รีเซต
Football Focus : ความพ่ายแพ้ ของ ดิ มาเรีย & มูรินโญ่

Football Focus : ความพ่ายแพ้ ของ ดิ มาเรีย & มูรินโญ่

Football Focus : ความพ่ายแพ้ ของ ดิ มาเรีย & มูรินโญ่
5 สิงหาคม 2558 ( 11:47 )
1.6K

ความเคลื่อนไหวต่างๆในโลกของลูกหนัง วิ่งวนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ละช่วงเวลาก็มักจะมีประเด็นให้พูดอยู่เสมอๆ วันนี้ผมจะหยิบ 2 เรื่องมาพูดถึง เริ่มด้วย…

โจเซ่ มูรินโญ่…. ผู้ไม่ยอมแพ้ ที่ต้องรู้จักแพ้

มูรินโญ่ บิ๊กบอสผู้ไม่ยอมแพ้ของ เชลซี ไม่เคยปราชัยให้กับ อาร์เซนอล มาแล้ว 13 เกมติดต่อกันในยุคของ มูรินโญ่ ล่าสุดการโคจรมาพบกับในศึกโล่การกุศล คอมมูนิตี้ ชิลด์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนน่าจะทราบดีถึงผลสกอร์ ซึ่งแข้ง “ปืนใหญ่” ล้างอาถรรพ์ได้สำเร็จ

       ประตูเดียวของเกมจาก อเล็กซ์ อ็อกเหลด แชมเบอร์เลน ในช่วงครึ่งแรก เข้าไปกวนตะกอนในใจของ โจเซ่ ให้ขุ่นมัวถึงขั้นสุด แม้ไม่แสดงอาการอะไรเด่นชัด แต่การที่ไม่จับมือ เวนเกอร์ หลังจบเกม ด้วยเหตุผลจากวาทะที่ตอบโต้กัน หรือสิ่งใดก็ตาม นั่นแสดงให้เห็นชัดว่า เขาไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

        ไม่เพียงเท่านั้น หลังการรับรางวัลซึ่งเป็นเหรียญของทีมอันดับสอง ซึ่งอาร์เซนอลได้ฉลองชัยกับโล่คอมมูนิตี้ ชิลด์ มูรินโญ่ จัดการโยนเหรียญที่ได้ขึ้นอัฒจันทร์หน้าตาเฉย ก่อนเดินกลับเข้าอุโมงค์ห้องพักนักเตะไป โดยทิ้งวลีกับสื่อว่า “นั่นคือเหรียญแห่งความพ่ายแพ้ ผมไม่อยากได้”

>>> คลิป มูรินโญ่ทิ้งเหรียญรางวัล คอมมูนิตี้ ชิลด์ <<<


 อังเคล ดิ มาเรีย ผู้พ่ายแพ้อย่างแท้จริง?

จากประเด็นการย้ายทีมใหม่ของ ดิ มาเรีย ที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต่างมอบกำลังใจ ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองในเสื้อเบอร์ 7 แสดงความไม่พอใจ พร้อมกับสาปส่งว่าเป็น “ขี้แพ้” ตามที่รู้กันจากสื่อนั้น

       อังเคล ดิ มาเรีย ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาร่วมทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเกือบ 60 ล้านปอนด์ พร้อมกับรับเบอร์ 7 สานต่อแข้งระดับตำนาน เมื่อช่วงปีที่ผ่านม แฟนบอลต่างคาดหวังกับการย้ายทีมนี้ไม่น้อยทีเดียว

        ตลอดซีซั่น 2014/15 ผลงานกลับไม่เป็นที่ประทับใจแฟนบอลนัก แถมต้องตกเป็นสำรองของ แอชลี่ย์ ยัง อยู่บ่อยครั้ง รวมถึงอาการบาดเจ็บที่รบกวน ถูกวิพากษ์วิจารณ์พอสมควรจากสื่อ และแฟนบอลเมืองผู้ดี แต่หลายคนก็พร้อมให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองต่อในปีที่ 2 ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด รวมถึงกุนซือผีแดง หลุยส์ ฟาน ฮาล

       ช่วงปิดซีซั่นที่ผ่านมา ดิ มาเรีย ได้เข้ารับใช้ทีมชาติอาร์เจนติน่า พาทีมลุยศึกโคปา อเมริกา ซึ่งบิ๊กบอสอย่าง ฟาน ฮาล ได้เรียกตัวกลับตามกำหนด 25 กรกฎาคม เพื่อเข้าแคมป์ปรีซีซั่น ที่อเมริกา แต่ก็กลับไม่เห็นแม้แต่เงา สิ่งที่บิ๊กบอสปีศาจแดง ย้ำมาตลอดว่า อังเคล จะอยู่ในแผนการทำทีมในซีซั่นหน้า กลายเป็นสูญเปล่า

       การหายตัวร่วมครึ่งเดือนของ ดิ มาเรีย กลายเป็นที่เกลียดชังไม่น้อย จากสิ่งที่เรียกว่าไม่เคารพสโมสร ล่าสุดเจ้าตัวไปโผล่ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์หน้าตาเฉย และพร้อมที่จะย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวเพียง 44 ล้านปอนด์ เรียกว่าขาดทุนยับทีเดียว

        ความพ่ายแพ้ของ ดิ มาเรีย ที่ไม่พิสูจน์ตัวเองต่อกับ ยูไนเต็ด ไม่จบเพียงเท่านั้น ล่าสุดสโมสรเตรียมจะคุยสัญญาใหม่ คู่ต่อกรในตำแหน่งการเล่นของเขาอย่าง แอชลี่ย์ ยัง แม้ฝีเท้าชื่อชั้นเป็นรอง แต่ด้วยความใจสู้และเต็มที่กับทีมมาตลอด ซึ่งนั่นเป็นคำตอบของสโมสร ที่มอบเป็นแผลปักใจแถมจากการย้ายทีมอีกด้วย

 
ทั้งสองเรื่องที่ผมกล่าวมานั้น จบไม่สวยทั้งสองเรื่อง
แต่สิ่งที่อยากให้ทุกคนได้เห็นถึงข้อคิดที่ได้กลับมา ….

หันมอง มูรินโญ่ ในวันนั้น แล้วย้อนกลับให้ข้อคิดตัวเอง
“การยอมรับความจริง” และเป็น “ผู้แพ้ที่ดี”

ดิ มาเรีย การหนีปัญหา และใจที่สู้ไม่พอ
ต้องถูกแฟนบอลสาปส่งไปตลอดว่าเป็น “ผู้แพ้” ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงไม่อยากเป็น…

ความพ่ายแพ้ ไม่เคยฆ่าใคร นอกจาก จิตใจที่อ่อนแอ
คนเราแพ้ได้ครับ แต่จงพยายามสู้ต่อไป หากลมหายใจมีอยู่

ต.ตั้ม


      

 

ยอดนิยมในตอนนี้