หลังจบเกมเอซีแอล อีลีท รอบ16ทีม นัดที่สอง ที่สนามช้าง อารีนา ทีมตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย “บุรีรัมย์ ยูไนเตด” สามารถเป็นฝ่ายดวลจุดโทษชนะ เมลเบิร์น ซิตี้ ทีมคู่แข่งจากออสเตรเลีย ไป4-2 (หลังเสมอในเกม0-0) บุรีรัมย์ ยูไนเตด ได้สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบ8ทีมสุดท้าย ในศึกเอเอฟซี อีลีท เป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งคู่แข่งของพวกเขาในรอบถัดไปจะมาจากฝั่งตะวันตก (อาหรับ) ที่คับคั่งไปด้วยทีมที่มีสตาร์ดังระดับโลกจำนวนมาก อาทิ เช่น ทีมจากซาอุดิอาระเบียอย่าง อัล ฮิลาล หรือ อัล อาลี สำหรับบุรีรัมย์นั้น พวกเขาพึ่งผ่านเกมส์สุดระทึกมาในรอบ16ทีมสุดท้ายที่ต้องขับเคี่ยวกับ เมลเบิร์น ซิตี้ จนถึงฎีกา ที่เรียกได้ว่าเหมือนเป็นเกมส์ที่อะไรหลายๆอย่างดูเหมือนจะไม่เข้าทางทีมปราสาทสายฟ้าสักเท่าไหร่ เริ่มตั้งแต่เกมส์เลกแรกที่เป็นฝ่ายไปเยือนที่ออสเตรเลีย บุรีรัมย์ มาเสียลูกตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอย่างน่าเจ็บใจ ทั้งๆที่ในเกมส์นั้นสามารถเป็นฝ่ายขึ้นนำได้ก่อนและมีโอกาสที่จะฝังลูกสองอยู่เป็นระยะๆ แต่เมื่อมาโดนตีเสมอในช่วงนาทีบาป ทำให้เกมส์ที่สองที่จะลงฟาดแข้งในบ้านของบุรีรัมย์นั้น สามารถออกได้ทุกหน้า เรียกได้ว่าทีมไหนแพ้ก็ตกรอบเลยทันที ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการจุดความตื่นเต้นของคู่นี้ที่จะเกิดขึ้นที่ สนาม ช้าง อารีนา ในวันอังคารที่ 10 มีนาฯ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นใจให้กับทีมจากประเทศไทย เราได้เล่นนัดสองในบ้าน ด้วยบรรยากาศและแฟนบอล ยังไงเราก็ได้เปรียบในเกมที่สองอยู่แล้ว แต่เมื่อเกมส์เริ่มเหมือนโชคชะตาเล่นตลกกับบุรีรัมย์ เมื่อแบคซ้ายที่ฟอร์มดีอย่าง เอดูอาโด้ มานช่า มีอาการบาดเจ็บตั้งแต่ต้นเกมส์ทำให้ต้องถูกเปลี่ยนตัวออก ก่อนที่อีกประมาณ 10นาทีต่อมา โรเบิร์ต ซูลจ์ จะไปโดนใบแดงไล่ออกจากสนามอีก ทำให้บุรีรัมย์ต้องเล่นด้วยจำนวนผู้เล่นที่น้อยกว่า ตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก ไม่เพียงเท่านั้น บุรีรัมย์ ก็ต้องมาเจอกับข่าวร้ายระดับภัยพิบัติที่กระเทือนถึงทีมชาติไทย เมื่อนาทีที่25 ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา มีอาการกล้ามเนื้อกระตุกทำให้เล่นต่อไม่ไหว จึงถูกเปลี่ยนตัวออกไป ด้วยสถานการณ์ ณ เวลานั้น การเสียแนวรุกตัวอันตรายพร้อมกับการเสียแบคซ้ายที่ไว้ใจได้ และเหลือผู้เล่นในสนามแค่10คน ตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแรกของเกมส์ ทำให้บุรีรัมย์กลายเป็นรองเมลเบิร์น ซิตี้ ทุกขุม ถึงแม้ว่าจะได้เล่นในบ้านก็ตาม เกมส์ยังดำเนินต่อไป ทีมผู้มาเยือนใช้โอกาสนี้ในการเดินหน้าบุกเข้าใส่ทีมเจ้าบ้านและเป็นฝ่ายครอบครองเกมส์แบบเบ็ดเสร็จ หลายจังหวะที่น่าจะเป็นประตู แต่ก็ยังถูกปัดป้องเอาไว้โดย นีลล์ เอเธอร์ริจ นายด่านของบุรีรัมย์ ก่อนที่ในช่วงต่อเวลา ทางบุรีรัมย์ได้งัดไพ่ทุกใบออกมาใช้เพื่อต้านทีมผู้มาเยือนเอาไว้ นักเตะอย่าง รูเบน ซานเชซ หรือ แคสเปอร์ ยุงเคอร์ ต่างถูกส่งลงสนามหวังว่าเผื่อจะมีทีเด็ดที่นำมาซึ่งชัยชนะ ซึ่งการลงมาของรูเบน ซานเชซ ก็สามารถเรียกใบแดงจากทีมเมลเบิร์น ซิตี้ ได้สำเร็จในนาทีที่119 ทำให้ทั้งสองทีมเหลือตัวผู้เล่นที่เท่ากันในช่วงท้ายเกมส์ นักเตะของบุรีรัมย์ช่วยกันสกัดบอล และเล่นเกมรับอย่างมีวินัย ทำให้ตลอด120นาที เมลเบิร์น ซิตี้ ไม่สามารถพังตาข่ายของทีมเจ้าบ้านที่เหลือ10คน ตั้งแต่ครึ่งแรกได้ ทำให้ต้องไปลุ้นกันในช่วงของการยิงจุดโทษตัดสิน เนื่องจากผลสกอร์ทั้งสองนัดที่เสมอกัน (1-1 , 0-0) ก่อนที่ในท้ายที่สุดบุรีรัมย์ ยูไนเตด จะเป็นฝ่ายที่แม่นกว่าและคว้าชัยชนะเกมส์นี้ไป โดยที่ นีล เอเธอร์ริจ โชว์ความเหนียวเซฟจุดโทษของผู้เล่นเมลเบิร์นได้ถึง2ครั้ง ก่อนที่กัปตันทีมของบุรีรัมย์อย่าง แคนเนท ดูกอล จะเป็นคนยิงจุดโทษปิดเกมส์ หลังลูกยิงของดูกอลเข้าไปกระทบตาข่าย สนาม ช้าง อารีนา ต่างโห่ร้องด้วยความดีใจและความโล่งใจที่สามารถเอาชนะและฝ่าฟันเกมส์ที่ยากลำบากนี้ไปได้ ไม่เพียงเท่านั้น เกมส์นี้ยังมีเดิมพันที่สูงมากๆอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เงินรางวัล ตั๋วรอบ8ทีม รวมไปถึง ค่าสัมประสิทธิ์ของสโมสรจากประเทศไทยก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เรียกได้ว่าผลตอบแทนที่ได้มันช่างหอมหวานเสียนี่กระไร เส้นทางใน เอซีแอล อีลีท ของตัวแทนจากประเทศไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเตด ยังคงอยู่ และเราในฐานะแฟนบอลไทยก็ย่อมยินดีและภาคภูมิใจที่จะได้เห็นธงชาติไทยไปโบกสะบัดอยู่ที่ซาอุดิอาระเบียอีกครั้งหนึ่ง ท้ายที่สุดนี้ ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นทุ่มเทของทีมงาน บุรีรัมย์ ยูไนเตด และแฟนบอล ที่ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับหน้าสโมสร และไม่ว่าในรอบต่อไปพวกเขาจะต้องเจอใคร หรือผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร พวกเขาได้แสดงออกแล้วว่าพวกเขาพร้อมจะสู้ให้สมศักดิ์ศรีการเป็นตัวแทนและความภาคภูมิใจของประเทศไทยอย่างแน่นอน -กอตอ ไก่คะนอง- ภาพประกอบโดย BURIRAM UNITED : ภาพปก , ภาพที่ 1 , ภาพที่ 2 , ภาพที่ 3 , ภาพที่ 4 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !