กระหึ่มที่สุด แกร่งที่สุด ดราม่าที่สุด และอีกหลากหลาย "ที่สุด" ของฟุตบอลไทย 2020!!

กระหึ่มที่สุด แกร่งที่สุด ดราม่าที่สุด และอีกหลากหลาย "ที่สุด" ของฟุตบอลไทย 2020!!
KiTTiSaK
31 ธ.ค. 63
407

ในโอกาสที่ปี 2020 กำลังจะผ่านพ้นไป เราได้รวบรวมบุคคลและเรื่องราวต่างๆ อันเป็น “ที่สุด” ของวงการฟุตบอลไทย เพื่อเป็นการย้อนความทรงจำตลอดปีที่ผ่านมา

กระหึ่มที่สุด : ธีราทร บุญมาทัน

ตำแหน่งนี้คงจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกเสียจาก “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทยของโยโกฮามา เอฟ มารินอส คนนี้นี่เอง เอง เอง….

แม้ฤดูกาลที่ผ่านมา มารินอสจะไม่สามารถป้องกันแชมป์เจลีกเอาไว้ได้ แต่ผลงานโดยส่วนตัวของ ธีราทร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ “ยอดเยี่ยม” ทั้งการยึดสัมปทานแบ็กซ้ายตัวจริงเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ตลอดจนผลงานในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่ง “เจ้าอุ้ม” ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสตาร์ที่ต้องจับตามอง และสามารถซัลโวประตูสุดสวยในเกมที่เจอกับ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส พร้อมกับช่วยให้ทีมทะลุเข้าถึงรอบน็อกเอาต์ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร 

จากนั้นช่วงปลายปี ธีราทร สร้างชื่อกระหึ่มอีกครั้ง เมื่อติดโผเป็น 1 ใน 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของเอเชีย ประจำปี 2020 จากการจัดของสหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFFHS) ฉะนั้นสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน คือแบ็กซ้ายฝีเท้าระดับทวีปไปเรียบร้อยแล้ว

ฉายแสงที่สุด : เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์


ในบรรดาแข้งดาวรุ่งที่ฟอร์มพุ่งระเบิดเจิดจรัส-อลังการดาวล้านดวงที่สุดในปี 2020 ต้องยกให้กับ “เท่ห์” เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกวัย 23 ปีของสมุทรปราการ ซิตี้ ซึ่ง “แจ้งเกิด” ได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี ในศึกฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือนมกราคม

ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ขุนพล “ช้างศึก ยู-23” ทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนจะไปพ่ายต่อ ซาอุดีอาระเบีย 0-1 ขณะที่ เจริญศักดิ์ ครองดาวซัลโวด้วยผลงานซัดไป 3 ประตู เท่ากับผู้เล่นชาติอื่นอีก 4 คน แต่ “เจ้าเท่ห์” มีเวลาอยู่ในสนามน้อยกว่าคนอื่นๆ จึงกลายเป็นแข้งไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าดาวซัลโวรายการนี้ไปครอง

จากนั้น เจริญศักดิ์ ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นและสม่ำเสมอให้กับต้นสังกัดอย่าง สมุทรปราการ ซิตี้ จนล่าสุดเริ่มมีข่าวออกมาแล้วว่า นี่อาจเป็นแข้งไทยรายต่อไปที่มีโอกาสถูกดึงตัวไปโกยเงินเยนในศึกเจลีกก็เป็นได้

เซ็งที่สุด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ 

ช่วงต้นปี วงการฟุตบอลไทยได้ข่าวดีเมื่อ ธีรศิลป์ แดงดา และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นอีกสองขุนพลช้างศึกที่ได้โอกาสไปค้าแข้งในศึกเจลีก สมทบกับ อุ้ม-ธีราทร และ เจ-ชนาธิป ที่ยึดตำแหน่งในมารินอส และซัปโปโร ได้ก่อนแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ออกมาถือว่าน่าผิดหวัง โดย ธีรศิลป์ ได้ลงเล่นแบบกระปริดกระปรอย รวมถึงผลงานของต้นสังกัดอย่าง ชิมิสึ เอส พัลส์ ที่ชวนให้แฟนบอลอยากกดรีโมทปิดทีวีเป็นประจำ  

แต่ที่เซ็งยิ่งกว่าและเซ็งที่สุดคือ “ตอง กวินทร์” ซึ่งไม่ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาในเกมเจลีกเลยแม้แต่วินาทีเดียว ถึงแม้ คอนซาโดเล ซัปโปโร จะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้รักษาประตูหลายครั้ง แต่กุนซือ มิไฮโล เปโตรวิช ก็จับเจ้าตองนั่งดูเพื่อนเล่นอยู่ที่ข้างสนามตลอดซีซั่น โดยให้โอกาสลงเฝ้าเสาในฟุตบอลถ้วย ลูวาน คัพ เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น และถูกปล่อยตัวออกจาก ซัปโปโร เรียบร้อยแล้วหลังหมดสัญญายืมตัวจากโอเอช ลูเวิน 

แกร่งที่สุด : บีจี ปทุม ยูไนเต็ด


คุณคงเคยเห็นพล็อตเรื่อง “หนังจีนกำลังภายใน” ที่พระเอกมักพลาดท่าให้กับตัวร้ายไปก่อน แต่หลังจากนั้น พระเอกจะแอบไปฝึกปรือวิทยายุทธ์จนแกร่งกล้า และกลับมาเอาชนะศัตรูให้คนดูได้สะใจในเวลาต่อมา

นั่นอาจเปรียบได้กับ “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาต้องร่วงตกชั้นไปอย่างปวดใจดังไฟสุมทรวงทะลวงอกฉัน และต้องไปตระเวนเที่ยวทั่วไทยในเวทีไทยลีก 2 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก่อนจะซิวแชมป์และคัมแบ็กขึ้นมาสู่ไทยลีกได้ทันทีในฤดูกาล 2020


และการรีเทิร์นสู่ลีกสูงสุดครั้งนี้ พวกเขาไม่ใช่ บีจี ทีมเดิมอีกต่อไป เพราะนี่คือ “กระต่ายสุดโหด” ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งเหลือเชื่อ โดย บีจี ปทุม ของ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน ครองแชมป์ไทยลีกเลกแรกแบบไร้พ่าย พร้อมกับคว้าตั๋วไปลุยรอบแบ่งกลุ่ม ศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอย่างยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งมีแต้มห่างจากอันดับสอง การท่าเรือ เอฟซี อยู่ถึง 10 คะแนน หากไม่มีอะไรผิดพลาดจนเกินไปนัก แชมป์ไทยลีกฤดูกาลนี้น่าจะเป็นของพวกเขา...บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

หลากอารมณ์ที่สุด : การท่าเรือ เอฟซี

แม้ในขณะนี้ ทีม “สิงห์เจ้าท่า” จะรั้งรองจ่าฝูงของตาราง และได้สิทธิเข้ารอบแบ่งกลุ่มเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าเรียบร้อยแล้ว แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ บอกเลยว่าเกิดสารพัดเรื่องราวทั้งดีและร้ายขึ้นๆลงๆประหนึ่ง "ไบโพลาร์" ในถิ่นแพท สเตเดี้ยม ตลอดปีที่ผ่านมา

เริ่มจากช่วงต้นปีกับกรณีดราม่าระหว่าง “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ กับ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ จนโค้ชโชคต้องโบกมือลาทีมไป แต่ในขณะเดียวกัน แฟนบอลท่าเรือก็ได้ตื่นเต้นกับสารพัดแข้งดังที่พาเหรดเข้ามาเสริมทีมกันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น ชาริล ชัปปุยส์, อดิศักดิ์ ไกรษร, อดิศร พรหมรักษ์, เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส ก่อนจะได้ เนลสัน โบนีญ่า และคู่แฝด ทิตาธร-ทิตาวีร์ อักษรศรี มาเพิ่มอีกในช่วงเปิดตลาดรอบพิเศษ

อย่างไรก็ดี สาวกสิงห์เจ้าท่าก็ต้องส่ายหน้าและถอนหายใจไปกับผลงานของทีม เริ่มตั้งแต่การพ่ายคาบ้านต่อ เซเรส เนกรอส จากฟิลิปปินส์ 0-1 กระเด็นตกรอบคัดเลือกแชมเปี้ยนส์ลีก แบบชอกช้ำระกำทรวง ต่อเนื่องมาจนถึงฟอร์มอันกระท่อนกระแท่นในลีก จนต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวแม่ทัพอีกครั้ง จาก “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ มาเป็น “โค้ชอู๊ด” สระราวุฒิ ตรีพันธุ์

ในระหว่างนั้น “มาดามแป้ง” ยังมีเรื่องให้ต้องกุมขมับ จากเหตุการณ์ไฟดับที่สนามแพท สเตเดี้ยม จนถูกปรับแพ้ในเกมเจอโปลิศ เทโร ก่อนที่จะมีปัญหาระบบไฟอีกครั้งก่อนเกมลงสนามเจอกับ เอสซีจี เมืองทอง จนพวกเขาต้องระหกระเหินย้ายไปใช้ ลีโอ สเตเดี้ยม เป็นรังเหย้าชั่วคราว ในช่วงแก้ปัญหาเรื่องระบบไฟสนามจนกว่าจะเรียบร้อย

แต่สุดท้าย “ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ” เพราะในช่วงปลายปี ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง โดยเฉพาะหลังจากได้ “โค้ชอู๊ด” เข้ามาคุมทัพ ท่าเรือก็กลับมาระเบิดฟอร์มได้อย่างร้อนแรง จนในที่สุดสามารถจบเลกแรกด้วยอันดับสอง ได้สิทธิไปเฉิดฉายในรอบแบ่งกลุ่มศึกเอซีแอลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 53 ปีของสโมสร 

เอาเป็นว่า ถ้าเปรียบ การท่าเรือ เอฟซี ในปี 2020 ให้เป็นอะไรสักอย่าง ก็คงเปรียบได้กับ “รถไฟเหาะตีลังกา” ยังไงยังงั้น

ดราม่าที่สุด : ศราวุฒิ มาสุข


เมื่อช่วงเดือนเมษายน มีข่าวที่ทำให้แฟนบอลไทยตกใจไปตามๆกัน นั่นคือการหายตัวไปของ “หนุ่ย” ศราวุฒิ มาสุข ฮีโร่ผู้ยิงประตูชัยให้ ทีมชาติไทย ชนะ อินโดนีเซีย 1-0 ในนัดชิงซีเกมส์ 2013

ศราวุฒิ หายตัวไปโดยไม่มีใครติดต่อได้นานกว่า 1 เดือน จนถูกต้นสังกัดอย่าง หนองบัว พิชญ ยกเลิกสัญญา ท่ามกลางข่าวลือสนั่นว่า เจ้าตัวติดหนี้พนันเป็นเงินจำนวนมาก และถูกขู่ทำร้าย จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนหายตัวไปดังกล่าว 

หลังจากเป็นข่าวคึกโครมสักพัก ศราวุฒิก็ปรากฏตัว และได้ติดต่อเข้าพบ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อยเผยสาเหตุที่หายตัวไปเป็นเพราะเครียดกับปัญหาชีวิตรุมเร้าหลายด้าน ทั้งการแยกทางกับภรรยา ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเงิน แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องพนันบอล ซึ่งก็มีทั้งแฟนบอลที่เชื่อและไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างของเจ้าหนุ่ย

ต่อมา บิ๊กอ๊อด ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ จนปัจจุบัน ศราวุฒิ ก็ได้กลับมาสู่วงการฟุตบอลที่เขารัก พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น “พูลศักดิ์ มาสุข” และค้าแข้งอยู่กับ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ในศึกไทยลีก 2

วุ่นวายที่สุด : VAR

ประเด็นเทคโนโลยี “วิดีโอช่วยตัดสิน” หรือ VAR เป็นเรื่องที่ชวนให้ถกเถียงมาตลอด โดยตอนเริ่มต้นฤดูกาล 2020 VAR ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ แต่หลังจากลีกต้องเบรกกระทันหันจากโควิด-19 ทำให้สมาคมฟุตบอลฯ มีปัญหาเรื่องเงิน และต้องการยกเลิก VAR เพื่อลดค่าใช้จ่ายจุดนี้ 

แต่หลังจากนั้นก็มีหลายกระแสตามมา จนสมาคมฯ ออกมาแถลงเป็นระยะ โดยมีทั้ง...
ยืนยันที่จะไม่ใช่ VAR
หรือ ทีมไหนอยากใช้ VAR ก็ให้ออกค่าใช้จ่ายเอง
หรือ สมาคมจะจัด VAR ให้เฉพาะแมตช์สำคัญ
จนทุกคนสับสน สรุปไม่รู้จะเอายังไงกันแน่ 

ต่อมา “มาดามแป้ง” ออกมาประกาศเปรี้ยงเลยว่า พร้อมจ่ายทันที 16 ล้านบาท เพื่อให้สมาคมนำไปใช้เรื่อง VAR ทุกคู่ทุกสนามตลอดทั้งฤดูกาล แต่ สมาคมฯ แถลงว่าไม่สามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้เรื่อง VAR ได้ เพื่อป้องกันการเกิดข้อครหาตามมาภายหลัง 

อย่างไรก็ตาม ในที่สุด ไทยลีก ก็สามารถจัดการให้มี VAR ในทุกสนามได้ในซีซั่นนี้ แต่ใช่ว่าปัญหาจะหมดไปแค่นั้น เพราะที่ผ่านมา ศึกไทยลีกบางคู่ยังเจอกรณี VAR มีปัญหาใช้ได้บ้าง-ไม่ได้บ้าง บางนัดใช้ได้ครึ่งแรก ครึ่งหลังดันเสีย แบบนี้ก็มี ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ไทยลีกและสมาคมฟุตบอลฯ ต้องนำไปแก้ไข หากต้องการยกระดับลีกลูกหนังไทยให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เหงาที่สุด : ทีมชาติไทย

จริงๆแล้ว ปี 2020 จะต้องเป็นปีที่ตื่นเต้นเร้าใจของ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยชุดใหญ่ เพราะมีทัวร์นาเมนต์ใหญ่ให้แฟนบอลได้ติดตาม โดยเฉพาะ ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสอง อีก 3 นัดที่เหลือ ซึ่งถ้าผ่านเข้ารอบได้ รับรองว่าบรรยากาศและวงการฟุตบอลไทยจะกลับมาคึกคักขึ้นเป็นทวีคูณ 

นอกจากนี้ ช่วงปลายปีก็จะมีศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ซึ่งเป็นรายการที่แฟนบอลไทยต่างรู้สึก “อิน” เป็นพิเศษ เพราะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของชาติในย่านอาเซียน

อย่างไรก็ตาม แต่ละรายการที่ว่ามาต่างโดน “โควิด-19” เสียบสกัดล้มกลิ้งไม่เป็นท่า เพราะทุกทัวร์นาเมนต์ถูกเลื่อนการแข่งขันไปหมด ทำให้ทีมชาติไทยไม่ได้ลงสนามในเกมอย่างเป็นทางการเลยในปี 2020 โดยมีเพียงเกมอุ่นเครื่องที่จัดขึ้นเอง ได้แก่ แมตช์ลับแข้งกับ นครปฐม ยูไนเต็ด เมื่อเดือนตุลาคม และเกมพิเศษที่พบกับทีม ออลสตาร์ ไทยลีก ในเดือนพฤศจิกายน เท่านั้น

หลังจากนี้ แฟนบอลไทยต้องช่วยกันภาวนาไม่ให้ทัวร์นาเมนต์ต่างๆ เลื่อนออกไปอีก ซึ่งถ้าเป็นไปตามกำหนดการใหม่ เราจะได้ตามเชียร์ขุนพลช้างศึกกันอย่างจุใจในปี 2021 ทั้งฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และศึกซูซูกิ คัพ ที่เลื่อนมาแข่งในปีนี้ รวมทั้งศึก ฟุตบอลซีเกมส์ 2021 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เวียดนาม ชาติคู่ปรับสำคัญของแข้งไทย บอกได้เลยว่าเดือดแน่ๆ 

แล้วมาตามเชียร์ “ทีมชาติไทย” ของพวกเราในปี 2021 กันต่อไป

ส่วนตรงนี้ขอกล่าวคำว่า...สวัสดีปีใหม่แฟนบอลไทยทุกท่านครับ

"111"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> 10 เหตุการณ์สำคัญแห่งวงการกีฬา ปี 2020

>> กาปฏิทินไว้เลย! เปิดโปรแกรมแข่งขัน 'ทีมชาติไทย' ชุดใหญ่-U23 ปี 2564



ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ >> คลิกที่นี่

เก็งไม่มีพลาด! ฟันธงคู่ไหนเด็ด! เจาะลึกก่อนเกมพรีเมียร์ลีก สมัครทาง SMS พิมพ์ R1 ส่งมาที่ 4238066 หรือคลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้

 

ยอดนิยมในตอนนี้