คุณผู้อ่านครับ ด้วยความที่ผมไม่ได้เป็นแฟนแมนยูมาตั้งแต่แรกคลอด ไอ้ครั้นจะเขียนบทความหลังเกมถึงก็เลยค่อนข้างจะยากอยู่สักหน่อย หนักไปทางแช่งมากกว่าเชียร์ครับบอกตรงๆ อีกประการผมก็มีความกังวลด้วยว่า เนื้อหามันจะวนเวียนซ้ำประเด็นเดิมๆไปรึเปล่า แมนยูจะมีอะไรนอกจากความยิ่งใหญ่เกรียงไกร สัญลักษณ์แห่งปีศาจสามง่ามที่ไล่ทิ่มแทงอริราชศัตรูจนมอดม้วยดับสิ้น ทว่าปัจจุบันก็ยังมีปัญหาในการสร้างทีม นักเตะขาดความพร้อมในการลงเล่น เรื่องนอกสนาม เรื่องทะเลาะกับโค้ช แผนการเล่นที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ฯลฯ สารพัดเรื่องราวที่ถ้าผมพูดถึงอีก ก็คงไม่ต่างจากเกลียวน้ำวนในโถสุขภัณฑ์ จนกระทั่งเกม UCL แมทซ์นี้มาถึง สองสัปดาห์ผ่านไปหลังการปราชัยให้บาร์เยิร์นมิวนิค ผมก็เจอเรื่องเซอร์ไพรต์เข้าอย่างจังครับ! ชักโครกกดแล้วรอมันยังสะอาดใช่ไหมครับ? แต่ทำไมแมนยูที่เล่นในบ้าน ถึงยังเป็นเหมือนตอนที่แข่งกับบาเยิร์นไม่มีผิด? เหมือนจนน่าตกใจ! อย่าหาว่าผมเอาบทความเก่ามาขายเลยครับ ไปย้อนอ่านงานเก่าผมได้แล้วคุณผู้อ่านจะพบว่า ไม่ใช่ความผิดของผม แต่เป็นแมนยูต่างหากที่ไม่พัฒนาขึ้นเลย มาครับ! ผมจะย้อนความหลังให้ฟัง ว่าบทความ "คุยหลังเกม UCL บาร์เยิร์น - แมนยู ผีฮึดสู้! พี่เสือติดประมาท" กับการแข่งขันในวันนี้ มันเหมือนกันยังไง 1. Rasmus Højlund ยิงเหมือนกัน!ผมมีโอกาสดูแมทซ์นี้แบบพากย์ไทย แล้วก็ชอบคำพูดของผู้บรรยายที่ว่า "แมนยูน่าจะค้นพบผู้เล่นหมายเลข 9 คนใหม่แล้ว" มากๆ เพราะผมเห็นด้วยทุกอย่าง แต่ละลูกที่เขายิงนั้นเฉียบคมมาก ความเร็วก็มี การหาพื้นที่ว่างก็ยอดเยี่ยม ขาดก็แค่เพื่อนที่คอยสนับสนุน ไอ้ลูกที่แกดึงจังหวะหลอกผู้เล่นกาลาฯจนถลำ แล้วตะบันยิงโล่งๆนั่นคือคลาสมาก ถึงจะล้ำหน้าแต่ด้วยความสัตย์จริงครับ ว่าผมเคยเห็นของแบบนี้แค่ในเพลย์สเตชั่นเท่านั้น ส่งมาเถอะยังไง Højlund ก็ยิงได้ ในนัดกับบาเยิร์นก็เป็นเขาที่ยิงประตูแรกในสีเสื้อปีศาจแดงได้ แล้วก็มายิงในนัดนี้อีกถึง 2 ลูก แต่น่าเสียดายครับ ที่ผลลัพธ์มันดันออกมาเหมือนกันคือทีมแพ้! 2. แมนยูยิงได้ แต่รักษาสกอร์ไว้ไม่ได้เหมือนกัน! ผมไม่แน่ใจว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับแมนยูกี่ครั้งกี่หนแล้ว ไล่มาตั้งแต่นัดที่แข่งกับอาร์เซน่อล , แข่งกับบาร์เยิร์น , ไม่แน่ใจว่ามีแมทซ์อื่นอีกรึเปล่า? คือไม่รู้ผู้เล่นแมนยูเป็นอะไร เหมือนมัวแต่ดีใจจนสมาธิหลุดไปเองทุกที โดนยิงปุ๊บ! ไม่กี่นาทีก็จะโดนคู่แข่งยิงกลับ ในบทความเก่าผมเขียนไว้ว่า เวลาทีมยิงได้โมเมนต์ตั้มหรือกระแสเกมก็มักจะมา ฝั่งที่ยิงนำมักจะอาศัยโอกาสนี้ขย่มต่อทะลวงมันให้ทะลุอย่างไม่หยุดยั้ง แล้วก็มักจะบวกสกอร์เพิ่มได้ ในขณะที่ฝั่งรับเองก็มักจะแก้ด้วยการดึงเกม ถ้าเป็นวอลเลย์บอลก็คือการขอเวลานอก ขอชาเลนจ์ หรือไม่ก็เปลี่ยนตัว เพื่อประวิงเวลาให้กระแสเกมมันซาลงก่อน แต่จนแล้วจนรอดสิ่งที่ผมเห็นหลังผ่านไป 2 สัปดาห์ ก็คือแมนยูเป็นเหมือนเดิมเป๊ะ! เคยเสียยังไงก็เสียอยู่อย่างงั้น! อิริค เทนฮาก ยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้สักที! 3. André Onana พลาดเหมือนกัน!มือประตูเสื้อเหลืองเด่นสะดุดตามากกว่าใครๆ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน André Onana ก็ใส่เสื้อตัวนี้ แล้วผมก็ยังจำท่าฝ่ามือแตกตะปบบอลไม่อยู่ของเขาได้อยู่เลย มันจะบังเอิญไปไหมครับคุณผู้อ่าน? นายประตูคนไหนที่ทำผิดซ้ำซากแล้วยังได้โอกาสอยู่บ้าง? ทุกความผิดพลาดเท่ากับเสียประตู ในแมทซ์นี้ลูกที่ Wilfried Zaha เบียดกับ Diogo Dalot แล้วกระดกบอลเข้าไป ผมก็มองว่า Onana แกออกมาไกลเกินไปนะครับ จะว่าผมอคติก็ได้ แต่ถ้าแกยืนตำแหน่งดีกว่านี้ลูกนี้แกน่าจะทัน ไหนจะลูกโดน Mauro Icardi ชิบข้ามตัวอีก นี่มันการยิงแบบเหยียดหยามชัดๆ เตะจุดโทษออกแล้วไง!? ในเมื่อลูกนี้เหนือกว่าตั้งเยอะ แล้วก็โชคดีมากนะครับที่ท้ายเกมมือกาวแคเมอรูนไม่โดนยิงครึ่งสนามเข้า หลังออกไปลุ้นทำประตูในจังหวะเตะมุมสุดท้ายแล้วไม่เจอบอล André Onana เริ่มน่าเป็นห่วงแล้วนะครับทุกคน! แมทซ์นี้เขาอาจจะพลาดเหมือน 2 สัปดาห์ก่อน แต่สัปดาห์ถัดๆไปหลังจากนี้เขาอาจจะพลาดจนกลายเป็น (All-New) Harry Maguire เลยก็ได้ 4. แมนยูใช้ตัวผู้เล่นเดิมๆ (แทบ) จะเหมือนกัน!อันนี้เราจะไปว่าเอริค เทนฮากแกก็ไม่ได้ ก็ในเมื่อตัวผู้เล่นมันเหลือให้ใช้แค่นี้ แต่ผมแค่รู้สึกเซอร์ไพรต์นิดหน่อยว่าทำไม 2 สัปดาห์ผ่านไปมันถึงวนกลับมาคล้ายเดิมได้ขนาดนี้ เอา Hannibal Mejbri ยืนหน้าต่ำ , จับ Bruno Fernandes มายืนฝั่งขวา , ฝั่งซ้ายเป็น Marcus Rashford , หน้าเป้าเป็น Rasmus Højlund ส่วนที่ต่างกันหน่อยก็มีแค่แบ็คซ้ายที่เป็น Sofyan Amrabat และตรงกลางที่ใช้ Mason Mount แทน Christian Eriksen ซึ่งสองนักเตะใหม่ก็ไม่ได้แย่เลยนะครับในมุมมองผม ผมเห็น Mason Mount ออกบอลสวยๆขึ้นไปข้างหน้าได้หลายลูกอยู่ เลี้ยงขึ้นมาเองก็ได้ ยิ่ง Sofyan Amrabat ยิ่งเด็ด บทบาทอินเวิร์ทฟูลแบ็คของแกต้องแบกรับภาระมากมาย ทั้งรุกทั้งรับทั้งวิ่งเติมเข้าไปช่วยตรงกลาง พลังงานเค้นออกมาจากกล้ามเนื้อส่วนไหนบ้างก็ไม่รู้ เทียบกับนัดบาเยิร์นที่ Christian Eriksen เล่นตรงกลางแล้ว อันนั้นถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานมาก แต่แล้วก็อีหรอบเดิมครับคุณผู้อ่าน! แมนยูเป็นอะไรก็ไม่รู้ต้นเกมทีไรเก่งทุกที! ผมอาจจะตื่นไม่ทันดูช่วงต้นเกมของครึ่งแรก แต่ต้นเกมครึ่งหลังนี่มันคาแร็กเตอร์ของซาตานชัดๆ! เคี้ยวขย้ำเป็นพายุบุแคม! เลือดสาดราดกระเซ็นราวกับกาลาตาซาลายเป็นผ้าอนามัยของสาวบริสุทธิ์! ใครดูก็รู้ว่าไม่รอดแน่ ยังไงก็โดน ทีมดังจากตุรกีคงมีแต่ต้องเอาชื่อมาฝังกลบหลุมเป็นปุ๋ยให้ยอดหญ้า ทว่าพอเวลาผ่านไป ความ "เหมือนเดิม" ก็เริ่มเบ่งบานในโอลด์แทรฟฟอร์ด แมนยูค่อยๆคลายแรงกดดันลง จนสุดท้ายก็มาเป็น André Onana ที่มาทำพลาดตามหัวข้อข้างบน จบสิ้นกระบวนความ Casemiro ถูกไล่ออก แมนยูสู้ต่อไม่ไหวแล้วก็แพ้คาบ้านไปในแบบเดิมๆ สรุปสุดท้าย ยังย้ำเหมือนเดิมครับว่าผมไม่ใช่แฟนแมนยูพันธุ์แท้ ผมก็แค่คนที่ชอบดูบอลคนหนึ่งที่เดิมผ่านมา ใครเตะผมก็ดูหมดล่ะครับแต่สิ่งที่ผมพอจะประเมินได้จากการอยู่ในวงการนักดูมานาน ก็คือทีมแบบแมนยู (ตอนนี้) ไม่มีทางได้แชมป์แน่ๆ พวกเขาขาดความสม่ำเสมอเกินไป การเหวี่ยงในฟอร์มการเล่นไม่ได้เกิดขึ้นแบบนัดต่อนัด แต่เป็นการเหวี่ยงในระหว่างนัด ต้นเกมเล่นดีหลังเกมกลายเป็นคนละคน แล้วอีหรอบนี้มันจะไปชนะใครเขาได้?! ตารางคะแนนไม่เคยโกหกใคร ในลีคอยู่ที่ 10 มี 9 คะแนน ส่วนใน UCL มี 0 คะแนนอยู่ที่สุดท้ายของกลุ่ม เอาล่ะสิ! เด็กผีคิดเห็นยังไง จะเอาที่สามลงไปแข่งยูโรป้ากับลิเวอร์พูลไหม หรือจะยอมจบเป็นทีมอันดับสุดท้าย ตัดโปรแกรมการแข่งขันเพื่อเซฟร่างกายแล้วไปแข่งเอาที่สี่ในลีคใหม่ จะได้กลับมาเล่น UCL ใหม่เหมือนเดิม.. เล่นแบบเดิม.. ทำเหมือนเดิม.. วนไปวนมาแบบเดิมๆ.. ซ้ำไม่รู้จบ..! เครดิตรูปภาพรูปหน้าปก (1) จาก FB : Manchester Unitedรูปหน้าปก (2) จาก FB : Manchester United รูปที่ 1 จาก FB : Manchester United รูปที่ 2 จาก FB : Manchester Unitedรูปที่ 3 จาก FB : Manchester Unitedรูปที่ 4 จาก FB : Manchester Unitedรูปที่ 5 จาก FB : Manchester Unitedรูปที่ 6 จาก FB : Manchester United Community ฟุตบอล ถกประเด็นร้อนฟุตบอลทุกลีก ใครตัวเต็ง ใครฟอร์มตก ต้องเคลียร์