‘คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก’ คำนี้ยังคงใช้ได้เสมอ มีตัวอย่างหลายต่อหลายรายแสดงให้เห็นว่า ถ้าตั้งใจทำสิ่งใดแล้ว เลือดไทยไม่เคยน้อยหน้าใคร อย่างสองพี่น้องตระกูล จุฑานุกาล โม – โมรียา กับ เม – เอรียา นักกอล์ฟสาวเยาวชนดาวรุ่งสัญชาติไทยแท้ ที่สามารถควอลิฟายเข้าสู่นักกอล์ฟอาชีพ เป็นโปรกอล์ฟด้วยวัยเพียง 18 และ 17 ปี ความสำเร็จของสองพี่น้องเรียกได้ว่า ส่วนสำคัญมาจากความรักของพ่อและแม่ เนื่องจากเห็นประกายอันโชติช่วงชัชวาลเต้นร่าอยู่ในดวงตาของลูกสาวที่มีความมุ่งมั่นต่อเส้นทางนักกีฬากอล์ฟ หลังจากพาสองเด็กหญิงไปที่ทำงาน ซึ่งเกี่ยวกับธุรกิจสนามกอล์ฟ คุณพ่อสมบูรณ์ ก็ตัดสินใจทันทีว่า จะสนับสนุนสองบุตรีอย่างถึงที่สุด แม้ต้องขายบ้านขายรถ เพื่อเป็นทุน ส่งให้ลูกได้มีโอกาสแข่งขันในสนามระดับนานาชาติก็ตาม ภาพโดย ผู้เขียน ด้วยการสนับสนุนของพ่อและแม่ และความมุ่งมั่นของเธอทั้งสองคน ทำให้สามารถคว้ารางวัลในระดับเยาวชนมามากมาย อาทิ โม รับรางวัล กริพส์ ฮีเธอร์ ฟารร์ คลาสสิค และสกอตต์ โรเบิร์ตสัน เมมโมเรียล ส่วนเม คว้ารางวัลโรเล็กซ์ เกิร์ล จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ, ยูเอส จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ และจูเนียร์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ โม บอกว่า ความสำเร็จ ณ วันนี้ มาจาก พ่อและแม่จริง ๆ “ตอนที่ไปอยู่อเมริกาเราต้องเดินทางหลายรัฐมาก ก็ได้คุณพ่อคุณแม่นี่แหละคอยดูแลเราสองคน โดยพ่อจะเป็นคนขับรถ ส่วนแม่จะดูแลเรื่องเสื้อผ้า ถ้าเราไปกันแค่สองคนไม่มีทางทำตรงนี้ได้ เพราะเราต้องใช้เวลาในการซ้อมกับแข่งเยอะ” โม (ภาพโดยผู้เขียน ในส่วนเรื่องการฝึกซ้อม โม อธิบายว่า “ทุกวันตื่นเช้าขึ้นมาเราสองคนจะออกกำลังกายด้วยการวิ่งวันละหลายกิโลเมตร พอวิ่งเสร็จก็จะไปเรียน ซึ่งทางโรงเรียนอนุญาตให้เรียนประมาณครึ่งวัน เสร็จแล้วก็จะไปซ้อมกอล์ฟเป็นหลัก ช่วงเย็นก็ฟิตเนสบ้าง มีว่ายน้ำบ้าง เพื่อช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ และความแข็งแกร่งของร่างกาย” การจะก้าวเข้าสู่ระดับอาชีพ ไม่ใช่เรื่องง่าย นักกอล์ฟรุ่นพี่บางราย ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี กว่าจะสามารถควอลิฟายผ่าน แต่ โมและเม ใช้เวลาเพียงปีเดียว “อาจจะโชคดีที่หนูได้ไปอยู่อเมริกาค่อนข้างเยอะ เป็นอะไรที่เราได้หาประสบการณ์ที่โน่นแล้วได้พัฒนาตัวเอง ได้โค้ชที่ดี และเราได้ความคุ้นเคยและชินกับที่โน่น มันก็เลยเหมือนการเตรียมตัวอย่างหนึ่งด้วย จะบอกว่าโชคดีก็ได้ที่เราไปอยู่ที่โน่นบ่อย คือ อยู่เป็นเวลานาน ๆ จนมันเคยชิน พอตอนควอลิฟาย เราก็เลยไม่ต้องไปปรับกับสภาพอากาศที่แบบเราไม่เคยชิน เพราะเราอยู่มาหลาย” โมพูดถึงเบื้องหลังความสำเร็จ เม (ภาพโดยผู้เขียน) ที่ผ่านมาสองพี่น้อง เดินทางไปหวดวงสวิงด้วยกันชนิดที่ว่าเป็นคู่ปาท่องโก๋ ซึ่งไม่ใช่เพียง 1 คู่ แต่มีถึง 2 คู่ อีก 1 คู่ ไม่ใช่ใครไหน คือ พ่อและแม่ที่ติดตามให้การช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจเสมอนั่นเอง แม้เป็นพี่น้องคลานตามกันมา แต่โมกับเมกลับมีนิสัยที่แตกต่าง โดยโมเล่าว่า “ต่างกันมาก เมเป็นคนค่อนข้างบู๊ ๆ ลุย ๆ ส่วนโมจะต้องมีแผน ต้องคิดไว้ก่อนว่า 1 2 3 จะต้องทำอะไร ชีวิตโมก็เป็นคนอย่างนี้ ไม่ใช่แค่ในสนามกอล์ฟ ทำอะไรจะคิดก่อนเสมอว่า ทำตรงนี้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นตามมา ส่วนเม ขอให้ได้ทำ ไม่สน ไปข้างหน้าแล้วเดี๋ยวไปแก้เอา” ภาพโดยผู้เขียน เกมกอล์ฟสำหรับประเทศไทยแล้ว คนส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นกีฬาของคนมีอันจะกิน ถึงกระนั้นความสำเร็จของพี่น้องโม – เม กลับประสบความสำเร็จด้วยความรัก มุมานะ มุ่งมั่น และแน่นอนกว่าจะเดินทางมาถึงขั้นนี้ ทางครอบครัวย่อมผ่านการลงทุนมามาก มีตอนหนึ่ง คุณพ่อของโมและเม กล่าวว่า “ถึงขั้นต้องขายบ้านขายรถ เพื่อสนับสนุนพวกเธอไปแข่งขัน” ด้วยความทุ่มเทของพ่อแม่ และตัวโม – เม เอง อย่างที่ต่างชาติขนานนามพวกเธอว่า Thai Sisters หวังว่า เรื่องราวของโปรกอล์ฟทั้งสอง จะเป็นแรงบันดาลใจของผู้อ่านในการก้าวไปในเส้นทางที่หวัง แล้วเจอกันใหม่