TRUE TALK : "โมดิโบ ไมอิก้า" นักเตะใหม่ บุรีรัมย์ กับตำแหน่งตัวจบสกอร์ที่ดีที่สุดในโลก อันดับ11 ... by "Maxzio"

Jan 8, 2019

เก่าไปใหม่มา เป็นสัจธรรม ของวงการฟุตบอล ไม่ว่าทีมเล็กทีมใหญ่ ต้องเจอเรื่องแบบนี้เช่นกัน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยอดทีมจากไทยลีก พบเจอสัจธรรมข้อนี้อยู่เป็นประจำ ไล่ตั้งแต่การเสีย คู่หูแฟรงค์ (อาเชียมปง และแฟรงค์) ที่สร้างปรากฏการณ์พาบุรีรัมย์ ยิ่งใหญ่อยู่พักนึง และไปย้ายตัวด้วยราคาสูงลิบ ไหนจะเป็น การ์เมโล กอนซาเลซ ที่ระเบิดฟอร์มยิงไป 23 ประตูจากการลง 23 นัด

ต่อมาเป็นรายของกองหน้าตัวความหวังมนตอนนั้นอย่าง ฆาเบียร์ ปาตินโญ่ ที่เคยสร้างสถิติยิง 6 เกมติดต่อกันมา ก่อนจะปล่อยไป เหอหนาน เจียนเย่ ด้วยค่าตัว 40 ล้านบาท

ทุกการย้ายทีมที่เกิดขึ้นกับ บุรีรัมย์ นักเตะที่เข้ามาใหม่ ถูกตั้งคำถามเสมอว่า “จะไหวไหม” แต่ “ลุงเน” จัดหาตัวทดแทนมาได้ตลอด (แม้ว่าหลายๆ ตัวจะจากไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการยกเลิกสัญญา)

แต่การสูญเสีย ดิโอโก้ ไปคราวนี้ดูยิ่งใหญ่กว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่านมานัก เพราะ “กองหน้าหัวหยอง” รายนี้เรียกว่าขึ้นแท่นเป็นตำนานของทีม และตำนานของไทยลีก ไปเรียบร้อยแล้ว

Diogo Luis Santofeelphoto / Shutterstock.com

ด้วยเป้าหมายที่ต้องดีกว่าเดิมในทุกๆ ปี ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และมาตรฐานอันสูงส่งที่ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ สร้างไว้ ทำให้นักเตะที่เข้ามาแทนน่าจะเจองานลำบากตั้งแต่ไม่เริ่มเล่น

ชื่อที่หลุดออกมามีหลากหลายชื่อ แต่ชื่อสุดท้ายที่สื่อ ลือกันออกมาตกเป็นของ โมดิโบ ไมอิก้า (Modibo Maïga) กองหน้าชาวมาลี ที่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีก กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แน่นอนคำถามที่ตามมาคือ

“หมอนี้คือใคร แล้วจะไหวหรอ”

หากลองไล่เรียงประวัติกันคราวๆ โมดิโบ ไมอิก้า เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับ ราจา คาซาบลังก้า ทีมในลีกโมร็อคโค ก่อนย้ายมาเล่นในฝรั่งเศสกับ เลอมองส์ และทีมที่เริ่มสร้างชื่อเสียงให้ก็คือ โซโชซ์

ช่วงเวลาที่เล่นให้กับโซโชซ์ เขาเล่นร่วมกับคู่หูสุดรู้ใจอย่าง บราวน์ อิเดเย และซัดกันไปคนละ 15 ประตู พาทีมจบอันดับ 3 ในลีกเอิง 2010/2011 เหนือ เปแอสเช  และได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก อีกด้วย

หลังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ไมอิก้า ออกมาประกาศว่าไม่ต้องการลงเล่นในกับทีม และต้องการย้ายไปเล่นในลีกอังกฤษ กับ นิวคาสเซิ่ล แต่สรุปสุดท้าย เขาไม่ผ่านการตรวจร่างกายกับ “สาลิกาดง” และเลือกไปเล่นให้กับ เวสแฮม ยูไนเต็ด แทน

ฤดูกาลแรกกับ “ขุนค้อน” ไมอิก้า ยิงไปเพียง 2 ประตูเท่านั้นจาก 20 เกมแรก ส่วนครึ่งฤดูกาลหลังเจ้าตัวแทบจะไม่มีชื่ออยู่ในทีมเลย ถัดมาในฤดูกาลที่ 2 ใน พรีเมียร์ลีก ไมอิก้า กลับมาลงสนามอีกครั้งแต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่ดีได้ ยิงไปเพียง 1 ประตู จาก 14 เกมและต้องย้ายไปซบ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในช่วงเดือนมกราคม 2014

