู่มาก การแพ้เกงค์ 3-4 มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรถ้ามองในภาพรวม แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าพวกเขายังต้องปรับเรื่องสมาธิและการตัดสินใจในจังหวะกดดัน เพราะในเกมยุโรป ทุกวินาทีมีค่า และความผิดพลาดเล็กๆ สามารถกลายเป็นหายนะได้เหมือนที่เราเห็น บทสรุป บราก้าในฤดูกาลนี้ยังคงเป็นทีมที่น่าติดตามมาก ทั้งในลีกโปรตุเกสและยูโรป้าลีก พวกเขามีศักยภาพพอจะชนะได้ทุกทีม แต่ก็มีโอกาสแพ้ได้ทุกเกมเช่นกันหากยังคงเล่นแบบนี้ ผมมองว่าถ้ากุนซือปรับจังหวะการเล่นให้รัดกุมขึ้น และรักษาความมั่นใจของแนวรุกไว้ได้ บราก้าอาจจะกลายเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้ในรอบน็อกเอาต์ อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้เกมนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นบทเรียนสำคัญของทีมที่กำลังโต และสำหรับผม “บราก้า” คือหนึ่งในทีมที่เล่นฟุตบอลได้เร้าใจที่สุดในยุโรปตอนนี้ แม้ผลจะไม่เป็นใจ แต่เสน่ห์ของพวกเขาก็คือ “ไม่กลัวที่จะพลาด” และนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้บราก้าน่าดูเสมอ รูปภาพปก 1 มาจาก SC Braga :|: รูปภาพปกที่ 1 รูปภาพประกอบ 1 มาจาก SC Braga :|: รูปภาพประกอบที่ 1 รูปภาพประกอบ 2 มาจาก SC Braga :|: รูปภาพประกอบที่ 2 รูปภาพประกอบ 3 มาจาก SC Braga :|: รูปภาพประกอบที่ 3 รูปภาพประกอบ 4 มาจาก SC Braga :|: รูปภาพประกอบที่ 4 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !