หากจะพูดถึงโค้ชที่สร้างประวัติศาสตร์ พาทีมชาติญี่ปุ่น เอาชนะทีมชาติบราซิล 1-0 ในปี 1996 ในการแข่งขันโอลิมปิกที่สหรัฐ อเมริกาเป็นเจ้าภาพและเรียกได้ว่านั้นคือปาฎิหาริย์แห่งไมอามี่ คงหนีไม่พ้นเขาคนนี้ อากิระ นิชิโนะ ภาพจากเพจ บอลไทยอย่างเฟี้ยว อากิระ นิชิโนะ เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน ปี 1955 ปัจจุบันอายุ 64 ปี เคยคุมทีทีมชาติญี่ปุ่น ชุดยู 20 และยู 23 ในสโมสรเคยคุมทีม วิสเซล โกเบ ก่อนจะย้ายไปคุมกัมบะ โอซาก้า และสร้างประวัติศาสตร์ พาสโมสรกัมบะ โอซาก้า คว้าแชมป์ เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในปี 2008 และคว้าแชมป์ฟุตบอลจักรพรรดิญี่ปุ่น 2 สมัยติดต่อกันในปี 2008 และ 2009 แชมป์เจลีก ปี 2005 และแชมป์ลีกคัพ ใน 1999 และ 2007 และได้คุมทีม นาโกย่า แกรมปัส ในผลงานระดับชาติ นิชิโนะ ได้คุมทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ ไปลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะพาทีมเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย และพ่ายให้กับทีมชาติเบลเยียมไป 3-2 และหยุดเส้นทางของญี่ปุ่นไว้เพียงเท่านั้น ภาพจากเพจ บอลไทยอย่างเฟี้ยว ในปี 2019 ทีมชาติไทยได้ปลด โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และได้แต่งตั้ง อากิระ นิชิโนะ เข้ามาคุมทีม และเป็นโค้ชชาวญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้คุมทีมชาติไทย พร้อมกับความคาดหวังของแฟนบอลชาวไทย ที่จะเห็นทีมชาติไทยประสบความสำเร็จ และทัวร์นาเมนท์แรกของเขาก็มาถึง ซึ่งก็คือคัดฟุตบอลโลก ซึ่งนัดแรก ทีมชาติไทย พบกับ เวียดนาม และผลคือเสมอกันไป 0-0 โดยการเล่นของทีมชาติไทยดูมีการวิ่งมากขึ้น และการไล่เพรสซิ่งคู่ต่อสู้ที่ดุดัน ในแบบฉบับฟุตบอลญี่ปุ่นก็มีมากขึ้น และนัดต่อมาทีมชาติไทยได้ออกไปเยือน อินโดนีเซีย และก็ชนะไป 3-0 และผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาที่นำทีมออกไปชนะนอกบ้าน และนัดต่อมา เล่นในบ้านพบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นทัพช้างศึก ที่เอาชนะไปได้ 2-1 ด้วยกันเล่นแบบกระหายชัยชนะ ช่วยกันไล่เพรสซิ่งคู่ต่อสู้ การวิ่งแบบไม่มีหมด และมีดาวรุ่งที่แจ้งเกิดได้สำเร็จอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่ยิง 1 ประตู และจ่าย 1 ลูก ทำให้นิชิโนะได้รับคำชมเป็นอย่างมากในเกมนั้น ภาพจากเพจ บอลไทยอย่างเฟี้ยว แม้ในเกมถัดมาจะบุกไปแพ้ มาเลเซีย 2-1 และเกมที่ออกไปเยือนเวียดนามก็บุกไป เสมอ 0-0 แต่ด้วยระยะเวลาที่เขาได้เข้ามา ทำให้ยังไม่ค่อยค่อยคุ้นชินกับนักเตะไทยเท่าที่ควร แต่ถือว่าผลงานไม่ได้ขี้เหร่เลยแม้แต่น้อย แม้ในทีมชาติไทย อายุไม่เกิน 23 ปี เขาได้คุมทีมและตกรอบแรกฟุตบอลซีเกมส์ไป เพราะด้วยสภาพสนามที่นักเตะอาจเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ ทางสนามซ้อมที่เจ้าภาพจัดให้ ไม่มีมาตรฐานเท่าที่ควรและเขาก็มีเวลาไม่มากที่จะคัดสรรนักเตะไป อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตกรอบแรกซีเกมส์ แต่เป้าหมายที่แท้จริงที่วางเอาไว้คือ ฟุตบอล เอเชียน คัพ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เป้าหมายของนิชิโนะคือพาทีมชาติไทยตีตั๋วเพื่อไปเล่นโอลิมปิก ให้ได้นั้นคือเป้าหมายที่วางกันเอาไว้ ภาพจากเพจ บอลไทยอย่างเฟี้ยว ด้วยการทำทีมแบบวิ่งไม่มีหมด ไล่เพลสตั้งแต่แดนคู่ต่อสู้ การจ่ายบอลเท้าต่อเท้าที่แม่นยำ เราก็หวังว่า อากิระ นิชิโนะ จะนำฟุตบอลในแบบฉบับสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อมาประยุกต์ใช้กับทีมชาติไทย และนำทีมชาติไทยประสบความสำเร็จในเวทีระดับเอเชีย และระดับโลก เหมือนที่เขาเคยพาญี่ปุ่นประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้ ภาพหน้าปกจากเพจ บอลไทยอย่างเฟี้ยว