ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เกมบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลยุโรปรอคอย เมื่อ เรอัล มาดริด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ การพบกันของสองยักษ์ใหญ่ที่กลายเป็นคู่ปรับสำคัญของเวทียุโรปในช่วงหลายปีหลัง โดยนี่คือการดวลกันในรอบน็อกเอาต์ของรายการนี้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ก่อนเกมค่อนข้างแตกต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมา เมื่อ “ราชันชุดขาว” ต้องเผชิญปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายราย ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เดินทางมาพร้อมสภาพทีมที่สมบูรณ์กว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกมแรกที่เบร์นาเบวอาจไม่ง่ายสำหรับเจ้าถิ่นเหมือนในอดีต ดูบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : เรอัล มาดริด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 03.00 น. สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 ความพร้อมก่อนเกม เรอัล มาดริด สถานการณ์ของทีมจากสเปนในช่วงหลังถือว่าไม่สู้ดีนัก แม้ใน ลา ลีกา จะยังเกาะอันดับรองจ่าฝูง แต่ผลงานช่วงหลังสะดุดแพ้ถึง 2 จาก 3 นัดหลังสุด เกมล่าสุดเฉือนชนะ เซลต้า บีโก้ 2-1 แบบหวุดหวิด ซึ่งรูปเกมยังมีจังหวะผิดพลาดในแนวรับให้เห็นหลายครั้ง ในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มพวกเขาพลาดท่าพ่าย เบนฟิก้า 2-4 ในนัดสุดท้าย ก่อนจะมาแก้ตัวในรอบเพลย์ออฟด้วยการเอาชนะทีมจากโปรตุเกสทั้งสองนัด (1-0 และ 2-1) แม้ผ่านเข้ารอบมาได้ แต่ฟอร์มโดยรวมยังไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะเกมรับที่เสียโอกาสให้คู่แข่งค่อนข้างเยอะ ข่าวร้ายสำคัญคือปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลักหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ดาวิด อลาบา, ดานี่ เซบายอส, เอแดร์ มิลิเตา, โรดรีโก้, จู๊ด เบลลิงแฮม, อัลบาโร่ การ์เรราส และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่หมดสิทธิ์ลงสนามในเกมนี้ทั้งหมด ส่งผลให้ตัวเลือกในแนวรุกค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตามความหวังยังอยู่ที่ วินิซิอุส จูเนียร์ ซึ่งกำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง ยิงได้ 3 จาก 4 เกมหลังในแชมเปี้ยนส์ลีก คาดการณ์ 11 ตัวจริง เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์ (ผู้รักษาประตู) - เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ราอูล อเซนซิโอ, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ - เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, อาร์ด้า กือแลร์, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า - กอนซาโล่ การ์เซีย, วินิซิอุส จูเนียร์ ความพร้อมก่อนเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฝั่งทีมเยือนกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ หลังไม่แพ้ใครมา 11 นัดติดต่อกัน ในทุกรายการ และยังคงลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ อาร์เซน่อล อย่างสูสี เกมล่าสุดเพิ่งบุกชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 ในศึกเอฟเอ คัพ ในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีก ซิตี้จบอันดับ 8 ของตารางรวม ทำให้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติ แม้จะมีบางเกมที่สะดุด เช่น เสมอ โมนาโก 2-2 และแพ้ โบโด/กลิมท์ 1-3 ในเกมเยือน แต่โดยรวมยังถือว่าเป็นหนึ่งในทีมเต็งของรายการ ด้านตัวผู้เล่น ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีปัญหาบาดเจ็บไม่มาก โดย ยอสโก้ กวาร์ดิโอล และ มาเตโอ โควาซิช ยังไม่พร้อมลงสนาม ส่วน สเวอร์เร่ นีปาน ติดโทษแบน แม้ว่า เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะยิงได้เพียง 4 ประตูจาก 15 นัดในปี 2569 แต่เกมรุกยังมีตัวทีเด็ดอย่าง อองตวน เซเมนโย่ ที่ฟอร์มแรงยิงไปแล้ว 7 ประตูในฤดูกาลนี้ คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (ผู้รักษาประตู) - มาเธอุส นูเนส, รูเบน ดิอาส, มาร์ค เกฮี, รายาน เอต์-นูรี - แบร์นาโด้ ซิลวา, โรดรี้, นิโก้ โอไรลลี่ - อองตวน เซเมนโย่, เออร์ลิง ฮาแลนด์, เฌเรมี่ โดกู สถิติการพบกัน (Head to Head) พบกัน 6 นัดหลังสุดในรายการยุโรป ผลค่อนข้างสูสี 10 ธันวาคม 2568 เรอัล มาดริด แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 17 พฤษภาคม 2566 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 4-0 09 พฤษภาคม 2566 เรอัล มาดริด เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 05 พฤษภาคม 2565 เรอัล มาดริด ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 27 เมษายน 2565 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 4-3 07 สิงหาคม 2563 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 รวม 6 เกม ยิงรวมกันถึง 24 ประตู เฉลี่ยเกมละ 4 ประตู ผลงาน 5 นัดหลังสุด เรอัล มาดริด 7 มีนาคม 2569 ชนะ เซลต้า บีโก้ 2-1 (ลา ลีกา) 3 มีนาคม 2569 แพ้ เกตาเฟ่ 0-1 (ลา ลีกา) 26 กุมภาพันธ์ 2569 ชนะ เบนฟิก้า 2-1 (แชมเปี้ยนส์ลีก) 22 กุมภาพันธ์ 2569 แพ้ โอซาซูน่า 1-2 (ลา ลีกา) 18 กุมภาพันธ์ 2569 ชนะ เบนฟิก้า 1-0 (แชมเปี้ยนส์ลีก) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 8 มีนาคม 2569 ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 (เอฟเอ คัพ) 5 มีนาคม 2569 เสมอ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2 (พรีเมียร์ลีก) 1 มีนาคม 2569 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0 (พรีเมียร์ลีก) 22 กุมภาพันธ์ 2569 ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 (พรีเมียร์ลีก) 14 กุมภาพันธ์ 2569 ชนะ ซอลฟอร์ด 2-0 (เอฟเอ คัพ) วิเคราะห์เกม เกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่ง “ซูเปอร์แมตช์” ของแชมเปี้ยนส์ลีกในยุคปัจจุบัน แต่ปัจจัยสำคัญคือสภาพทีมของ เรอัล มาดริด ที่ขาดผู้เล่นตัวหลักหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะแนวรุกและกองกลาง ส่งผลให้การสร้างเกมรุกและการครองบอลอาจเสียสมดุล ตรงกันข้าม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ในช่วงฟอร์มดี เกมรุกยังคงหลากหลาย แม้ ฮาแลนด์ จะยิงไม่มากนักในปีนี้ แต่การประสานงานของ เซเมนโย่, โดกู และ แบร์นาโด้ ซิลวา ทำให้ทีมยังมีอาวุธในแนวรุกครบถ้วน จุดที่น่ากังวลสำหรับมาดริดคือเกมรับที่มีจังหวะหลุดตำแหน่งบ่อย หากต้องรับมือกับการเพรสซิ่งและการเคลื่อนที่เร็วของซิตี้ อาจทำให้เสียโอกาสได้หลายครั้ง แม้เบร์นาเบวจะเป็นสนามที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังแฟนบอล แต่สถานการณ์โดยรวมดูเหมือนทีมเยือนจะมีภาษีเหนือกว่าเล็กน้อย สกอร์ที่คาด เรอัล มาดริด 1-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายคู่นี้มีโอกาสออกมาสนุกและเปิดเกมแลกกันตามสไตล์สองทีมยักษ์ใหญ่ยุโรป แต่จากความพร้อมของขุมกำลังและฟอร์มในช่วงหลัง ดูเหมือนว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะมีโอกาสบุกมาเก็บชัยชนะกุมความได้เปรียบก่อนในเลกแรก แฟนบอลคิดว่าเกมนี้ ราชันชุดขาวจะใช้พลังเบร์นาเบวหยุดเรือใบสีฟ้าได้หรือไม่ หรือซิตี้จะบุกคว้าชัยก่อนในเลกแรก? ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลย #UCL #เรอัลมาดริด #แมนซิตี้ #ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก #วิเคราะห์บอลวันนี้ #ดูบอลสด ภาพประกอบโดย Real Madrid C.F. : ภาพที่ 1 , ภาพที่ 3 , ภาพที่ 4 , TrueVisions : ภาพปก-ภาพที่ 2 , ภาพที่ 5 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !