รีเซต
ไทยลีก 2019 : "สมุทรปราการ ซิตี้" ปีแห่งการพลิกโฉม ที่พร้อมฝังคู่แข่งให้จมเขี้ยว (สมุทร) ... by "Jinius"

ไทยลีก 2019 : "สมุทรปราการ ซิตี้" ปีแห่งการพลิกโฉม ที่พร้อมฝังคู่แข่งให้จมเขี้ยว (สมุทร) ... by "Jinius"

ไทยลีก 2019 : "สมุทรปราการ ซิตี้" ปีแห่งการพลิกโฉม ที่พร้อมฝังคู่แข่งให้จมเขี้ยว (สมุทร) ... by "Jinius"
kentnitipong
20 กุมภาพันธ์ 2562 ( 18:07 )
497

“ไทยลีก 2019” วันนี้ เรามาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งสโมสรที่ถูกเรียกว่าเป็นสโมสรเก่าก็ไม่ใช่ ใหม่ก็ไม่เชิงกับ สมุทรปราการ ซิตี้ สังกัดฟุตบอลที่ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งชื่อ รวมถึงรังเหย้าจากฝั่งตะวันออกเข้าสู่ชานกรุง พร้อมกับทีมผู้บริหารเซตใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งผู้เล่นชุดเก่าตลอดจนทีมงานสต๊าฟโค้ช

นอกจากนี้ เม็ดเงินในการทำทีมที่มีมากขึ้น จะช่วยให้การเสริมทัพของพวกเขาไม่ใช่ปัญหา และดูน่าเกรงขามมากกว่าเก่า ทำให้ปีนี้ “เขี้ยวสมุทร” พร้อมลงสู้ศึกไทยลีกกับทุกๆ ทีมที่ขวางหน้า

 

 

สมุทรปราการ ซิตี้

ฉายา : เขี้ยวสมุทร
ตัวย่อ : SPCFC
ก่อตั้ง : 1989 ในนาม โค้ก-เทศบาลตำบลบางพระ (30 ปีก่อน)
สนาม : สนามกีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย บางพลี (สมุทรปราการ สเตเดี้ยม)
ความจุ : 5,100 ที่นั่ง
เจ้าของทีม : เกียรติธานี คันทรี คลับ
ประธานสโมสร : ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม
ผู้จัดการทีม : สุรพงษ์ คงเทพ
ผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา : โตโยต้า ไทยลีก อันดับที่ 8
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : www.samutprakancityfc.com

 

รายชื่อนักเตะ สมุทรปราการ ซิตี้ ฤดูกาล 2019

ผู้รักษาประตู : ปฏิวัติ คำไหม, อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์

กองหลัง : สราวุธ กัลยาณบัณฑิต, จักรพันธ์ ไพรสุวรรณ, นพรัตน์ สกุลอ๊อด, ไกรลาศ ปัญญาโรจน์, จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, ประสิทธิชัย เพิ่ม, อริส ซาริโฟวิช, ธราฎิล มีกำไร

กองกลาง : นพพล พลคำ, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, คิม แท ยอน, ธีระพล เยาะเย้ย, พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา, วรนาถ ทองเครือ, บวร ตาปลา

กองหน้า : จอ โค โค, ชญาวัต ศรีนาวงษ์, อิ๊บสัน เมโล่, คาร์เลา, พิทักษ์ ภาภิรมย์

รู้จักเฮดโค้ช : สุรพงษ์ คงเทพ

สุรพงษ์ คงเทพ เป็นกุนซือที่ไม่ได้มีโปรไฟล์ดีเลิศเลอเท่าไหร่ หากเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมอาชีพสโมสรอื่นๆ แต่สิ่งที่ “โค้ชอั๋น” ได้สร้างไว้ตั้งแต่ยังเป็น พัทยา ยูไนเต็ด เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันคือ รากฐาน และโครงสร้างอันแข็งแกร่งของทีม สังเกตได้จากผลงานการคุมทีมที่คงความมาตรฐาน และไม่เคยต้องดิ้นรนอยู่ในโซนหนีตกชั้น เป็นคำตอบที่ดีว่า รูปแบบเกมรุกที่เอนเตอร์เทนได้ใจแฟนบอล เล่นได้ทั้งบอลโยน และบอลต่อ พร้อมทั้งลูกตบเข้าในที่เป็นไม้ตาย ทำให้บอลสไตล์ “โค้ชอั๋น” เป็นทีมตายยากใช่เล่น

แต่สิ่งที่ “โค้ชอั๋น” จำเป็นต้องพัฒนา หากต้องการขยับสังกัดตนเองให้ก้าวข้ามคำว่า “ทีมกลางตาราง” ไปให้ได้ นั่นคือ “การปิดเกม” เนื่องงจากเกมรับของทีมเมื่อซีซั่นก่อนค่อนข้างหละหลวม ปล่อยให้คู่แข่งทะลวงตาข่ายได้ง่ายจนเกินไป เป็นเหตุให้ทีมเสียแต้มอย่างที่ไม่ควรจะเสียอยู่บ่อยครั้ง

นอกจากนี้การต่อกรกับทีมระดับแถวหน้า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับทัพ “เขี้ยวสมุทร” เพราะครั้งที่ยังเป็น “โลมาน้ำเงิน” พวกเขายังทำผลงานได้ไม่ดีพอจึงต้องจบลงด้วยการเป็นทีมกลางตารางอยู่เสมอ ทว่าฤดูกาลนี้กุนซือมากฝีมือวัย 40 ปี มีทุนทรัพย์ในการทำทีมที่มากขึ้นทำให้ตัวเลือกในการลงสนามมีมากขึ้นตามเช่นกัน น่าสนใจว่าในฤดูกาลนี้นายใหญ่ สมุทรปราการ ซิตี้ จะทำผลงานได้ดีขึ้นมากน้อยเพียงใดกับการผจญภัยครั้งใหม่

สตาร์เด่น : พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี

ใครที่เคยติดตามบอลไทยแล้วได้ยินชื่อของ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี มาบ้าง หลายๆ คนอาจโฟกัสแค่ว่า เด็กคนนี้เป็นเพียงลูกของตำนานมิดฟิลด์ทีมชาติไทย ประภาส ฉ่ำรัศมี ร้ายที่สุดคือคำกล่าวที่ว่า เขาเป็นเพียงแค่ “ส่วนเกิน” ที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ต้องการ

แต่หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน “เจ้านิว” เป็นเพียงดาวรุ่งจาก จามจุรี ยูไนเต็ด ที่ถูกดึงมาร่วมทัพ “กิเลนผยอง” สโมสรที่คับคั่งไปด้วยเหล่าสตาร์ดังมากมาย ณ เวลานั้น ประกอบกับความใหม่ที่ไร้ซึ่งประสบการณ์ในศึกไทยลีกของเจ้าตัว เอสซีจี เมืองทองฯ จึงไม่มีพื้นที่ว่างให้กับมิดฟิลด์ห้องเครื่องรายนี้ได้เฉิดฉายในรังกิเลน จากนั้นไม่นานนักทางสโมสรจึงตัดสินใจปล่อยตัว “นิว พีรดนย์” ไปโชว์ฝีเท้ากับ พัทยา ยูไนเต็ด ในไทยลีก 2 ด้วยสัญญายืมตัว

พีรดนย์ สร้างผลงานในสีเสื้อของ พัทยา ยูไนเต็ด ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นผู้คุมจังหวะของเกม การไล่กวดคู่ต่อสู้ ตลอดจนจุดเด่นเรื่องการยิงแถว 2 เพียงแค่ปีแรกกับสังกัดใหม่ “เจ้านิว” ลงเล่นไปทั้งหมด 30 นัด ซัดไป 8 ประตู พา “โลมาน้ำเงิน” ทะยานขึ้นกลับสู่ไทยลีกได้สำเร็จด้วยการจบอันดับที่ 2 และดูเหมือนว่าในตอนนี้เจ้าตัวจะเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอลพัทยาฯ ไปโดยปริยาย

ทว่าในฤดูกาล 2016 เลก 2 เอสซีจี เมืองทองฯ ที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 4 อย่างเข้มข้น ได้ทำการเรียกนักเตะฟอร์มดีที่ปล่อยยืมจากทั่วไทยลีกกลับมาทั้งหมด เพื่อขยับขยายให้ทีมมีขนาดใหญ่ขึ้น และที่สำคัญ ผู้เล่นที่ถูกดึงกลับมาสามารถสแตนด์บายแทนตำแหน่งตัวจริงได้เสมอ แม้ว่าสิ้นเสียงนกหวีดการแข่งขันนัดที่ 31 ของฤดูกาล ชื่อของ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี จะมีดีกรีเป็นแชมป์ไทยลีกฤดูกาล 2016 แต่เจ้าตัวแทบจะไม่ได้สัมผัสผืนหญ้าบนสนามเลย จนกระทั่ง “เจ้านิว” ต้องออกผจญภัยอีกครั้งด้วยการถูกปล่อยยืมตัวให้กับ พัทยาฯ เป็นคำรบ 2 ในฤดูกาลถัดมา

ปี 2017 เป็นปีทองของ พีรดนย์ อย่างแท้จริง การกลับมาสู่สนามกีฬาหนองปรืออีกครั้งของเจ้าตัวได้แสดงฟอร์มการเล่นอันเฉิดฉายเกินหน้าเกินตาเพื่อนร่วมทีมจนได้รับสมยานามว่า “เจ้าชายโลมา” ด้วยการลงเล่น 30 นัด ซัดไป 7 ประตู พาทีมจบอันดับที่ 8 และเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางสนามของทีมที่ขาดไม่ได้ ทำให้ “เจ้านิว” ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นครั้งแรกอีกด้วยในปีนั้น ทว่าความโชคร้ายมาเยือนอีกครั้งหลังมิดฟิลด์ห้องเครื่องรายนี้ได้รับบาดเจ็บยาวในฤดูกาล 2018 ได้รับโอกาสลงสนามเพียงน้อยนิดก่อนจบซีซั่นเท่านั้น

บทวิเคราะห์

การเข้ามาเทคโอเวอร์ พัทยา ยูไนเต็ด และเปลี่ยนชื่อสโมสรใหม่เป็น สมุทรปราการ ซิตี้ โดยสมบูรณ์ของกลุ่มทุน เกียรติธานี คันทรี คลับ ภายใต้ตระกูล อัศวเหม เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไม่เพียงแต่ชื่อสโมสรเท่านั้น แต่หมายถึงการบริหารงาน การโยกย้ายถิ่นฐาน ตลอดจนฐานแฟนบอลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

แม้ว่าจะได้เงินถุงเงินถังในการทำทีมที่มากขึ้น แต่การเฟ้นหาแฟนบอลที่มีใจรักดังเดิมจำเป็นต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อดึงแฟนบอลเข้ามายัง สมุทรปราการ สเตเดี้ยม จึงเป็นสิ่งที่ “เขี้ยวสมุทร” ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

เหนือสิ่งอื่นใด ดูเหมือนว่า สมุทรปราการ ซิตี้ ในปีนี้ยังคงเชื่อมั่นในทีมชุดเดิมจากปีที่ผ่านมา สังเกตได้จากการเสริมทัพเพียงเพื่อทดแทนตำแหน่งผู้เล่นที่เสียไป และแทบไม่ได้นำเข้าแข้งบิ๊กเนมจากต่างชาติมาเลย ยิ่งไปกว่านั้นการเสีย ลูเคี่ยน หัวหอกชาวบราซิลผู้ระเบิดประตูให้กับ “โลมาน้ำเงิน” ในซีซั่นก่อนไปถึง 18 ประตูในศึกไทยลีก พร้อมพาทีมจบอันดับที่ 8 ของตารางไปให้กับ ชลบุรี เอฟซี และได้ตัว อิ๊บสัน เมโล่ ดาวยิงผู้มีสถิติทำประตูที่ไม่น่าดูชมจาก มาริติโม่ ทีมในลีกแดนฝอยทองมา ทำให้เหล่าแฟนบอลมองว่าการจบสกอร์ในปีนี้ของ สมุทรปราการฯ อาจแลดูดรอปลงไป (รึเปล่า) เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า อิ๊บสัน จะดีพอต่อการเข้ามาทดแทน ลูเคี่ยน ได้รึเปล่า

ทั้งนี้ “เขี้ยวสมุทร” ยังส่งออก อนุวัฒน์ อินยิน มิดฟิลด์คู่บุญผู้พา พัทยา ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกไปให้กับ หนองบัว พิชญ อีกด้วย แต่นับว่าเป็นเรื่องดีที่ สมุทรปราการฯ คว้าตัว “เจ้าเป้” นพพล พลคำ ฮาร์ดแมนพันธุ์ดุ และบวร ตาปลา มาทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลงได้เป็นอย่างดี

การสูญเสีย อี วอน ยัง เซนเตอร์ฮาล์ฟจากแดนกิมจิที่มีส่วนกับเกมในเรื่องลูกตั้งเตะ และได้ตัวต่างชาติ อริส ซาริโฟวิช มาแบบฟรีๆ จาก โอลิมปิจา ลูบลิยานา ทีมยักษ์ใหญ่จากสโลวีเนีย ก็ไม่อาจการันตีได้ว่ากองหลังดีกรีงามรายนี้จะเข้ามาขันน็อตแนวรับให้กับ สมุทรปราการ ซิตี้ ได้แน่นพอ

ที่สำคัญ จุดเด่นอันเป็นสูตรสำเร็จของ พัทยา ยูไนเต็ด (สมุทรปราการ ซิตี้) คือเกมบุกที่ถาโถมเข้าใส่คู่แข่งแบบลืมตาย แต่รูปแบบการเล่นเช่นนี้เป็นดาบ 2 คมสำหรับทีมที่มีเกมรับที่ไม่แข็งแกร่ง อาจย้อนกลับมาแว้งกัดพวกเขาเอง เพราะถ้าหากเบิกสกอร์แรกไม่สำเร็จพวกเขาจะเป็นฝ่ายตกที่นั่งลำบากจากจังหวะสวนกลับเสียเอง สังเกตได้จากซีซั่นก่อนที่พวกเขาถล่มประตูคู่แข่งได้ถึง 50 ประตู แต่โดนไล่ถลุงกลับมาแบบยับเยินเช่นกันที่ 62 ประตู จึงเป็นการบ้านที่ แข้ง “เขี้ยวสมุทร” ต้องหาทางปรับ เพื่อเส้นทางอันสดใสใน ไทยลีก 2019

“Jinius”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้