แต่การกลับมาโชว์ฟอร์มเข้าฝักจริงๆ คือการกลับไปเล่นในลีกเอิง กับ เม็ตซ์ เขาลงไป 26 นัด ยิงไป 9 ประตู และย้ายมาค้าแข้งในทวีปเอเชียกับ อัล นาเซอร์ (ซาอุดิอาระเบีย), อิตติฮัต คาลบา (ยูเออี) และอัจมาน คลับ (ยูเออี) โดย 3 สโมสรหลังสุด เจ้าตัวซัดไป 30 ประตู ก่อนจะแยกทางกับ อัจมาน และเป็นฟรีเอเย่นต์ ในเดือน กรกฎาคม 2018 ดังนั้น เจ้าตัวไม่ได้ลงสนามแข่งฟุตบอลมาร่วม ครึ่งปี ได้แล้ว

สำหรับสไตล์การเล่นของ ไมอิก้า ดูผ่านๆ มีความคล้ายคลึงกับ ดิโอโก้ อยู่ไม่น้อย ด้วยส่วนสูงที่สูงถึง 185 เซ็นติเมตร แม้ว่าไม่มากนัก แต่เจ้าตัวมีความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีความเร็วและความสามารในการเลี้ยงกินตัวได้อีกด้วย แม้ว่าตำแหน่งถนัดของเจ้าตัวคือกองหน้า แต่สามารถถ่างออกมาเล่นริมเส้นฝั่งซ้ายได้ และดูเหมือนว่า ไมอิก้า จะชอบวิ่งฉีกตัวประกบ หาช่องออกไปมากกว่าเล่นเป็นตัวเป้ายืนกลางสนาม

 

สำหรับคำถามว่า โมดิโบ ไมอิก้า จะไหวไหมสำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผมไปเจอสถิติที่น่าสนใจของดาวยิงวัย 31 คือ

“เขาเป็นนักเตะที่จบสกอร์ดีที่สุดในโลก ในอันดับที่ 11”

ประโยคข้างบนคือประโยคจั่วหัว ที่อ่านรอบแรกอาจจะเกินจริงไปนิดหน่อย ข้อมูลที่เจอนั้นวัดกันด้วยสถิติล้วนๆ แต่ก็มีหลากหลายตัวแปรเข้ามาเป็นส่วนประกอบเช่นกัน ใครอยากอ่านเต็มๆ เข้าไปอ่านได้ที่นี่

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คำว่า “จบสกอร์” หมายถึงการเปลี่ยนจำนวนครั้งในการยิงประตู ออกมาเป็นประตู ดังนั้นนักเตะคนที่ยิงได้ 200 ประตู  ไม่ได้จบสกอร์ดีไปกว่านักเตะที่ยิงได้แค่ 20 ประตู แต่ต้องดูกันในส่วนของโอกาสที่ยิงด้วย

โดยตัวแปรแรก ผู้ทำหาหรือจัดเก็บ เป็นข้อมูลเฉพาะช่วงปี 2006 ถึง 2017 หรือ 12 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น ดังนั้นนักเตะชื่อดังหลายๆ คน อาจจะเลยช่วงพีคในการยิงประตูไปแล้ว

ข้อถัดมาคือ ข้อมูลเกือบทั้งหมดมีแค่การแข่งขันภายในทวีปยุโรปเท่านั้น และมาจาก 5 ลีกหลักคือ บุเดสลีก้า, ลีกเอิง, พรีเมียร์ลีก,ซีเรีย เอ และลา ลีก้า

ส่วนข้อ 3 ผู้ทำนับเฉพาะลูกยิงที่ไม่ได้มาจากการยิงลูกจุดโทษ ซึ่งมีจำนวนการยิงทั้งหมด 685,953 ครั้งจากนักเตะ 14,267 คน

ส่วนรายละเอียดการทำผู้ทำเลือกใช้การวัดเปอร์เซ็นจากจำนวนการยิงทั้งหมด เทียบกับจำนวนประตูที่นักเตะทำได้ โดยแบ่งเป็นระยะต่างๆ 25 รูปแบบเช่น ระยะที่ 0-15 เมตร, ระยะที่ 1-16 เมตร เรื่อยไปจนถึง ระยะ 24 เมตรหรือไกลออกไป

จากการคำนวนต่างผลออกมาน่าตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะ โมดิโบ ไมอิก้า กลายเป็นตัวจบสกอร์ที่ดีที่สุดในโลกอันดับ 11 เหนือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, โม ซาลาห์ หรือแม้กระทั้ง เมาโร อิคาร์ดี้ ด้วยซ้ำ ส่วนอันดับหนึ่งตกเป็นของ ลิโอเนล เมสซี่

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเน้นย้ำว่า เป็นข้อมูลระหว่างปี 2006 ถึง 2017 เท่านั้น และเป็นการจัดทำเพื่อความสนุกเท่านั้น

ส่วน ไมอิก้า จะของจริงหรือไม่ ก็ให้ผลงานในสนามเป็นตัววัดดีกว่า หากว่าไม่ใช่ของจริง ลุงเน น่าจะจะการเชือดทิ้งไม่ต้องรอให้แฟนบ่นอย่างที่เป็นมา

แต่สุดท้ายยังไง รอนักเตะชูเสื้อกันก่อนนะ

“Maxzio”

ศุภณัฐ

 

อ่านข่าวตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

วันนี้เมื่อปีนั้น : 1 เม.ย. 2007 "โดนัลด์ ทรัมป์" ร่วมแจมมวยปล้ำ WrestleMania (ชมคลิป)

3 วันที่ผ่านมา

ครั้งหนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน เคยขึ้นไปโชว์ลีลาสุดเดือดบนสังเวียนมวยปล้ำมาแล้ว

 

หนึ่งในอีเว้นท์สปอร์ตเอนเตอร์เทนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกคือ ศึกมวยปล้ำ WrestleMania ของค่าย WWE ซึ่งเป็นมวยปล้ำเอนเตอร์เทนรายการระดับตำนานเก่าแก่ หลังจากเริ่มจัดครั้งแรกตั้งแต่ปี 1985

สำหรับ WrestleMania ไม่ได้มีเพียงแค่นักมวยปล้ำซูเปอร์สตาร์ที่ขึ้นสังเวียนเท่านั้น แต่หลายๆปีมีเหล่าเซเลบริตี้หลากหลายวงการมาร่วมสร้างสีสัน โดยเฉพาะ WrestleMania ครั้งที่ 23 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2007 ซึ่งมีแขกรับเชิญนามว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน

ในตอนนั้น ทรัมป์ยังมีสถานะเป็นพิธีกรทีวีและนักธุรกิจ ซึ่งการมาขึ้นสังเวียนครั้งนี้ เขาได้รับบทบาทเป็นหุ้นส่วนของสมาคม WWE ก่อนจะแตกคอกับ วินซ์ แม็คมาน ประธานบริหาร ทำให้ทั้งคู่มาเผชิญหน้ากันในศึก WrestleMania โดยต่างฝ่ายต่างถือหางนักมวยปล้ำฝั่งละ 1 คน ซึ่ง ทรัมป์ อยู่ฝั่งของ บ็อบบี้ แลชลีย์ ส่วน แม็คมาน เลือก อูมาก้า พร้อมกับมีเดิมพันว่านักมวยปล้ำของใครแพ้ ฝั่งนั้นจะต้องโกนหัวต่อหน้าผู้ชมเต็มสนาม

ไฟต์ดังกล่าว นักมวยปล้ำทั้งสองฝ่ายสู้กันอย่างดุเดือด ขณะที่ ทรัมป์ กับ แม็คมาน ก็มีการออกอาวุธใส่กันพอหอมปากหอมคอ ส่วนผลการต่อสู้ปรากฏว่า บ็อบบี้ แลชลีย์ เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะได้สำเร็จ ทำให้ ทรัมป์ และนักมวยปล้ำคู่ใจ จัดการจับ แม็คมาน โกนหัวกันสดๆบนเวทีนั้นเลย ดูคลิปเหตุการณ์ได้ตามคลิปนี้โลด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> วันนี้เมื่อปีนั้น : 30 มี.ค. 2001 "ไมเคิ่ล เฟลป์ส" สร้างสถิติโลกในวัย 15 ปี!

>> วันนี้เมื่อปีนั้น : 31 มี.ค.2013 ปฐมบทของ "โปรเม" ก่อนก้าวสู่เวทีท็อปโลก

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

เคลียร์คิวรอ! ตารางถ่ายทอดฟุตบอลสด พรีเมียร์ลีก2019/20 ทุกคู่ ทุกสนาม

12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โปรแกรมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก 2019/2020  พร้อมช่อง ดูบอลสด ผ่าน  TrueID  เพียงแค่คุณ สมัครสมาชิก และเข้าสู่ระบบ  TrueID (วิธีสมัคร คลิก!) คุณก็สามารถติดตามชมพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ทุกคู่ ทุกแมตช์ ครบทั้งฤดูกาล ผ่านทางเว็บไซต์ sport.trueid.net ได้อย่างสบายใจ ด้วยภาพ และเสียงที่คมชัดระดับ HD แถมยังถูกลิขสิทธิ์อีกด้วย

โปรแกรมถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก2019/20

โปรแกรมแข่งขัน พรีเมียร์ลีก และช่องถ่ายทอดสด เดือนมีนาคม ฤดูกาล 2019/20

 

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2563

03.00 น. สเปอร์ส – เวสต์แฮม
ถ่ายทอดสดช่อง True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2563

22.00 น. เบิร์นลี่ย์ – วัตฟอร์ด
ถ่ายทอดสดช่อง  ID Station , True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

00.30 น. ลิเวอร์พูล – คริสตัล พาเลซ
ถ่ายทอดสดช่อง  True Premier Football HD 1 , True Premier Football HD 2

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563

21.00 น. วูล์ฟแฮมป์ตัน – บอร์นมัธ
ถ่ายทอดสดช่อง  True Premier Football HD 1 True Premier Football HD 2

----------------------------------------------

 

หมายเหตุ : จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งแพรระบาดหนักไปทั่วโลก ส่งผลให้กีฬารายการต่างๆ ต้องหยุดการแข่งขันชั่วคราว รวมถึงศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่ประกาศเลื่อนโปรแกรมออกไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งหากการแข่งขันสามารถกลับมาลงสนามได้ และมีตารางแข่งขันออกมาใหม่ จะมีการอัพเดทให้ทราบทันที และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของศึกพรีเมียร์ลีกได้ที่ https://sport.trueid.net/football/premier-league

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> กาปฏิทินรอ! ฟุตบอลลีกต่างๆ เลื่อนถึงเมื่อไร แล้วจะกลับมาเตะกันตอนไหน ?

>> มีใครบ้าง!! อัพเดทลิสต์นักกีฬา-สตาฟฟ์โค้ชโดน "โควิด-19" เล่นงาน

>> BREAKING : ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเลื่อนไม่มีกำหนด จนกว่าจะปลอดภัย

>> ไม่มีโมฆะ!! "ปีศาจแดง" หนุนพรีเมียร์ลีกต้องแข่งต่อให้จบซีซั่น

 


ดูบอลสดพรีเมียร์ลีก  ได้ฟรีทางช่อง ไอดี สเตชั่น ง่ายๆเพียงแค่สมัครสมาชิกทรูไอดีและล็อคอิน สมัครสมาชิกทรูไอดีได้ที่นี่ ก็สามารถดูบอลสดได้เลยทันที !!

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

FAQ คำถามที่พบบ่อยๆ ในการสมัครแพ็คเกจดูบอล English Premier League บน True ID

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : “ไทยลีก” เลื่อนได้...แต่ไม่ยกเลิกเตะ !!!

Mar 24, 2020

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : “ไทยลีก” เลื่อนได้...แต่ไม่ยกเลิกเตะ !!!

ยิงเต็มข้อ

สถานการณ์ “COVID-19” ในประเทศไทยยังถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างหนัก อาจเรียกได้ว่า “วิกฤต” เลยทีเดียว ชีวิตผู้คนทุกแวดวงได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ

สำหรับแวดวงฟุตบอลไทยแม้จะสั่งหยุดทุกกิจกรรมไปแล้ว ทั้ง“ไทยลีก 1-4” ที่พักแข่งขัน และ “ทีมชาติไทย” ทุกชุดที่ไม่มีการเตรียมทีม แต่ยังมีคำถามว่าแล้วเหตุการณ์จะกลับมาปกติเมื่อใด ?

นี่คือคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ สถานการณ์ต่างๆต้องลุ้นกันวันต่อวัน

โดยเฉพาะ “ไทยลีก” ที่ตามแผนจะกลับมาเตะกันอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.เป็นต้นไป แต่ถึงตรงนี้ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าจะได้เตะกันหรือไม่

ล่าสุดหลังจาก “กรุงเทพมหานคร” และจังหวัดต่างๆเริ่มออกมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ รวมถึง “สนามกีฬา” ยิ่งทำให้โอกาสที่เกมจะกลับมาเตะกันได้ตามแผนถือว่าลุ้นหนักจริงๆ

แต่ไม่ว่าอย่างไรคงต้องยึดเอาคำว่า “ชีวิตคนสำคัญที่สุด” เป็นที่ตั้ง ถ้าสถานการณ์โรคระบาดไม่ทุเลาก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะมาเตะฟุตบอลกัน

ช่วงนี้หลายๆสโมสรสั่งหยุดซ้อมตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา บางทีมนัดซ้อมใหม่ภายในสัปดาห์นี้ แต่บางทีมยังคงฝึกซ้อมกันตามปกติ อยู่ที่ว่าแต่ละทีมมีนโยบายอย่างไร

ขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันอย่าง “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” และ “บจก.ไทยลีก” ไม่ได้นิ่งนอนใจ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

แน่นอนว่าประกาศหรือคำสั่งจากภาครัฐเป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของสมาคมฯและ “ไทยลีก” ดังนั้นต้องมาคอยดูกันว่าคำสั่งต่างๆจะมีผลไปจนถึงวันไหน

เท่าที่ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวในสมาคมฯมามีการยืนยันว่าทั้ง สมาคมฯ​และ “ไทยลีก” ได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆไว้แล้ว

ว่ากันว่ามีถึง “4 แผนสำรอง” ที่เตรียมไว้

ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าแต่ละแผนมีอะไรบ้าง แต่เท่าที่รู้อันดับแรกเลยหากวันที่ 18 เม.ย. “ไทยลีก” สามารถกลับมาเตะได้ตามแผน อาจจะแข่งขันแบบ “ปิดสนาม”

ยิงเต็มข้อ, สนามปิด

นี่คือแผนเบื้องต้นที่มีการเตรียมการเอาไว้ เพราะจากสถานการณ์ต่างๆตอนนี้คงยากที่จะให้ “ไทยลีก” กลับมาเตะแบบปกติทุกอย่าง ดังนั้นการเล่นแบบปิดสนามคือทางออกที่ดีที่สุดก่อน

ถึงตรงนั้นแล้วแม้จะต้องปิดสนามแข่งขันก็เชื่อว่าคงไม่มีสโมสรไหนออกมางอแงไม่อยากเตะอีก เพราะเกมถูกเลื่อนมากว่า 45 วันแล้ว ยิ่งขยับช้าไปอีกยิ่งจะมีปัญหาตามมาอีกเยอะ

แต่ถ้าวันที่ 18 เม.ย. “ไทยลีก” ยังกลับมาเตะไม่ได้ตามโปรแกรมใหม่ที่วางไว้ แผนต่อมาน่าจะขยับไปเริ่มในเดือนพฤษภาคม

ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าถ้า “ไทยลีก” ต้องเริ่มเล่นในเดือนพฤษภาคมแล้วยังจะจบฤดูกาลในวันที่ 24 ต.ค.ตามกำหนดเดิมได้หรือไม่

แต่ที่มีข่าวหลุดมาคือฟุตบอลถ้วยบางรายการอาจต้องถูกยกเลิกไม่จัดการแข่งขันในฤดูกาลนี้ เพราะโปรแกรมจะแน่นเกินไปจนไม่สามารถจัดสรรให้ลงตัวได้

ส่วน “ไทยลีก” นั้นได้รับการยืนยันว่าไม่มียกเลิกแน่นอน ยังไงต้องกลับมาเตะต่อให้จบฤดูกาล แต่จะจบวันไหนค่อยว่ากันอีกที ที่แน่ๆคงไม่จบในเดือนตุลาคม

การที่ “ไทยลีก” ต้องเตะให้จบมีหลายเหตุผล หลักๆเลยคือเรื่อง “สิทธิประโยชน์ถ่ายทอดสด” ที่ต้องเตะให้ครบตามสัญญา ไม่งั้นไม่ได้รับการเงินค่าลิขสิทธิ์แน่ๆ

ไทยลีก, ยิงเต็มข้อ

ถ้าไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์ตรงนี้ แต่ละทีมจะไม่ได้รับเงินสนับสนุน “20 ล้านบาท” ด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทีมแน่ ค่าใช้จ่ายสารพัดรออยู่

ดังนั้นไม่ว่า “ไทยลีก” จะต้องขยับเลื่อนอย่างไรก็ต้องเตะให้จบในฤดูกาลนี้ นอกเสียจากว่าไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆเท่านั้นถึงจะมาคุยกันถึงการยกเลิกเตะ !!!

เอาเป็นว่าตอนนี้ยังไม่ต้องพูดถึงยกเลิกเตะ รอลุ้นกันแบบวันต่อวันไปก่อนว่าจะยังไง กลับมาเตะได้เร็วที่สุดเท่าไรยิ่งดี แต่ถ้าไม่ไหวคงต้องรับสภาพกันไปว่าจะเลื่อนอีกถึงเมื่อไร

แน่นอนว่าถ้าถึงขั้นต้องใช้แผนสำรองสุดท้ายจริงๆเพื่อให้ “ไทยลีก” เตะให้จบฤดูกาล ทั้งสโมสรและทีมชาติไทยคงต้องยอมรับผลกระทบที่ตามมาแบบปฏิเสธไม่ได้

ไหนจะสัญญานักฟุตบอลที่หลายสโมสรเซ็นกันไว้แค่จบฤดูกาลในเดือนตุลาคม รวมถึงโปรแกรมของทีมชาติไทยที่ยังมีคิวรอเตะอีกเยอะจะวุ่นไปหมดตั้งแต่การเตรียมทีม

ดังนั้นหากว่าสถานการณ์​ “COVID-19” ยังไม่ทุเลาเบาบางลงในเร็ววันนี้ก็ต้องเตรียมทำใจล่วงหน้ากับผลกระทบต่างๆ

ไม่ใช่แค่ฟุตบอลไทยที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบ แต่คนไทยเดือดร้อนกันหมดนั่นละ สิ่งที่ทำได้ที่สุดตอนนีคือตั้งสติ อย่าประมาท รับผิดชอบตัวเองและสังคม

สู้ไปด้วยกันแล้วเราจะผ่านวิกฤตไปด้วยกัน....ประเทศไทยต้องชนะ

“บับเบิ้ล”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : สรุปโปรแกรม “ไทยลีก” ปรับใหม่

>> ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : ‘COVID-19’ ป่วนโลก..ป่วนบอลไทย !!!

– ดูบอลสด ฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

ผู้นำเก่งเราจะเฮกันหมด!! 10 สุดยอดกัปตันทีมแห่งสมรภูมิพรีเมียร์ลีก

Mar 21, 2020

ไม่ว่าจะปฎิบัติภารกิจใดๆก็ตาม หากมี “ผู้นำ” ที่ดี โอกาสที่จะประสบความสำเร็จย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย 

รวมไปถึงสงครามแข้งในสนามฟุตบอล ซึ่งทุกทีมจะมี “กัปตัน” ที่สวมปลอกแขนนำทัพเพื่อนร่วมทีมลงสู่สังเวียนพื้นหญ้า

ในโอกาสนี้  “แมทช์ ออฟ เดอะ เดย์” รายการฟุตบอลดังทางช่องบีบีซี ได้ทำการลิสต์รายชื่อ 10 สุดยอดกัปตันทีมในยุคของศึกพรีเมียร์ลีก โดยมอบหมายหน้าที่ให้กับ 3 ตำนานแห่งวงการลูกหนังอังกฤษ ได้แก่ แกรี่ ลินิเกอร์, เอียน ไรท์ และ อลัน เชียเรอร์ ที่มาช่วยกันเลือกสุดยอดกัปตันทีมแห่งลีกสูงสุดของเมืองผู้ดี

รอย คีน (แมนฯ ยูไนเต็ด)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 7 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย

“ผมชอบรอย คีน เขาเป็นกัปตันอยู่หลายปีในช่วงที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดครองความยิ่งใหญ่ เขาเป็นผู้เล่นที่คุณต้องการแน่นอนในฐานะกัปตัน เขาไม่ใช่คนที่ทุกคนจะชื่นชอบเขา เขาเป็นคนนำทัพ และสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามก็บ่งบอกทุกอย่างแล้ว” เอียน ไรท์

จอห์น เทอร์รี่ (เชลซี)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 5 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ยูโรป้า ลีก 1 สมัย

“เขามีทุกสิ่งครบอย่างที่คุณต้องการในตัวของกัปตันทีม  เขาเป็นที่เคารพของบรรดาผู้จัดการทีม แฟนบอล และนักเตะ เขาอาจจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลทีมอื่นๆ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวเขา แถมมันอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เขาทำอะไรสักอย่าง และเขาก็ทำได้สำเร็จ” อลัน เชียเรอร์

สตีเวน เจอร์ราร์ด (ลิเวอร์พูล)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ยูฟ่า 1 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย

“ดูผลงานที่เขาทำในเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2005 สิ มันเป็นความสำเร็จที่มหัศจรรย์มาก และเป็นหนึ่งในเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย” เอียน ไรท์

 

โทนี่ อดัมส์ (อาร์เซนอล)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 3 สมัย

“เขาคือเซนเตอร์ฮาล์ฟที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในลีกอังกฤษ เขาเป็นผู้นำและผู้สั่งการที่ยอดเยี่ยม แผงแบ็กโฟร์ที่เขายืนคุมนั้นไม่กลัวใครทั้งนั้น และมันสาหัสสากรรจ์จริงๆในการเผชิญหน้า” อลัน เชียเรอร์ กล่าว

ปาทริก วิเอร่า (อาร์เซน่อล)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 3 สมัย

“วิเอร่าคือฝันร้ายเมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับเขา เขาสามารถเล่นตามเกมได้ถ้าเขาอยากเล่น แต่ถ้าคุณต้องการซัดหรือใช้ร่างกายปะทะกับเขา เขาก็พร้อมจัดให้คุณได้เหมือนกัน” อลัน เชียเรอร์

แวงซองต์ กอมปานี (แมนฯ ซิตี้)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย

“เขาเป็นนักเตะและเป็นผู้นำที่สุดยอด เขาเริ่มต้นอาชีพในตำแหน่งกองกลาง ก่อนจะถอยมาเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ และคว้าแชมป์ได้มากมาย เขาเป็นขวัญใจของแฟนบอล รวมถึงในแง่ของความสัมพันธุ์กับสโมสรด้วย” อลัน เชียเรอร์

เนมานยา วิดิช (แมนฯ ยูไนเต็ด)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 5 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ยูโรป้า ลีก 1 สมัย

“เขาดุดันเนื่องจากถิ่นฐานที่เขามา (เซอร์เบีย) ผมไม่สามารถไปโต้แย้งอะไรได้เลยในความสำเร็จที่เขาได้มา  นี่คือนักเตะและกัปตันทีมที่มหัศจรรย์” อลัน เชียเรอร์

อลัน เชียเรอร์ (นิวคาสเซิล)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย

“เหตุผลอย่างเดียวที่คุณได้มีชื่ออยู่ในลิสต์ เพราะนี่อาจเป็นหัวข้อเดียวที่เราจะสามารถดึงคุณเข้ามาอยู่ในโผได้” แกรี่ ลินิเกอร์ แซวดาวยิงรุ่นน้อง ซึ่งเคยสัมผัสแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ล่าตาข่ายให้กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ลิเวอร์พูล)

 

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย

“เขาก้าวเดินตามรอยของสตีเวน เจอร์ราร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และเมื่อเขาเข้ามาเป็นกัปตัน สโมสรก็ได้ถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และก็กำลังจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เขาทำหน้าที่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ” แกรี่ ลินิเกอร์

เวส มอร์แกน (เลสเตอร์)

เกียรติประวัติสำคัญ : แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย

“ด้วยต้นสังกัดที่เขาอยู่ และแนวทางที่เลสเตอร์ทำได้ นี่คือมหัศจรรย์ของพรีเมียร์ลีก เขาพาทีมฟันฝ่ามาตลอดทั้งฤดูกาล หนึ่งในช่วงเวลาที่ผมชอบมากคือตอนที่เวสชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก แล้วเขาหลับตา มันดูมหัศจรรย์และเป็นช่วงเวลาของทำเป้าหมายได้สำเร็จ” เอียน ไรท์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ก็คนมันว่าง!! รวมแข้งดังเดาะม้วนกระดาษชำระ สู้ภัยโควิด-19 (ชมคลิป)

>> กรณีพิเศษ!! ศึกลูกหนัง"เจลีก"ประกาศซีซั่นนี้ไม่มีทีมตกชั้น

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

จากยูโร 2020 สู่ยูโร 2021...ทางออกที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ของลูกหนังยุโรป

Mar 19, 2020

ในที่สุด ยูฟ่าก็ตัดสินใจเลื่อนศึกฟุตบอล “ยูโร 2020” ไปเป็น “ยูโร 2021” เรียบร้อยแล้วนะครับ

