ถ้าพูดถึงชื่อ โรแบร์โต้คาร์ลอส ผมเชื่อว่าคนดูบอลยุค 90s ถึงต้น 2000s แทบไม่มีใครไม่เห็นภาพแบ็กซ้ายร่างตัน วิ่งขึ้นลงไม่มีหมด พร้อมลูกฟรีคิกที่เหมือนฝืนกฎฟิสิกส์ ทุกครั้งที่บอลตั้งนิ่งหน้ากรอบเขตโทษ ชื่อของเขามักทำให้กองหลังและผู้รักษาประตูต้องกลืนน้ำลายก่อนเกมจะหยุดหายใจไปชั่วขณะ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ชื่อของโรแบร์โต้คาร์ลอสกลับมาอยู่ในหน้าข่าวอีกครั้ง จากประเด็นเรื่องสุขภาพ ซึ่งเจ้าตัวออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าเป็นเพียงการเข้ารับการรักษาเชิงป้องกันตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ไม่ได้เป็นอาการหัวใจวายอย่างที่มีข่าวลือ และกำลังฟื้นตัวได้ดี เรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกอย่างหนึ่งทันที คือ เวลามันผ่านไปเร็วมาก จากนักเตะที่ผมเคยดูตอนเด็ก วันนี้เขาอายุ 52 ปีแล้ว และกลายเป็นตำนานที่เรากำลังพูดถึงด้วยความห่วงใย ถ้ามองย้อนกลับไปในเชิงฟุตบอล โรแบร์โต้คาร์ลอสคือแบ็กซ้ายที่เปลี่ยนภาพจำของตำแหน่งนี้ไปโดยสิ้นเชิง สมัยก่อนแบ็กมักถูกมองว่าเป็นตำแหน่งที่เน้นเกมรับเป็นหลัก แต่คาร์ลอสทำให้โลกเห็นว่า แบ็กสามารถเป็นอาวุธเกมรุกได้แบบไม่แพ้ปีกหรือกองกลางริมเส้น ความเร็ว ความแข็งแรง และการยิงไกลคือจุดเด่นที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะลูกฟรีคิกที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ระดับโลก ผมยังจำลูกฟรีคิกใส่ฝรั่งเศสได้ดี ลูกที่บอลพุ่งออกนอกกรอบเหมือนจะหลุด แต่กลับโค้งกลับเข้าเสาอย่างเหลือเชื่อ มันไม่ใช่แค่สวย แต่มันทำให้คนดูบอลทั่วโลกตั้งคำถามกับคำว่า เป็นไปได้ยังไง ลูกนั้นทำให้ชื่อโรแบร์โต้คาร์ลอสถูกพูดถึงไปอีกหลายสิบปี และกลายเป็นคลิปที่ถูกหยิบมาดูซ้ำไม่รู้จบ ในระดับสโมสร ช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเรอัล มาดริด คือยุคทองอย่างแท้จริง ลงสนามมากกว่า 500 นัด คว้าแชมป์ลาลีกา 4 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 สมัย นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันสะท้อนความสม่ำเสมอและความสำคัญของเขาในทีมราชันชุดขาวยุคกาลาคติกอส คาร์ลอสไม่ใช่นักเตะที่เด่นเฉพาะเกมใหญ่ แต่เป็นคนที่รักษามาตรฐานได้ยาวนานหลายฤดูกาล ในทีมชาติบราซิล เขาเป็นส่วนหนึ่งของชุดแชมป์โลกปี 2002 ทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับตำนานอย่าง โรนัลโด โรนัลดินโญ่ ริวัลโด และคาฟู การมีแบ็กซ้ายอย่างโรแบร์โต้คาร์ลอส ทำให้เกมริมเส้นของบราซิลอันตรายขึ้นไปอีกระดับ เขาไม่ได้แค่เติมเกม แต่ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้ตัวรุกเล่นง่ายขึ้น ซึ่งเป็นรายละเอียดที่บางครั้งตัวเลขสถิติไม่สามารถอธิบายได้หมด หลังจากยุคเรอัล มาดริด เขายังผ่านหลายสโมสร ทั้งพัลไมรัส อินเตอร์ มิลาน เฟเนร์บาห์เช และโครินเธียนส์ แม้ช่วงปลายอาชีพอาจไม่ได้เปรี้ยงปร้างเหมือนเดิม แต่ชื่อของเขาก็ยังเป็นแรงดึงดูด และเป็นแบบอย่างให้กับนักเตะรุ่นหลัง โดยเฉพาะแบ็กซ้ายที่ฝันอยากเล่นเกมรุกแบบดุดัน ในมุมมองส่วนตัว ผมคิดว่าโรแบร์โต้คาร์ลอสไม่ใช่แค่ตำนานเพราะถ้วยรางวัลหรือประตูสวยๆ แต่เพราะเขาทำให้ฟุตบอลดูสนุกขึ้น ตำแหน่งแบ็กซ้ายที่เคยถูกมองว่าเงียบ กลับกลายเป็นตำแหน่งที่แฟนบอลจับตา ทุกครั้งที่เขาได้บอล แฟนบอลจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น และนั่นคือเสน่ห์ของนักเตะระดับไอคอนจริงๆ การที่เขาออกมาอัปเดตอาการด้วยตัวเองอย่างชัดเจน ผมมองว่าเป็นเรื่องดี ไม่ใช่แค่เพื่อแฟนบอล แต่เพื่อย้ำว่าเขายังเป็นคนที่แข็งแรง มีวินัย และรับผิดชอบต่อตัวเองเหมือนเดิม เหมือนสมัยที่เขาวิ่งขึ้นลงสนามไม่รู้จักเหนื่อย สุดท้ายแล้ว ชื่อของโรแบร์โต้คาร์ลอสอาจไม่ได้อยู่ในข่าวฟุตบอลทุกวันเหมือนนักเตะยุคปัจจุบัน แต่ทุกครั้งที่ถูกพูดถึง มันมักจะมาพร้อมความทรงจำดีๆ สำหรับคนดูบอลอย่างผม และผมเชื่อว่าเขาจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเตะและแฟนบอลไปอีกนาน รูปภาพปก 1 มาจาก Roberto Carlos RC3 :|: รูปภาพปกที่ 1 รูปภาพประกอบ 1 มาจาก Roberto Carlos RC3 :|: รูปภาพประกอบที่ 1 รูปภาพประกอบ 2 มาจาก Roberto Carlos RC3 :|: รูปภาพประกอบที่ 2 รูปภาพประกอบ 3 มาจาก Roberto Carlos RC3 :|: รูปภาพประกอบที่ 3 รูปภาพประกอบ 4 มาจาก Roberto Carlos RC3 :|: รูปภาพประกอบที่ 4 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !