ถ้าพูดถึงเกมยุโรปที่ผมดูแล้วรู้สึกว่าความผิดพลาดเล็กๆมันทำร้ายทีมได้มากที่สุด เกมนี้แหละคือภาพชัดเจนที่สุด เกมที่หลายคนพูดถึงกันว่า strasbourg vs crystal palace และผมขอใช้ชื่อคู่นี้ทั้งในบทความและช่วงแรกแบบจัดเต็ม เพราะนี่คือเกมที่พลิกไปพลิกมาจนแฟนบอลทั้งสองฝั่งต้องกุมหัวชนิดถอนหายใจพร้อมกัน ในเกม strasbourg vs crystal palace ผมตั้งใจเปิดดูแบบเต็มสายตา เพราะอยากรู้ว่า Strasbourg ที่กำลังไต่ขึ้นมาในเวทียุโรปจะไปได้ไกลแค่ไหน และ Palace ของ Oliver Glasner ที่กำลังฟอร์มร้อนตั้งแต่ปลายตุลาคมจะรักษามาตรฐานไว้ได้ไหม สุดท้ายเกมนี้ก็กลายเป็นการปะทะที่สนุก ดุเดือด และสะท้อนปัญหาที่แท้จริงของ Palace ว่าพวกเขายังไม่คมพอในวันที่ต้องเป็นฝ่ายไล่ล่าเกม มุมมองของผมต่อครึ่งแรก: Palace ควรปิดบัญชีตั้งแต่ตอนนั้น ต้องบอกตรงๆว่า Palace เริ่มเกมได้ดีมาก จังหวะที่ Jean Philippe Mateta แทงทะลุช่องให้ Tyrick Mitchell ซัดเรียดเสียบเสาเป็นช็อตที่คมกริบ และมันควรจะเป็นประตูปลดล็อกเพื่อให้ทีมเดินเกมได้เหนือกว่าไปเรื่อยๆ แต่ปัญหาคือ พอได้แล้วดันไม่ฆ่าเกมให้จบ ช็อตที่ Mike Penders พลาดจน Ismaila Sarr ได้ยิงใส่ประตูโล่งๆ จากระยะ 30 หลา ผมนี่แทบจะลุกขึ้นเฮก่อนเวลา แต่นั่นแหละ ลูกยิงไปชนเสา คือภาพชัดว่า Palace ยังขาดความเฉียบขาดในจังหวะสุดท้าย และถ้าพลาดแบบนี้ในยุโรป มันมักจะโดนลงโทษเสมอ จุดเปลี่ยน: Strasbourg กลับมาด้วยความดุดันและความมั่นใจ Emanuel Emegha แข้งกัปตันที่กำลังจะย้ายไป Chelsea ซัดทวงคืนในนาที 53 แบบคมเหมือนคนพร้อมก้าวสู่พรีเมียร์ลีกเต็มตัว จังหวะนั้นผมรู้เลยว่าภาพเกมจะไม่เหมือนเดิม เพราะ Strasbourg เริ่มตั้งหลักได้และไม่กลัว Palace อีกต่อไป จุดที่ผมชอบคือการเติมเกมริมเส้นของ Diego Moreira ที่ทำให้แนวรับ Palace ต้องถอยพรึ่บ และการเคลื่อนที่ของ Enciso ที่ดูหิวบอลทุกจังหวะ เกมรุกของ Strasbourg มันมีความเร็วและความมุ่งมั่นมากกว่าทีมอังกฤษอย่างเห็นได้ชัด Palace มีโอกาสทองจาก Adam Wharton ที่ยิงชนคานอีกครั้ง รวมถึงจังหวะที่ Yeremy Pino หลุดไปแต่โดน Penders เซฟแบบล้างบาป แต่ในยุโรป ถ้าคุณไม่คม คุณก็ต้องโดน จนมาถึงลูกยิงฟรีคิกของ Julio Enciso ที่ชนคานก่อน Samir El Mourabet ซ้ำเข้าไป เกมนี้ผมรู้เลยว่า Strasbourg มาเอาชนะจริงจัง ไม่ได้มาเล่นแบบประคอง วิเคราะห์ภาพรวม: Strasbourg นิ่งกว่า Palace และคมกว่าในเวลาที่ต้องเป็น ถ้ามองตัวเลข Strasbourg จบเพียงไม่กี่ครั้งแต่ได้ประตูที่สำคัญ ส่วน Palace มี 16 ครั้ง ยิงชนเสา ชนคาน และพลาดประตูโล่งถึงสองครั้ง เกมนี้คือบทเรียนของการไม่ปิดเกม ในฐานะครีเอเตอร์ที่เสพบอลยุโรปบ่อย ผมขอมองว่า Strasbourg มีโครงสร้างเกมที่ชัดเจนกว่า พวกเขารู้ว่าจะให้บอลไปอยู่ที่ใครบ้าง Enciso, Moreira, Emegha จับจังหวะกันได้ดีมาก ส่วน Palace ดูเหมือนพึ่งความสามารถเฉพาะตัวมากไปหน่อยในนัดนี้ เรื่องที่หนักกว่าคือความจริงที่ Palace หล่นไปอันดับ 18 ของตารางลีกเฟสของ Conference League แล้วต้องลุ้นอีกหนักเพื่อจบ Top 8 ถ้าพลาดอีกคือจบเส้นทางยุโรปเร็วมาก ผู้เล่นที่ผมคิดว่าโดดเด่นที่สุด อันดับหนึ่งของผมคือ Ben Chilwell ที่สร้างอิมแพกต์และความแข็งแกร่งให้ Strasbourg ได้แบบเหนือความคาดหมาย นิ่ง แน่น และสร้างความมั่นใจในเกมรับ รองลงมาคือ Emegha ที่ดูพร้อมเป็นแข้ง Premier League เต็มตัว และ Enciso ที่เล่นแบบมีความเชื่อมั่นเกินตัว บทสรุปในมุมผม เกมนี้เหมือนภาพสะท้อนชัดว่า Strasbourg เข้าใจแทคติกของคู่แข่งมากกว่าและรู้ว่าจะโจมตีตรงไหน ส่วน Palace เล่นดีแต่ไม่ชัวร์ และความไม่ชัวร์นี่แหละที่ทำให้พวกเขาแพ้ รูปภาพปก 1 มาจาก Racing Club de Strasbourg Alsace :|: รูปภาพปกที่ 1 รูปภาพประกอบ 1 มาจาก Racing Club de Strasbourg Alsace :|: รูปภาพประกอบที่ 1 รูปภาพประกอบ 2 มาจาก Racing Club de Strasbourg Alsace :|: รูปภาพประกอบที่ 2 รูปภาพประกอบ 3 มาจาก Racing Club de Strasbourg Alsace :|: รูปภาพประกอบที่ 3 รูปภาพประกอบ 4 มาจาก Racing Club de Strasbourg Alsace :|: รูปภาพประกอบที่ 4 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !