ต้องพูดตรง ๆ ว่าเกมเมื่อคืนของ แอตมาดริด มันไม่ใช่บอลที่แฟนบอลดูแล้วลุกขึ้นปรบมือให้ทุกจังหวะ แต่มันคือ “บอลแบบตราหมี” ที่แท้จริง อึด อัด แต่อยู่รอด และสุดท้ายก็ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดบนกระดานคือ สามแต้มเต็ม เกมนี้ “แอตเลติโก มาดริด” เปิดบ้านที่ Estadio Riyadh Air Metropolitano รับการมาเยือนของทีมจอมตั้งรับอย่าง โอซาซูน่า ซึ่งถ้าใครเคยดูบอลทีมนี้จะรู้เลยว่า พวกเขาไม่ใช่ทีมที่เปิดหน้าสู้ แต่คือทีมที่พร้อมอุดยันเส้นประตู และคืนนี้พวกเขาก็ทำแบบนั้นเกือบ 90 นาทีเต็ม เกมนี้เริ่มอย่างไร ช่วงต้นเกม “ตราหมี” ดูกระหายและดุดัน หลังพักเบรคทีมชาติกลับมา ดูเหมือนจะหาทางเจาะได้ตั้งแต่ต้นด้วยลูกยิงของ Álex Baena ในนาทีที่ 9 แต่ VAR ก็เข้ามา “ปาดหน้า” ด้วยคำว่า offside จนแฟน ๆ ทั่วสนามถึงกับกุมหัว และนั่นคือสัญญาณว่ามันจะเป็นค่ำคืนที่เหนื่อยแน่ ๆ สำหรับลูกทีมของ “เอล โชโล่ ซิเมโอเน่” ตลอดครึ่งแรกบอลส่วนใหญ่หมุนอยู่กลางสนาม โอซาซูน่าลงต่ำตั้งแต่แดนกลาง กองหลัง 5 ตัวแทบจะยืนแถวเดียวกัน ส่วนแอตมาดริดต้องพยายามหาช่องทะลุจากการเคลื่อนที่ของ กรีซมันน์, อัลบาเรซ และการเติมสูงของ มาร์กอส ยอเรนเต้ จุดเปลี่ยนของเกม จนกระทั่งครึ่งหลัง นาทีที่ 70 ความแตกต่างของ “ทีมใหญ่” กับ “ทีมแชมป์เก่าในใจแฟน” ปรากฏขึ้น ธิอาโก้ อัลมาด้า ดาวเตะอาร์เจนไตน์ที่เพิ่งย้ายมาไม่กี่เดือน ลงมาเปลี่ยนเกมทันที แค่จับบอลไม่กี่ครั้งก็เห็นความนิ่ง ความเฉียบ และสุดท้ายก็ยิงประตูแรกของเขากับสโมสรได้สำเร็จจากจังหวะเข้าซ้ำระยะเผาขน หลัง จูลิอาโน่ ซิเมโอเน่ (ลูกชายของกุนซือ) ใช้ความเร็วลากตัดเข้าในก่อนจ่ายย้อนมาให้ มันอาจไม่ใช่ประตูที่สวยที่สุด แต่มันคือประตูที่แฟนบอลรอคอยมากที่สุดในคืนนั้น เกมรับที่กลับมามีชีวิต อีกจุดที่ต้องชมคือการกลับมาของ โฆเซ่ มาเรีย ฆิเมเนซ “เอล กอมมานดันเต้” ผู้บัญชาการแนวรับชาวอุรุกวัย ที่หายไปนานเพราะอาการบาดเจ็บ การกลับมาของเขาทำให้ทั้งทีมดูนิ่งขึ้นทันที ประสานกับ โรบิน เล นอร์ม็องด์ ได้อย่างลงตัว เกมนี้ แยน โอบลัค เองก็สมควรได้คะแนนสูงสุดจากหลายสำนัก เพราะการเซฟในช่วงท้ายเกมนั่นแหละ คือสิ่งที่รักษาชัยชนะเอาไว้ ประตูที่ดู “ง่าย” แต่ถ้าไม่ใช่โอบลัค มันอาจเป็น 1-1 ไปแล้ว บรรยากาศและฟีลเกมแบบตราหมีของแท้ ผมว่า “แอตมาดริด” ในยุคนี้มันเริ่มกลับมามีความเป็นตัวเองอีกครั้ง บอลไม่ต้องสวย แต่ต้อง “ถึง” เกมนี้คือภาพชัดเจนที่สุดของคำว่า “ชนะด้วยใจและระบบ” แม้แฟนบอลบางคนอาจบ่นว่าทีมยังเล่นอืดบ้าง หรือเกมรุกยังขาดจังหวะเซอร์ไพรส์ แต่ในแง่แท็คติก เกมรับแน่น เกมเปลี่ยนจังหวะเร็ว และความมุ่งมั่นของผู้เล่น ยังเต็ม 100% เหมือนสมัยซิเมโอเน่พาทีมคว้าแชมป์ลีกในปี 2021 และที่น่าสนใจคือ “พลังหนุ่ม” จากดาวรุ่งอย่าง ปาโบล บาร์รีออส, ซิเมโอเน่ จูเนียร์, รวมถึง อัลมาด้า กำลังหลอมรวมเข้ากับแกนเก่าอย่าง กรีซมันน์, ยอเรนเต้, และ โกเก้ ได้ลงตัว สรุปหลังเกม ชัยชนะ 1-0 เหนือโอซาซูน่าอาจไม่สวยงาม แต่คือ “ชัยชนะของระบบ” ที่บ่งบอกว่าทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ยังแข็งแกร่งในบ้านสุด ๆ และตอนนี้ก็เก็บชัยในบ้าน 5 นัดรวดแล้ว ในลีกที่การแย่งแต้มทุกเกมมีค่ามหาศาล การชนะในเกมที่ “ไม่สวย” คือสิ่งที่ทีมระดับลุ้นแชมป์ต้องมี และแอตมาดริดคืนนี้ทำได้ครบทุกข้อ บทสรุปในมุมผม: “ตราหมีอาจไม่ได้เล่นเพื่อให้คุณรัก แต่พวกเขาเล่นเพื่อให้คุณเคารพ” บอลของซิเมโอเน่อาจดูขัดหูขัดตาบ้าง แต่สุดท้ายมันคือสูตรสำเร็จของชัยชนะ และเกมนี้คือบทพิสูจน์ว่า ‘Atleti DNA’ ยังไม่ตาย รูปภาพปก 1 มาจาก Pexels :|: รูปภาพปกที่ 1 รูปภาพประกอบ 1 มาจาก Atlético de Madrid :|: รูปภาพประกอบที่ 1 รูปภาพประกอบ 2 มาจาก Club Atlético Osasuna :|: รูปภาพประกอบที่ 2 รูปภาพประกอบ 3 มาจาก Atlético de Madrid :|: รูปภาพประกอบที่ 3 รูปภาพประกอบ 4 มาจาก Club Atlético Osasuna :|: รูปภาพประกอบที่ 4 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !