มุมมองสื่อนอก...ทีมชาติไทย-เวียดนาม ใครจะได้เฮ!

Sep 4, 2019

อีกไม่นาน แมทช์ฟาดแข้งที่แฟนบอลไทยตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอคอยก็กำลังจะมาถึง นั่นคือศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มจี ซึ่งขุนพล “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เตรียมลงสนามนัดแรก รอต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติเวียดนาม ที่สนามฟุตบอล ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. 2562 เวลา 19.00 น.

สาเหตุที่ทำให้เกมนัดนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ถึงขนาดที่ตั๋วเข้าชมถูกแฟนบอลกวาดซื้อหมดเกลี้ยงไปในพริบตา เนื่องจากจะเป็นการประเดิมคุมทีมชาติไทยของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือเลือดซามูไร ซึ่งก่อนหน้านี้เคยกุมบังเหียนทีมชาติญี่ปุ่น ทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

(Photo by Pakawich Damrongkiattisak/Getty Images)

ยิ่งไปกว่านั้น คู่ต่อสู้ของนิชิโนะยังเป็นการเจอคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งถือว่า “เรียกแขก” ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากระยะหลัง ทัพนักเตะเหงียนระเบิดฟอร์มได้อย่างร้อนแรงจนสามารถเรียกได้ว่าเป็น “เจ้าอาเซียน” ในวินาทีนี้ ในขณะที่แฟนบอลไทยได้แต่นั่งมองความสำเร็จของเวียดนามตาปริบๆ

เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงหลังมานี้ ทีมลูกหนังเวียดนามสามารถยัดเยียดความปราชัยให้กับแข้งไทยได้แทบทุกชุดที่เจอกัน โดยเฉพาะแมทช์ล่าสุด ซึ่งกุนซือ ปาร์ค ฮัง ซอ นำลูกทีมบุกมาเชือดแข้งช้างศึก 1-0 ในศึกฟุตบอลคิงส์คัพ ที่จ.บุรีรัมย์ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

(Photo by Pakawich Damrongkiattisak/Getty Images )

แน่นอนว่า แฟนบอลไทยร้อยทั้งร้อยต่างส่งกำลังใจให้ขุนพลช้างศึกเก็บชัยชนะให้ได้ ถ้าคนไทยไม่เชียร์ทีมชาติไทย แล้วจะให้ไปเชียร์ทีมหมู่เกาะแฟโรหรือไงจ๊ะ

ขณะเดียวกัน เชื่อว่าแฟนบอลไทยจำนวนไม่น้อยต่างมีความเชื่อมั่นลึกๆว่า เราจะได้ฉลอง 3 แต้มในเกมนี้ด้วยเหตุผลสนับสนุนต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลเต็มสนาม การได้ขุมกำลังตัวหลักที่ไปค้าแข้งต่างประเทศกลับมากันครบ ตลอดจนการได้เฮดโค้ชมากฝีมืออย่างนิชิโนะมานั่งเก้าอี้แม่ทัพคนใหม่

อย่างไรก็ตาม แล้วมุมมองของสื่อต่างแดนล่ะ พวกเขามองความน่าจะเป็นของเกมนี้อย่างไรบ้าง?

ทอม โรเจอร์ส จากเว็บไซต์ Leaguelane.com ระบุว่า แม้นัดล่าสุด เวียดนามจะบุกมาชนะไทยได้ในศึกคิงส์คัพ แต่ถ้าพิจารณาสถิติที่ผ่านมาโดยรวมแล้ว ขุนพลช้างศึกทำผลงานได้เหนือกว่า และเกมนี้ชัยชนะก็น่าจะตกอยู่ในมือของทีมชาติไทย

ขณะที่ เว็บไซต์ Footballpredictions.net ยกให้แข้งไทยเป็นต่อเช่นกัน พร้อมระบุสกอร์ฟันธงว่าทีมชาติไทยจะเฉือนชนะเวียดนาม 2-1

ด้าน อัดวาล ราจาน สื่อจาก “ฟ็อกซ์สปอร์ตเอเชีย” มองไปที่แท็คติกของอากิระ นิชิโนะ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 ตามที่เจ้าตัวถนัด เหมือนกับตอนที่คุมทีมชาติญี่ปุ่นลุยฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งนิชิโนะใช้แผนดังกล่าว โดยให้ ยูยะ โอซากะ รับบทบาทเป็นศูนย์หน้าตัวเดียว ซึ่งก็ทำผลงานออกมาได้ไม่เลว

ขณะที่ Vnexpress.net สื่อของเวียดนาม ได้ทำโพลสำรวจผลการแข่งขันนัดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าแฟนบอลสกุลเหงียนก็มั่นใจในทีมของตัวเองเช่นกัน โดยผลสำรวจถึง 87% เชื่อว่ากุนซือปาร์ค ฮัง ซอจะพาลูกทีมบุกมาเก็บชัยชนะย้ำแค้นได้อีกครั้ง และมีเพียง 4% ที่เชื่อว่าไทยจะชนะ และอีก 9% มองว่าน่าจะเสมอกัน

แล้วคุณล่ะ คิดว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ?

อดใจรออีกนิดเดียว…เดี๋ยวรู้กัน!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
3 เจลีก + 1 เบลเยี่ยม สมทบช้างศึกก่อนชนเวียดนาม

นิชิโนะ กล่าวหลังได้ผู้เล่นเข้ามาซ้อมครบ 23 คนครั้งแรก

ดูฟรี ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ทุกสัปดาห์ ทาง ID Station คลิก!! และถ้าชมเต็มๆ สามารถสมัครแพ็กเกจดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกง่าย ๆ ทางนี้

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : 12 ก.พ.ชี้ชะตาเลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

Feb 10, 2020

ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : 12 ก.พ.ชี้ชะตาเลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง, ภิญโญ นิโรจน์, ทรูไอดี

การเลือกตั้ง “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” กำลังจะมีขึ้นในวันพุธที่ 12 ก.พ.นี้ เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

หากเทียบจากการเลือกตั้ง 2 สมัยล่าสุดก่อนหน้านี้ต้องถือว่าความดุเดือดดูจะน้อยกว่าเดิม แม้มีการฟ้องร้องและร้องเรียนเหมือนทุกที แต่ไม่ค่อยระอุเท่าใดนัก

ตัวละครหลักๆยังเป็น “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ลงสมัครป้องกันตำแหน่ง “ประมุขลูกหนังไทย” อีก 1 สมัย

ขณะที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฯมีบทบาทใหม่หนักไปทางร้องเรียน เพราะถูกตัดสิทธิ์จากคุณสมบัติที่ไม่ผ่านทำให้ไม่สามารถสมัครชิงตำแหน่งนายกฯได้

ส่วนตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ “บิ๊กอู๊ด” ภิญโญ นิโรจน์ ที่ลงสมัครตำแหน่งนายกฯ แต่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็น “ตัวแทน” จากใครหรือคนบางกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังหรือเปล่า

ด้านตำแหน่ง “อุปนายกสมาคม” จำนวน 5 คน รวมถึง “คณะกรรมการการ” หรือ “สภากรรมการ” อีก 13 คนมีทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ปะปนกันไป ถือว่าฮือฮาบ้างแต่ไม่มาก

สำหรับทั้ง 19 ตำแหน่งจะต้องได้รับการเลือกตั้งตาม “ข้อบังคับลักษณะการปกครองของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ.2558 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 4) พ.ศ.2562”

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง, ภิญโญ นิโรจน์, ทรูไอดี

ส่วนวิธีการเลือกตั้งจะดำเนินการตาม “ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมกลางของ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พ.ศ.2562”

อธิบายขั้นตอนที่มาของ ข้อบังคับลักษณะการปกครองฯ และ ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งฯ ก่อนเลยว่าแตกต่างจากตอนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 ก.พ.2559

ย้อนกลับไปปี 2558 ที่มีสารพัดปัญหาวุ่นวายในสมาคมฯ ทาง “ฟีฟ่า” ได้เข้ามาสังคายนาใหญ่ ถอดถอนสภากรรมการสมาคมฯ​ในตอนนั้นทั้งหมดและตั้ง “คณะกรรมการกลาง” เข้ามาดูแล

“ฟีฟ่า” ตั้ง “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการกลาง ทำหน้าที่บริหารสมาคมฯตั้งแต่ตุลาคม 2558 แล้วจัดเลือกตั้งให้เสร็จในกุมภาพันธ์ 2559

หลัง “บิ๊กอ๊อด” ชนะเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้เข้ามาดำเนินการในด้านต่างๆ รวมถึงแก้ไข ข้อบังคับลักษณะการปกครองฯ และ ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งฯ

สำหรับ ข้อบังคับลักษณะการปกครองฯ ฉบับปัจจุบันผ่านการพิจารณาของ สภากรรมการ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2561 ก่อนส่งให้สโมสรสมาชิกพิจารณาล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 2562

จากนั้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของสมาคมฯ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2562 สโมสรสมาชิกได้รับรองและมีมติเห็นชอบต่อ ข้อบังคับลักษณะการปกครองฯ ดังกล่าว

สมาคมฯ​ส่ง ข้อบังคับลักษณะการปกครองฯ ที่ผ่านการเห็นชอบจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ให้ “การกีฬาแห่งประเทศไทย” ในฐานะนายทะเบียนพิจารณาและอนุมัติเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2562

นี่คือกระบวนการขั้นตอนที่ดำเนินการมาอย่างถูกต้องและ กกท. พิจารณากลับมาแล้วว่า “ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของสมาคมและไม่ขัดต่อกฎหมาย” จึงรับจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งฯ ที่มีการแก้ไขจากของ คณะกรรมการกลาง ได้รับการเห็นชอบจากสโมสรสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 แล้วเช่นกัน

ถ้าพิจารณาตามข้อมูลตรงนี้เท่ากับว่าทุกอย่างผ่านการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว ส่วนใครจะร้องเรียนอะไรเป็นสิ่งที่กระทำได้ แต่ผลจะได้ดั่งใจหรือไม่นั่นอีกเรื่อง

แต่ก็น่าสงสัยว่า กกท. ลืมหรืออย่างไรว่าได้อนุมัติให้จดทะเบียนเรียบร้อยถูกต้องทุกอย่างแล้ว ที่ผ่านมาจึงมีข่าวหลุดว่า ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการกกท.ออกอาการเต้นต่อการร้องเรียน !!!

ทาง “ฟีฟ่า” จึงส่งหนังสือตอบกลับมาที่สมาคมฯยืนยันให้จัดเลือกตั้งตามกำหนดเดิม และ “ห้ามไม่ให้มีการแทรกแซงโดยเด็ดขาด” ไม่งั้นมีสิทธิ์ถูกระงับการเป็นสโมสรสมาชิก

ถึงตรงนี้น่าจะฟันธงได้ว่าการเลือกตั้งคงจะมีขึ้นตามกำหนดในวันที่ 12 ก.พ.นี้แน่นอน แต่จะมีความวุ่นวายหน้างานหรือเปล่ายังคาดเดาลำบาก

สำหรับสโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ลงคะแนนหรือ “โหวตเตอร์” หากยึดตาม ข้อบังคับลักษณะการปกครองฯ กำหนดไว้ในหมวดที่ 5 ข้อ 22.1 จะมีทั้งหมด 72 เสียง

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง, ภิญโญ นิโรจน์, ทรูไอดี

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้มีแค่ “69 เสียง” เนื่องจาก “สโมสรฟุตซอลชาย (แชมป์-รองแชมป์ลีก)” สโมสรฟุตซอลหญิง (แชมป์ลีก)” “สโมสรฟุตบอลชายหาด” ไม่ได้เป็น “สมาชิกอย่างสมบูรณ์”

การยังไม่ได้เป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์เพราะยังไม่ได้รับรองการเป็นสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ จึงยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ขณะที่ “สมาคมนักฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศไทย” ยังไม่ได้รับรองจาก “ฟีฟ่า” และ “ฟิฟโปร” (สหพันธ์สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ) จึงยังไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งเช่นกัน

“โหวตเตอร์” ทั้ง 69 เสียงยึดตามอันดับในฤดูกาล 2019 ดังนี้ ไทยลีก (16 ทีม), ไทยลีก 2 (18 ทีม), ไทยลีก 3 (14 ทีม), ไทยลีก 4 (18 ทีม), ไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีีก (1 ทีม), ลีกหญิง (2ทีม)

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง, ภิญโญ นิโรจน์, ทรูไอดี

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง, ภิญโญ นิโรจน์, ทรูไอดี

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง, ภิญโญ นิโรจน์, ทรูไอดี

รายชื่อ “โหวตเตอร์” ทั้งหมดมีการส่งถึงสโมสรสมาชิกตามกำหนดเวลาขั้นตอนทุกอย่างแล้ว คนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนคือ “ผู้มีอำนาจตามกฎหมายในองค์กรของสมาชิก (นิติบุคคล)” เท่านั้น

รายละเอียดตรงนี้ต้องดูที่ “หนังสือรับรองบริษัท” ว่าใครมีอำนาจ หากผู้มีอำนาจมาไม่ได้ต้อง “มอบอำนาจแทน” แบบทั้งลายเซ็นและเอกสารหลักฐานต้องครบ

ทีนี้ไปลุ้นกันหน้างานว่าจะมีปัญหาเรื่อง “ใบมอบอำนาจ” หรือเปล่าเพราะมีปัญหาแบบนี้ทุกปี ไม่ก็ต้องรอดูว่าจะมีคนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนตัวจริงมาโวยวายอะไรหรือเปล่า

จับตาดูกันว่าวันที่ 12 ก.พ.นี้การเลือกตั้งจะราบลื่นหรือไม่ แล้วที่สุดแล้วใครชนะเลือกตั้ง นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการฟุตบอลไทยอีกครั้ง !!!

“บับเบิ้ล”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : “ไทยลีก 2020” จะมีมั้ย….แชมป์นี้ที่รอคอย ?

>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : เลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯระอุ..จริงหรือ ?

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : บทเรียนจากฝันสลายของ “ยู-23”

Jan 20, 2020

ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : บทเรียนจากฝันสลายของ “ยู-23”

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, ทีมชาติไทย, อากีระ นิชิโนะ, VAR

ฝันสลายชวดไป “โอลิมปิกเกมส์” อีกครั้งสำหรับทีมชาติไทยที่ทำได้ดีที่สุดคือเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ‘AFC U23 Championship Thailand 2020’

ถ้าดูตามเป้าหมายที่หวังไป “โตเกียวเกมส์” คงต้องยอมรับความจริงว่า “ล้มเหลว” เพราะไม่ได้ตามเป้า แต่ถ้าดูรายละเอียดในเนื้องานต้องบอกว่า “ดีกว่าที่คิด”

จากทีมที่ตกรอบแรกในระดับอาเซียนที่ “ซีเกมส์” กลายมาเป็น 1 ใน 8 ทีมของ “เอเชีย” ในเกมชิงแชมป์ของทวีป ผลงานแบบนี้ควรมี “คำชม” มากกว่าเสียงด่า

การพ่ายแพ้ต่อ “ซาอุดีอาระเบีย” ในรอบก่อนรองชนะเลิศแบบน่ากังขายิ่งทำให้เจ็บปวด อารมณ์ความรู้สึกออกไปทางเสียดายมากกว่าเสียใจ

แต่เราอย่าไปมัวแต่โยนเหตุแห่งความผิดหวังไปลงที่การทำหน้าที่ของ “ผู้ตัดสินโอมาน” เพียงอย่างเดียว ทัวนาเมนต์นี้มีหลาย “บทเรียน” ที่ต้องนำไปเรียนรู้และพัฒนาแก้ไขกันต่อไป

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, ทีมชาติไทย, อากีระ นิชิโนะ, VAR

จริงอยู่ที่ อาเหม็ด อาบู บาการ์ อัล คาฟ เป่าได้ค่อนข้างค้านสายตาสุดๆในหลายจังหวะ โดยเฉพาะการไม่แจกใบเหลืองให้ผู้เล่นทีม “เศรษฐีน้ำมัน” เลย

รวมถึงการตัดสินใจให้จุดโทษที่งงกันทั้งเอเชียว่า “ฟาวล์ตรงไหน ?”

ทว่าบางเรื่องต้องดูเหตุและผล ไม่ใช่เหมาด่าเรียบเดี๋ยวจะกลายเป็น “แพ้แล้วพาล”

อย่างกรณีที่ “สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ” ออกมาแอคชั่นด้วยการทำหนังสือถึง “เอเอฟซี” เพื่อต้องการคำอธิบายต่างๆนั้น ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร เหมือนแค่ตามกระแส

บางเรื่องคงไม่ได้คำตอบและบางเรื่องไม่ควรสงสัย

เอาประเด็นหลักๆอย่างที่สงสัยว่าทำไมเอาผู้ตัดสินจากภูมิภาคเดียวกันมาตัดสินเพราะเกมนี้เป็นผู้ตัดสินโอมานมาตัดสิน ซาอุดีอาระเบีย

ถ้าสงสัยตรงนี้ต้องมองย้อนกลับไปเกมรอบแรก นัดสุดท้าย ที่ ไทย เจอ อิรัก เกมนั้นผู้ตัดสินเป็น “จอร์แดน” ก็ชาติในภูมิภาคเดียวกับ อิรัก เหมือนกัน

วันเจอ อิรัก นักเตะไทยได้จุดโทษจาก ‘VAR’ เกมกับ ซาอุฯ ทีมชาติไทยเสียจุดโทษจาก ‘VAR’ นี่คือความจริงที่เอามาเทียบเคียงให้ดูว่ามันไม่น่าเกี่ยวกับผู้ตัดสินมาจากชาติไหน

ดังนั้นประเด็นนี้ สมาคมฯ​ ไม่ควรสงสัย !!!!

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, ทีมชาติไทย, อากีระ นิชิโนะ, VAR

ส่วนที่สงสัยเรื่อง ‘VAR’ ยิ่งต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนเลยว่าเกม ไทย กับ ซาอุฯ ‘VAR’ พิจารณาแค่ว่า “ในหรือนอกเขตโทษ” เท่านั้น ไม่ได้ดูว่าฟาวล์หรือไม่

ย้ำว่า ‘VAR’ คือ “วีดิโอช่วยผู้ตัดสิน” แต่การตัดสินเด็ดขาดอยู่ที่ผู้ตัดสินในสนาม จากจังหวะปัญหาเห็นได้ชัดว่าผู้ตัดสินโอมานเป่าว่าฟาวล์ แต่ ‘VAR’ บอกว่าเป็นในเขตโทษ

แน่นอนละหลายคนคาใจว่าดึงไม่ได้รุนแรงแบบนั้นฟาวล์ได้อย่างไรเพราะมันไม่ 100% ที่จะเป็นจุดโทษ แต่นั่นคือ “ดุลพินิจ” ของผู้ตัดสินที่คงหาคำตอบไม่ได้แน่ๆว่า “เจตนาอย่างไร”

ส่วนการฟาวล์ด้วยการดึง กติการะบุไว้อยู่แล้วว่าไม่ได้พิจารณาที่จุดเริ่มต้นว่าดึงตรงไหน แต่ดูที่ดึงถึงตรงไหน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องเข้าใจใน “Law of The Game” อยู่แล้ว

กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นถ้าไม่นับเรื่องคาใจว่าผู้ตัดสินชาวโอมานเป่าให้ฟาวล์ได้อย่างไร ทั้งที่ดูไม่ รุนแรงอะไรเลยแล้ว คงต้องถามว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในกรอบเขตโทษหรือยังมากกว่า

ตรงนี้ตามหลักเกณฑ์ของ ‘VAR’ ระบุชัดเจนว่ากรณีพิจารณาว่าในหรือนอกเขตโทษคือ “ข้อเท็จจริง” ที่ผู้ตัดสินไม่จำเป็นต้องไปดูจอมอนิเตอร์ข้างสนามก็ได้

กรณีดังกล่าวผู้ตัดสินจึงไม่ต้องไปดูจอมอนิเตอร์ นี่คือวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วน ‘VAR’ มีการตีเส้นว่าเข้าเขตโทษหรือไม่ อย่างไร อันนี้ไม่รู้ และไม่แน่ใจว่า “เอเอฟซี” ต้องตอบหรือไม่

สรุปรวมความคือปัญหาเรื่องการตัดสินที่เกิดขึ้นกับ “ยู-23” น่าจะเป็นบทเรียนและเป็น “กรณีศึกษา” ให้ทุกองคาพยพของวงการฟุตบอลไทยได้ศึกษาเพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้

ไม่ว่าจะเป็นระดับทีมชาติที่ต้องออกไปต่อกรในระดับนานาชาติอีกมากมาย รวมถึง “ไทยลีก” ที่กำลังจะเปิดฤดูกาลใหม่ที่จะนำ ‘VAR’ มาใช้แบบเต็มรูปแบบ

ยิงเต็มข้อ, บับเบิ้ล, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, ทีมชาติไทย, อากีระ นิชิโนะ, VAR

นอกเหนือจากเรื่องการตัดสินที่เป็นประเด็นแล้ว สมาคมฯ ต้องย้อนกลับมามองตัวเอง ดูการบริหารจัดการทีมชาติไทยด้วย เพราะยังไม่ไปถึงฝันโอลิมปิกอยู่ดี นี่คือบทเรียนสำคัญ

ที่ผ่านมาเกือบจะดีแล้วตัั้งแต่ตั้งธงวางเป้าหมายใหญ่เมื่อ 4 ปีก่อนว่าจะไปโอลิมปิก แต่ระหว่างทางด้วยนโยบายที่โลเลเป็น “ไม้หลักปักขี้เลน” ทำให้ยังเตรียมทีมได้ไม่ดีพอ

นี่ยังดีว่าได้อภินิหารของ อากีระ นิชิโนะ ที่เพิ่งเข้ามาจับงานแค่ไม่กี่เดือนพาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้แบบเหลือเชื่อ ไม่งั้น สมาคมฯ งานเข้าเต็มๆแน่นอน

หลังจากนี้หวังว่าจะได้เห็นแผนงานระยะยาว 4 ปีที่มุ่งหน้าสู่ฝันโอลิมปิกเกมส์ต่อไป และคาดหวังว่าคราวนี้จะได้เตรียมทีมแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ล้มกระดานบ่อยๆเหมือนที่ผ่านมา

รวมถึงที่ “นิชิโนะ” บอกว่าเด็ก “ยู-23” ชุดนี้จะเป็นกำลังสำคัญสำหรับ “ฟุตบอลโลก 2026” ก็ควรมีแผนงานที่ชัดเจนและจริงจัง

วันนี้อาจฝันสลาย แต่ถ้ามุ่งมั่นและมีแผนงานที่ชัดเจน ทำจริงจัง สักวัน…ฝันจะเป็นจริง สู้ต่อไปไทยแลนด์

“บับเบิ้ล”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : เลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯระอุ..จริงหรือ ?

 

>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : “ไทย vs อิรัก” นัดชี้ชะตาเข้ารอบ !!!

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

พรีวิว ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบ 8 ทีม : ไทย พบ ซาอุดีอาระเบีย พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด

Jan 18, 2020

ไทย พบ ซาอุ

รายการ : ฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบ 8 ทีมสุดท้าย
วัน / เวลาแข่งขัน : วันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2020 เวลา 17:15 น.
สนาม : ธรรมศาสตร์ สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด Bugaboo.tv 

ความพร้อมของทีมชาติไทย

ทีมชาติไทย

นับเป็นครั้งแรกที่ทีมชาติไทยผ่านเข้าถึงรอบน็อกเอาต์ ศึกยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งถือว่าเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เพราะนี่คือผู้เล่นจากชุดตกรอบแรกซีเกมส์ 2019 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี่เอง เรียกได้ว่าเป็นการ “แก้ตัว” ได้อย่างหมดจด อีกทั้งน่าเรียกความคึกคักมั่นใจให้กับนักเตะได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน สภาพทีมตอนนี้ถือว่าสมบูรณ์สุดๆ โดยกุนซืออากิระ นิชิโนะ เผยว่าไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บแม้แต่รายเดียว ทำให้สามารถจัดทัพได้เต็มอัตราศึก ซึ่งคาดว่าแกนหลักที่ได้พักจากเกมเสมออิรัก 1-1 น่าจะได้กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, ชินภัทร์ ลีเอาะ, สุภโชค สารชาติ และศุภชัย ใจเด็ด

ขณะที่ เจริญศักดิ์ วงศ์กรณ์ ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมที่แล้วอาจจะได้ลงตัวจริงแทน ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ลงเล่นมาตลอดทุกนัดในรอบแรก ส่วน เบนจามิน เดวิส มิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่ทำผลงานได้ดีในเกมเจอกับอิรัก อาจจะต้องรอโอกาสอยู่บนม้านั่งสำรองไปก่อน

ความพร้อมของทีมชาติซาอุดีอาระเบีย

ซาอุดิอาระเบีย(Photo by Pakawich Damrongkiattisak/Getty Images)

ซาอุดีอาระเบีย ทำผลงานรอบแรกชนะญี่ปุ่น 2-1 เสมอกาตาร์ และเฉือนซีเรีย 1-0 รวมมี 7 คะแนน ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มบี ซึ่งกุนซือ ซาอัด อัล เชห์รี ยอมรับว่าการเข้ารอบมาเจอกับทีมชาติไทย ไม่ใช่งานง่ายเลยแม้แต่น้อย

“ทีมชาติไทยทำผลงานได้ดีมาก และพวกเขาจะได้เปรียบจากการเป็นเจ้าถิ่นด้วย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เพิ่มความยากลำบากแก่พวกเราแน่นอน แต่เราก็จะพยายายามอย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศให้ได้” ซาอัด อัล เชห์รี  กล่าว

สำหรับขุนพล “เศรษฐีน้ำมัน” ชุดนี้มีผู้เล่นอันตรายหลายคน อาทิ อับดุลราห์มาน การีบ ปีกตัวจี๊ด และ อับดุลลาห์ อัล ฮามดาน กองหน้าตัวเก่ง ซึ่งแผงหลังไทยจะปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เป็นอันขาด

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ทีมชาติไทย : กรพัฒน์ นารีจันทร์, มีโชค มหาศรานุกูล, ชินภัทร์ ลีเอาะ, ศฤงคาร พรมสุภะ, ทิตาธร อักษรศรี, กฤษดา กาแมน, สรวิทย์ พานทอง, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ,  เจริญศักดิ์ วงศ์กร, ศุภชัย ใจเด็ด

ทีมชาติซาอุดีอาระเบีย : โมฮัมเหม็ด อัล ยามี่, ซาอัด อับดุลฮามิด, อับดุลบาเซต อัล อินดี, ฮัสซัน อัล ทามบัคติ, คาลิด ดูเบย์, ซามี่ อัล นาเจย, อับดุลราห์มาน การีบ, อาลี อัล ฮัสซัน, อาลี มุคตาร์, คาลิด อัล กานนัม, อับดุลลาห์ อัล ฮามดาน

บทวิเคราะห์

ก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นทัวร์นาเมนท์นี้ ทีมชาติไทยและซาอุดีอาระเบียเพิ่งมีโอกาสได้ลงอุ่นเครื่องกันไปหมาดๆเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานี่เอง โดยเป็นทัพนักเตะซาอุฯที่เฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 แต่ประเด็นสำคัญคือ ต่างฝ่ายต่างก็น่าจะพอมีข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามในระดับนึงจากเกมลับแข้งนัดดังกล่าว

ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอิรัก

สำหรับซาอุดีอาระเบียถือเป็นหนึ่งในทีมหัวแถวของย่านตะวันออกกลาง แต่เชื่อว่าขุนพลช้างศึกคงไม่ได้หวั่นเกรงศักดิ์ศรีอะไรมากนัก เพราะอย่างน้อยๆ ในรอบแรกได้เจอกับคู่แข่งย่านนี้มาแล้วทั้ง อิรัก และ บาห์เรน ซึ่งแข้งไทยของเรา “สู้ได้” อย่างไม่เป็นรอง

ขณะเดียวกัน ขุมกำลังของไทยถือว่าพร้อมสุดๆ โดยนักเตะหลายคนได้พักแข้งมาจากเกมนัดที่แล้ว ทำให้สภาพร่างกายฟิตเต็มที่ ประกอบกับเสียงเชียร์ของแฟนบอลไทยที่เตรียมแห่กันมาแน่นสนามธรรมศาสตร์ เพราะว่าบัตรเข้าชมถูกจำหน่ายหมดไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นแรงฮึดให้ทัพช้างศึกวิ่งกันลืมตายอีกครั้ง และผ่านเข้ารอบต่อไปได้ในที่สุด ไชโย!

สกอร์ที่คาด

ทีมชาติไทย 2-1  ทีมชาติซาอุดีอาระเบีย

111


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ไทยแลนด์สู้ๆ!! เช็คผลล่าสุด ทีมชาติไทย และโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020

>> 10 ข้อที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับ “เบนจามิน เดวิส” ดาวรุ่งฟอร์มแรงแห่งทัพช้างศึก

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

พรีวิว ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย : ไทย พบ อิรัก พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด

Jan 14, 2020

ไทย พบ อิรัก

รายการ : ฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย
วัน / เวลาแข่งขัน : วันอังคารที่ 14 มกราคม 2020 เวลา 20:15 น.
สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน
ถ่ายทอดสด ช่อง 7 HD

ความพร้อมของทีมชาติไทย

ทีมชาติไทย พบ ออสเตรเลีย

นัดที่แล้ว น่าเสียดายที่ทีมชาติไทย โดน ออสเตรเลีย ยิงแซงเอาชนะ 2-1 เพราะในช่วงครึ่งแรก ทัพช้างศึกเดินเกมได้อย่างวูบวาบอันตรายและยิงประตูขึ้นนำได้ก่อนด้วย แต่สุดท้ายก็ถูกแข้งออสซี่อาศัยความแข็งแกร่งของร่างกาย ค่อยๆบดบี้จนทีมชาติไทยต้านไม่ไหว แถมยังมีนักเตะได้รับบาดเจ็บ 2 รายคือ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และศุภชัย ใจเด็ด

กุนซืออากิระ นิชิโนะ เผยว่ายังต้องเช็กอาการของ ศุภณัฏฐ์ และศุภชัย อีกครั้ง นอกจากนี้อาจจำเป็นต้องปรับทัพผู้เล่นบางตำแหน่ง เพื่อให้ทีมมีความสดและพร้อมที่สุด หลังจาก 2 นัดที่ผ่านมาใช้บริการผู้เล่น 11 คนแรกชุดเดิมทั้ง 2 นัด

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านิชิโนะจะยังคงใช้บริการแกนหลักชุดเดิมไว้ก่อน อาทิ ชินภัทร์ ลีเอาะ, ศฤงคาร พรมสุภะ, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ ส่วน ศุภณัฏฐ์ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน อาจสวมบทซูเปอร์ซับอยู่ที่ม้านั่งสำรอง และเปิดทางให้ เจริญศักดิ์ วงศ์กร ซึ่งกดคนเดียว 2 ลูกในเกมถล่มบาห์เรน 5-0 ลงมาป่วนแนวรับอิรักแทน

ความพร้อมของทีมชาติอิรัก

ทีมชาติอิรัก

อิรักมีอยู่ 2 แต้มจาก 2 นัดที่ผ่านมา โดยนัดที่แล้วพวกเขารอดตายหวุดหวิด หลังจากได้ประตูในช่วงทดเจ็บ ไล่ตามตีเสมอ บาห์เรน แบบใจหายใจคว่ำ 2-2

เกมนี้คาดว่ากุนซืออับดุล กานี่ ชาฮัด จะเปลี่ยนแปลงทีมจากนัดที่ผ่านมา โดย อามีร์ อัล อัมมารี่ และ โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ สองตัวสำรอง ซึ่งถูกส่งลงมายิงคนละเม็ดในเกมกับบาห์เรน น่าจะได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรก ซึ่งทั้งสองรายถือเป็นแข้งอันตรายของอิรัก โดย โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ ซัดช่วยทีมมา 2 นัดติดแล้ว

ขณะที่ อามีร์ อัล อัมมารี่ มิดฟิลด์วัย 22 ปี ถือว่าดีกรีไม่ธรรมดา เนื่องจากเป็นผู้เล่นคนเดียวของอิรักชุดนี้ที่ออกไปค้าแข้งต่างแดน โดยเล่นอยู่กับสโมสรยอนโคปิงส์ ในลีกสวีเดน

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ทีมชาติไทย : กรพัฒน์ นารีจันทร์, มีโชค มหาศรานุกูล, ชินภัทร์ ลีเอาะ, ศฤงคาร พรมสุภะ, ทิตาธร อักษรศรี, กฤษดา กาแมน, สรวิทย์ พานทอง, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ,  เจริญศักดิ์ วงศ์กร, ศุภชัย ใจเด็ด

ทีมชาติอิรัก : อาลี คาดิม ฮาดี้, มุสตาฟา เจบูร์, นาจ ชวาน, มุสตาฟา อัล เอไซเรจ์, มุนตาเดอร์ ซาตตาร์, โมฮัมเหม็ด เมเซอร์, อับดุลลาบบาส อายัด, มูรัด ซูเบห์, ซาเด็ค ซามิล, อามีร์ อัล อัมมารี่, โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ

บทวิเคราะห์

สถานการณ์ก่อนลงสนามของกลุ่มนี้หลังจากผ่านไปสองนัด ออสเตรเลีย นำเป็นจ่าฝูงมี 4 แต้ม ตามด้วย ไทย 3 อิรัก 2 และบาห์เรน 1 แต้ม โดยในเกมสุดท้าย หากไทยชนะก็จะลอยลำเข้ารอบทันที

ทีมชาติไทย พบ ออสเตรเลีย

ถ้าหากไทยเสมออิรัก และผลอีกคู่บาห์เรนชนะออสเตรเลีย จะทำให้ไทย บาห์เรน ออสเตรเลีย มี 4 แต้มเท่ากัน และต้องมาดูผลงานมินิลีก 3 ทีม ซึ่งทัพช้างศึกก็น่าจะผ่านเข้ารอบ เพราะนัดแรกเราถล่มบาห์เรนมาถึง 5 ลูก แต่ถ้าไทยแพ้ ก็ปิดฉากแยกย้ายกลับบ้านทางใครทางมันไปฮอลิเดย์ได้เลย

สรุปแบบง่ายๆคือ ไทยขอแค่เสมอก็ลอยลำ แต่ก็จะประมาทไม่ได้ เพราะ อิรัก อยู่ในสภาพหลังชนฝา โดยพวกเขาต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้สถานเดียว ถึงจะได้ผ่านเข้ารอบ

ทีมชาติไทย พบ ออสเตรเลีย

แน่นอนว่าไทยไม่จำเป็นต้องผลีผลามบุก เพราะสถานการณ์ถือว่าได้เปรียบ ตรงข้ามกับ อิรัก ที่ต้องการประตู อาจทำให้พวกเขาต้องเดินเกมรุกเข้าใส่ ซึ่งนั่นอาจเป็นการเปิดช่องว่างให้ทัพช้างศึกโจมตีได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยแนวรุกที่มีความคล่องแคล่วทุกคน ทั้งอานนท์, สุภโชค, ศุภณัฏฐ์ หรือเจริญศักดิ์

ด้วยสถานการณ์ถือไพ่เหนือกว่า บวกกับขวัญและกำลังใจที่เต็มเปี่ยม แถมยังมีเสียงเชียร์ของแฟนบอลในราชมังคลากีฬาสถานหนุนหลัง เชื่อว่าขุนพล “ช้างศึก” จะไม่แพ้ในเกมนี้ พร้อมกับตบเท้าเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ

สกอร์ที่คาด

ทีมชาติไทย 1-1 ทีมชาติอิรัก

111


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : “ไทย vs อิรัก” นัดชี้ชะตาเข้ารอบ !!!

>> ไทยแลนด์สู้ๆ!! เช็คผลล่าสุด ทีมชาติไทย และโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

ยิงเต็มข้อ...!!! by บับเบิ้ล : "ไทย vs อิรัก" นัดชี้ชะตาเข้ารอบ !!!

Jan 13, 2020

ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : “ไทย vs อิรัก” นัดชี้ชะตาเข้ารอบ !!!

ทีมชาติไทย, ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย, ช้างศึก, อากิระ นิชิโนะ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, ศุภชัย ใจเด็ด, บับเบิ้ล, ยิงเต็มข้อ, อิรัก

สงครามลูกหนังเอเชียระดับอายุไม่เกิน 23 ปี ‘AFC U23 Championship Thailand 2020′ กำลังเดินเข้าทางเข้าสู่รอบแรก นัดสุดท้ายแล้ว

ถึงตรงนี้ “ญี่ปุ่น” และ “จีน” เป็น 2 ชาติที่ชิงตกรอบไปก่อนใครเพื่อนหลังแพ้ 2 นัดติดต่อกันต้องเก็บของเตรียมกลับบ้านตั้งแต่ยังไม่ทันเตะนัดสุดท้ายด้วยซ้ำ

ที่เป็นประเด็นคือ “ซามูไรบูลส์” ทีมระดับแถวหน้าของเอเชียแท้ๆ แต่ดัน “แพ้รวด” ต่อทีมจาก “ตะวันออกกลาง” ทั้ง “ซาอุดิอาระเบีย” และ “ซีเรีย” ด้วยสกอร์ 1-2 ทั้ง 2 นัด

นี่ยังดีที่ ญี่ปุ่น ได้สิทธิ์เตะ “โตเกียวเกมส์” ในฐานะ “เจ้าภาพ” กีฬาโอลิมปิก 2020 อยู่แล้ว ไม่งั้นคง “วงแตก” มากกว่าที่ถูกแฟนบอลจวกยับในตอนนี้

อย่างไรก็ดี โคโซ ทาชิมะ ประธานสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (เจเอฟเอ) ต้องออกมาขอโทษ พร้อมกับเรียกทีมงานฝ่ายเทคนิคเข้ามาประเมินผลงานว่าเกิดอะไรขึ้น

สำหรับการตกรอบของ ญี่ปุ่น ส่งผลกระทบต่อการชิงตั๋วไป “โอลิมปิกเกมส์ 2020” แน่นอน แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เพราะเดิมทีเอเชียได้โควตาแค่ “3 ทีม” ไม่รวม ญี่ปุ่น อยู่แล้ว

ผลกระทบมีแค่กรณีที่ว่าหาก ญี่ปุ่น เข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายจะทำให้ทั้ง 4 ทีมในรอบรองชนะเลิศได้ตั๋วไป “โตเกียวเกมส์” ทันทีเท่านั้นเอง

แต่เมื่อ “ซามูไรบูลส์” ตกรอบไปก่อนก็เท่ากับว่าเกมชิงอันดับที่ 3 จะเป็นนัดสำคัญที่ลุ้น “ตั๋วใบสุดท้าย” ไปกีฬาโอลิมปิก

ทีมชาติไทย, ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย, ช้างศึก, อากิระ นิชิโนะ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, ศุภชัย ใจเด็ด, บับเบิ้ล, ยิงเต็มข้อ, อิรัก(Photo by Pakawich Damrongkiattisak/Getty Images)

ส่วนโอกาสของทีมชาติไทยถึงตรงนี้ยังเรียกว่า 50-50 ต้องรอลุ้นรอบแรก นัดสุดท้าย กับ “อิรัก” ในวันที่ 14 ม.ค.นี้เวลา 20.15 น.ว่าจะได้ไปต่อหรือแยกย้ายกลับบ้าน

เอาจริงๆต้องบอกว่าทีมชาติไทยทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดคิดเสียอีก จากที่หลายคนคิดว่า “ไม่รอดแน่ๆ” ตั้งแต่ก่อนเปิดสนาม แต่กลายเป็นว่าได้ลุ้นทุกนัดจนถึงนัดสุดท้ายเลยทีเดียว

อากีระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นพาทีมชาติไทยเก็บไป 3 แต้มจาก 2 นัดแรกด้วยผลงาน ชนะ 1 นัด แพ้ 1 นัด

เกมแรกกับ “บาห์เรน” เป็นนัดที่นักเตะไทยเปิดตัวได้แบบหักปากกาเซียนเลยทีเดียว ใครเลยจะเชื่อว่าที่สุดแล้วจะเดินออกสนามด้วยชัยชนะที่ถล่มทลายถึง 5-0

หลังจบเกมวันนั้น “นิชิโนะ” แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเป็นกุนซือที่ “จับทางลำบาก” ทั้งการจัดตัวผู้เล่นที่แหกโผและฟอร์มการเล่นที่เดาไม่ถูก วันที่คิดว่าต้องดีกลับไม่ดี วันที่คิดว่าไม่รอดดันเล่นดี

เกมต่อมากับ “ออสเตรเลีย” นักเตะไทยยังทำผลงานได้ดี แต่ดีไม่สุดแค่ 45 นาทีแรกเท่านั้น ท้ายที่สุดเลยต้องแพ้ไป 1-2

สรุปสถานการณ์ “กลุ่มเอ” ออสเตรเลีย นำจ่าฝูงที่ 4 แต้ม ไทย ตามมาอันดับ 2 ที่ 3 แต้ม ส่วน อิรัก อันดับ 3 มี 2 แต้ม และ บาห์เรน รั้งบ๊วยมี 1 แต้ม

แต่ทุกทีมใน “กลุ่มเอ” ยังมีโอกาสลุ้นเข้ารอบ ตามกฎคือหากแต้มเท่ากันให้ดู “เฮดทูเฮด” หรือผลการแข่งขันที่พบกันก่อน หากยังตัดสินไม่ได้ให้ดูประตูได้-เสียของทั้งกลุ่ม

ทีมชาติไทย, ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย, ช้างศึก, อากิระ นิชิโนะ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, ศุภชัย ใจเด็ด, บับเบิ้ล, ยิงเต็มข้อ, อิรัก

สำหรับทีมชาติไทยไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เอาง่ายๆคือ “ต้องไม่แพ้” เท่านั้นเข้ารอบทันที เพราะสถานการณ์ถึงตรงนี้ยังถือว่าได้เปรียบอยู่ หากจบรอบแรกด้วยการมี 4 แต้ม

ต่อให้ ออสเตรเลีย แพ้ บาห์เรน ทำให้ทั้ง ไทย ออสเตรเลีย บาห์เรน มี 4 แต้มเท่ากัน ทีมชาติไทยยังเข้ารอบเพราะมีประตูบวกอยู่ถึง 4 ประตูในตอนนี้

การถล่ม บาห์เรน 5-0 ในเกมแรกทำให้ทีมชาติไทยได้เปรียบ เพราะนัดสุดท้ายไม่ว่า บาห์เรน จะยิง ออสเตรเลีย กี่ลูกจะต้องมีทีมหนึ่งทีมใดที่ประตูได้เป็นรองไทยอยู่ดี

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือเกมที่จะต้องพบ อิรัก เท่านั้นไม่ต้องไปลุ้นคู่อื่น ขอแคเสมอจะตีตั๋วเข้าไปลุ้นต่อในรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

ถามว่าโอกาสของนักเตะไทยมีแค่ไหนคงต้องบอกว่าเป็นไปได้ทั้งหมด ฟุตบอลระดับอายุไม่เกิน 23 ปีครั้งนี้ดูแล้วมาตรฐานห่างกันไม่มาก

อิรัก เริ่มต้นด้วยการเสมอ ออสเตรเลีย แต่นัดที่ 2 ต้องเหนื่อยไล่ตามตีเสมอ บาห์เรน ดังนั้นเกมมาเจอไทยจึงเดาไม่ถูกว่าจะสภาพไหน

แต่ยี่ห้อระดับ อิรัก ที่ผลงานดีในระดับ “ยู-23” มาตลอดถือว่าประมาทไม่ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมของนักเตะทีมชาติไทยมากกว่า

ทีมชาติไทย, ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย, ช้างศึก, อากิระ นิชิโนะ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, ศุภชัย ใจเด็ด, บับเบิ้ล, ยิงเต็มข้อ, อิรัก

“นิชิโนะ” ยังต้องเช็กอาการบาดเจ็บของ 2 ตัวหลักอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ถูกเปลี่ยนตัวในนัดที่แล้วว่าไหวหรือไม่

ส่วนผู้เล่นคนอื่นไม่รู้ว่าสมบูรณ์แค่ไหน เพราะ 2 นัดแรกยึด 11 ตัวจริงชุดเดิมไม่เปลี่ยน การเตะ 3 นัดในรอบ 7 วันคงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับสภาพร่างกายนักเตะแน่ๆ

ตรงนี้เป็นการบ้านที่ “นิชิโนะ” ต้องคิดแล้วละว่าจะจัดการตัวผู้เล่นอย่างไรในนัดสุดท้าย รวมถึงเทคติกของทีมด้วยเพราะว่ากันว่า “บอลแค่เสมอมักเล่นยาก”

แต่ถึงตรงนี้ไม่มีอะไรต้องเสีย นัดตัดสินว่าจะได้ไปต่อหรือกลับบ้านต้องเทหมดหน้าตัก สู้ขาดใจ….ไทยแลนด์

“บับเบิ้ล”

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : เลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯระอุ..จริงหรือ ?

>> ยิงเต็มข้อ…!!! by บับเบิ้ล : บทสรุปบอลไทยปี 2019…ครบทุกอารมณ์ !!!

– ดูบอลสดฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่