การเลื่อนคิวเตะ “ยูโร” ถือเป็นกีฬาทัวร์นาเมนท์ใหญ่ที่สุดที่ได้รับผลกระทบจากการอาละวาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งตอนนี้เหลือกีฬาระดับ “เฮฟวี่เวท” อีกหนึ่งรายการที่ยังต้องลุ้นว่าจะจัด-ไม่จัด เลื่อน-ไม่เลื่อน นั่นคือ โอลิมปิก 2020 โดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ขีดเส้นไว้ว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้ต้องฟันธงแล้วว่าจะเอายังไงต่อไปดี

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยูฟ่าและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบร่วมกันในการเลื่อนศึกยูโรออกไปอีกหนึ่งปีเต็ม ก็เพราะต้องการให้ลีกของแต่ละประเทศ ตลอดจนฟุตบอลสโมสรยุโรป เช่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หรือ ยูโรป้า ลีก มีเวลามากขึ้น เพื่อจะได้แข่งให้จบซีซั่น และได้ทีมแชมป์อย่างไร้ข้อกังขา 

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาทางออกอื่นๆ เช่นการตัดจบซีซั่น หรือการยกเลิกผลให้เป็นโมฆะ ดูแล้วอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังอีกมากมาย โดยเฉพาะทีมที่เสียผลประโยชน์

หรือแม้แต่ทีมที่ได้ประโยชน์ ก็คงไม่สามารถเดินยืดอกได้อย่างเต็มภาคภูมิสักเท่าไร

ขณะเดียวกัน การโยกโปรแกรมฟุตบอลยูโรจากเดิม 11 มิ.ย.-11 ก.ค. ปีนี้ ไปเป็น 11 มิ.ย.-11 ก.ค. ปีหน้า น่าจะเป็นทางออกที่แต่ละฝ่าย “เจ็บตัว” น้อยที่สุด เพราะศึกยูโรครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่จะมีเจ้าภาพร่วมถึง 12 เมืองจาก 12 ประเทศทั่วยุโรปช่วยกันจัดการแข่งขัน 

นั่นทำให้ “ความเสียหาย” ที่เกิดขึ้นจะไม่ไปลงเปรี้ยงที่ชาติใดชาติเดียว เรียกได้ว่า ร่วมด้วยช่วยกันเจ็บ  

ผิดกับ “โอลิมปิก” ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องคิดหนักกว่านี้หลายเท่า เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เจ้าภาพอย่าง “ญี่ปุ่น” รับเละชาติเดียวเต็มๆ 

ทั้งนี้ หลังจากประกาศเลื่อนศึกยูโรไปแล้ว ยูฟ่าก็วางกรอบให้ลีกต่างๆ กลับมาดวลแข้งให้จบฤดูกาลภายในสิ้นเดือนมิ.ย. ซึ่งถือว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่สมเหตุสมผล เพราะลีกส่วนใหญ่ก็เข้าสู่ช่วงปลายซีซั่นกันแล้ว และน่าจะจัดคิวเตะให้ครบจบตามโปรแกรมได้  

สำหรับศึกฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรป ไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา ลาลีกา ลีกเอิง มีกำหนดเบื้องต้นกลับมาดวลแข้งกันอีกครั้งในช่วงต้นเดือนเมษายน ยกเว้นศึก “เซเรีย อา” ที่ยังเบรกไม่มีกำหนด เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดที่อิตาลีนั้นถือว่ารุนแรงที่สุดในยุโรป

 

หลังจากนี้ ทุกคนคงต้องหวังให้สถานการณ์บรรเทาเบาบางลง เพื่อที่เกมลูกหนังจะได้กลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้ง และที่สำคัญคือต้องภาวนาไม่ให้มีนักบอล หรือสตาฟฟ์โค้ชคนไหนติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 

เพราะถ้าหากไวรัสยังเพิ่มดีกรีการระบาดหนักขึ้น บอลก็กลับมาเตะไม่ได้ ฤดูกาลก็แข่งไม่จบ

และ “รถแห่” ของบางสโมสรคงอาจจะไม่ได้ออก...ก็ เป็น ด้ายยยย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> ต้องเตะให้จบ!! ยูฟ่าขีดเส้นลีกยุโรปแข่งให้เสร็จภายในสิ้นเดือนมิ.ย.

>> โควิด-19 หนักหน่วง!! ยูโร 2020 เลื่อนฟาดแข้งไปกลางปีหน้าแล้ว

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่