TRUE TALK : "โชเซ่ มูรินโญ่" อาถรรพ์ 3 ซีซั่น แห่งการคุมทัพ ... by "Arm Phukrit"

TRUE TALK : "โชเซ่ มูรินโญ่" อาถรรพ์ 3 ซีซั่น แห่งการคุมทัพ ... by "Arm Phukrit"
armcasanova
22 ส.ค. 61
1.7K

ปัญหาของการทำงานไม่ว่าจะที่ไหนๆ มันก็ต้องมีกระทบกระทั่ง กันบ้างกับเพื่อนร่วมงาน เป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาเหลือเกิน ไม่ว่าคุณจะลาออกหรือหนีปัญหาไปอยู่ที่แห่งใหม่ ตราบใดที่คุณยอมปล่อยให้อคติ อยู่เหนือทุกๆ สิ่ง คุณก็จะพบกับปัญหาเดิมๆ ถึงแม้จะเปลี่ยนที่อยู่แล้วก็ตาม เช่นเดียวกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เขากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้……

กุนซือวัย 55 ปี ตกเป็นข่าวลือหนาหูหนักมาก ตั้งแต่ศึกพรีเมียร์ลีก 2018/19 ยังไม่ได้เริ่มต้น โดยย้อนไปในช่วงปรี-ซีซั่น เขามีนักเตะที่นำไปเล่นในศึก ไอซีซี คัพ ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นดาวรุ่งเกือบทั้งทีม จะมีผู้เล่นซีเนียร์อยู่ไม่กี่คน เนื่องจากนักเตะตัวหลักนั้น ติดพักร้อนหลังจากจบฟุตบอลโลก 2018 และไม่ได้มาช่วยทีมในช่วงอุ่นเครื่อง ทำให้ผลงานสุดย่ำแย่ชนะเพียงแค่นัดเดียวในเวลา 90 นาที คือชนะเด็กของ เรอัล มาดริด จนทำให้เขาเอ่ยปากออกมาเองว่า “นี่ไม่ใช่ทีมของผม มันเป็นทีมของผมเพียงแค่ 30%”

ต่อมาในเรื่องของการเสริมทัพ มูรินโญ่ บอกกับสื่อไปว่า เขาส่งรายชื่อนักเตะที่ต้องการให้กับบอร์ดบริหารไปแล้ว เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะเปิด โดยเขาใส่ชื่อนักเตะหน้าใหม่ไป 5 คน แต่เขากับได้นักเตะมาเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ประกอบไปด้วย ดิโอโก้ ดาโลต์ ในตำแหน่งแบ็คขวา, เฟร็ด ในตำแหน่งกองกลาง และ ลี แกรนท์ ในตำแหน่งผู้รักษาประตู (มือสาม)

จากการเสริมทัพในครั้งนี้ ทำเอา มูรินโญ่ หัวเสียเป็นอย่างมากจนทำให้มีข่าวออกมาว่า เขาแสดงอาการไม่พอใจกับบอร์ดบริหารของทีม โดยเฉพาะ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอแห่งทัพปีศาจแดง เนื่องจากมีหน้าที่ในการติดต่อซื้อผู้เล่นโดยตรง

มิหนำซ้ำ มูรินโญ่ แกยังมีปัญหากับนักเตะในทีมอีกด้วย นั่นคือ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ตัวตัดผมของทีม ที่ไม่ยอมหั่นวันพักร้อนกลับมาช่วยทีมในช่วงปรี-ซีซั่น ตามคำขอร้องของ มูรินโญ่ จนทำให้เริ่มเกิดรอยร้าวเล็กๆ ในความรู้สึกของทั้งคู่ ถึงขั้นทำให้ เอเยนต์ส่วนตัว (ไรโอล่า) ของนักเตะต้องแอบไปคุยกับบาร์เซโลน่า เพื่อเจรจาถึงเรื่องการย้ายทีมของนักเตะในสังกัด

AP Photo/Alastair Grant

แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย, แชมป์ลีก 8 สมัย และ แชมป์อื่นๆ อีก 15 สมัย รวมแล้ว 25 แชมป์ นั่นคือผลงานการคุม เอฟซี ปอร์โต้, เชลซี (2 ครั้ง), อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของชายที่ชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่

ผมขอพาย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ความสำเร็จของ มูรินโญ่ อย่างละเอียดกันซักหน่อยนะครับ ว่าที่มาของ 25 แชมป์เนี่ย มันมาจากที่ไหนบ้าง และลองสังเกตุดูนะครับในการคุมทีมแต่ละครั้ง มูรินโญ่ ไม่เคยคุมทีมจนครบ 4 ปี

 

เอฟซี ปอร์โต้

2001/02 : เริ่มเข้ามาคุมทีมเป็นปีแรก และพาทีมจบอันดับที่ 3 ของตาราง
2002/03 : แชมป์ ปรีไมรา ลีกา, แชมป์ ยูฟ่า คัพ, แชมป์ โปรตุกีส คัพ (คว้า 3 แชมป์)
2003/04 : แชมป์ ปรีไมรา ลีกา, แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, แชมป์ โปรตุกีส ซูเปอร์ คัพ (คว้า 3 แชมป์) —> ย้ายไปคุม เชลซี

เชลซี

2004/05 : แชมป์ พรีเมียร์ลีก, แชมป์ ลีก คัพ, เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (คว้า 2 แชมป์)
2005/06 : แชมป์ พรีเมียร์ลีก, แชมป์ คอมมูนิตี้ ชิลล์ (คว้า 2 แชมป์)
2006/07 : รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก, แชมป์ เอฟเอ คัพ, แชมป์ ลีก คัพ, เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (คว้า 2 แชมป์)
2007/08 : ย้ายออกจากสโมสรในเดือนกันยายน

อินเตอร์ มิลาน

2008/09 : แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา, แชมป์ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า (คว้า 2 แชมป์)
2009/10 : แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา, แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, แชมป์ โคปปา อิตาเลีย (คว้า 3 แชมป์) —> ย้ายไปคุม เรอัล มาดริด

เรอัล มาดริด

2010/11 : รองแชมป์ ลา ลีก้า, เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, แชมป์ โคปา เดล เรย์  (คว้า 1 แชมป์)
2011/12 : แชมป์ ลา ลีก้า, เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  (คว้า 1 แชมป์)
2012/13 : แชมป์ ซูเปอร์โคปา เด เอสปาญ่า, เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, รองแชมป์ โคปา เดล เรย์  (คว้า 1 แชมป์) —> ออกจากสโมสร

เชลซี

2013/14 : จบอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก, เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
2014/15 : แชมป์ พรีเมียร์ลีก, แชมป์ ลีก คัพ (คว้า 2 แชมป์)
2015/16 : ออกจากสโมสรเดือนธันวาคม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

2016/17 : แชมป์ ยูโรป้า ลีก, แชมป์ ลีก คัพ, จบอันดับ 6 พรีเมียร์ลีก (คว้า 2 แชมป์)
2017/18 : รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก, รองแชมป์ เอฟเอ คัพ
2018/19 : ?

Mitch Gunn / Shutterstock.com

ผลงานในลีกของ มูรินโญ่ อัตราการชนะต่อฤดูกาล

เอฟซี ปอร์โต้ 
– ฤดูกาลแรก 73.3% (15 เกม)
– ฤดูกาลที่สอง 79.4% (86 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สาม 73.5% (82 คะแนน)

เชลซี
– ฤดูกาลแรก 76.3% (95 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สอง 76.3% (91 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สาม 63.2% (83 คะแนน)
ฤดูกาลที่สี่ 50% (หลังจาก 6 เกม)

อินเตอร์ มิลาน
– ฤดูกาลแรก 65.7 % (84 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สอง 63.2% (82 คะแนน)

เรอัล มาดริด
– ฤดูกาลแรก 76.3% (92 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สอง 84.2% (100 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สาม 68.4% (85 คะแนน)

เชลซี
– ฤดูกาลแรก 65.7% (85 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สอง 68.4% (87 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สาม 25% (หลังจาก 16 เกม)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
– ฤดูกาลแรก 47.3% (69 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สอง 65.7% (81 คะแนน)
– ฤดูกาลที่สาม 50% (หลังจาก 2 เกม)

mooinblack / Shutterstock.com

มันเกิดอะไรขึ้นสำหรับ ซีซั่นที่ 3 ของ มูรินโญ่ ?

สำหรับการคุมเอฟซี ปอร์โต้ ต้องเรียกได้ว่า มูรินโญ่ เลือกที่จะหันหลังให้ทีมเนื่องจากว่าเขาพาทีมขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของสโมสร เขาจึงเลือกที่จะหาความท้าทายใหม่ๆ

ต่อมาการมาคุม เชลซี ครั้งแรก หลังจากที่เขาพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 ซีซั่นติดต่อกันมาแล้ว รวมไปถึงการคว้าแชมป์ ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพ มาแล้ว แต่ในซีซั่นที่สามคว้าพาทีมจบด้วยการเป็นรองแชมป์ และฟอร์มการเล่นของทีมดูถดถอยลงไป จากนั้นเขาก็ถูกปลดจากสโมสรหลังเกมที่ เปิดบ้านเสมอกับ โรเซนบอร์ก ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1-1

สำหรับ อินเตอร์ มิลาน เป็นการคุมทีมเพียงแค่ 2 ซีซั่นเท่านั้น

ส่วนการคุม เรอัล มาดริด ในซีซั่นที่สาม มูรินโญ่ ทำทีมตามหลังบาร์เซโลน่าถึง 13 คะแนน และยังพ่ายแพ้ให้กับ แอตเลติโก มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย สแปนิช คัพ รวมไปถึงผลงานในถ้วยบิ๊กเอียร์จอดอยู่ที่รอบรองชนะเลิศ แพ้ให้กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำให้เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งไป

และได้กลับมาคุมเชลซีอีกเป็นครั้งที่สอง โดยในซีซั่นที่สาม ถือเป็นซีซั่นที่เลวร้ายสำหรับเขาเลยก็ว่าได้ ฟอร์มการเล่นในสนามไม่ดีพอ เนื่องจากมีปัญหากับเหล่าบรรดานักเตะคนสำคัญของทีม จนทำให้บอร์ดบริหารไม่มีทางเลือกต้องปลดเขาออกจากการเป็นกุนซือของทีม

จนมาถึงยุคปัจจุบันเขามาคุมทัพปีศาจแดง และก็ยังมีปัญหาแบบเดิมที่เขาต้องประสบพบเจอ คือการมีปัญหาขัดแย้งกับเหล่านักเตะ รวมไปถึงบอร์ดบริหารของทีม

kivnl / Shutterstock.com

มันทำให้ฉุดคิดไม่ได้เลยว่า อาถรรพ์ซีซั่นที่ 3 ของมูรินโญ่ จุดจบของมันจะลงเอยแบบเดิมคือ ถูกปลดออกจาตำแหน่งอีกหรือไม่ หรือเขาจะได้ทำงานต่อไปในฐานะกุนซือของทีมในซีซั่นที่ 4 ต่อไป

“ค่าของคน มันอยู่ที่ผลของงาน”

บางทีประโยคนี้ มันอาจจะใช้ไม่ได้เสมอไป กับวงการลูกหนังที่มี กุนซือตัวเลือกมากมายให้เลือกจับจ่ายใช้สอย

ถ้าหากคุณไม่ยอมปรับเปลี่ยนทัศนคติแบบเดิม
คุณก็อาจเจอกับปัญหาแบบเดิมๆ วนไป ซ้ำๆ ซากๆ

มาถึงจุดนี้คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครเก่งไม่เก่ง ใครดีไม่ดี แล้ว
มันคือเรื่องความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่จะเดินกันต่อไป หรือจะจบแค่นั้น
มันก็คล้ายเรื่องความรักนั้นแหละครับ…..

 

“Arm Phukrit”

 

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้