ใครกันบ้าง? 5 แข้งค่าตัวฟรี ที่ย้ายไปทีมใหม่แล้ว ผลงานระดับเทพ

ใครกันบ้าง? 5 แข้งค่าตัวฟรี ที่ย้ายไปทีมใหม่แล้ว ผลงานระดับเทพ
085*******
6 พ.ค. 63
576
3

นักฟุตบอลชื่อดัง ที่ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว และสามารถไปสร้างผลงานให้กับทีมใหม่ได้อย่างร้อนแรง กวาดแชมป์เป็นว่าเล่น

ถ้าว่าถึงการย้ายทีม นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวงการลูกหนัง ทว่าจะมีการย้ายทีมอีกแบบหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ย้ายแบบฟรีเอเยนต์ หรือ ย้ายแบบไร้ค่าตัว

ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา การย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว หลายครั้งที่ดีลนั้นเป็นความคุ้มค่าอันยิ่ใหญ่ของทีมที่ได้นักเตะไป เพราะนอกจากจะไม่ต้องจ่ายเงินค่าตัวแล้ว นักเตะที่ย้ายยังทำผลงานยอดเยี่ยม พาทีมกวาดแชมป์อย่างมากมาย

และวันนี้เราเลยขอนำเสนอ 5 นักเตะที่ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว และสุดแสนจะคุ้มค่ากันครับ

1. อันเดรีย ปีร์โล่ (เอซี มิลาน ย้ายมา ยูเวนตุส)
เวลานั้น ปีร์โล่ เป็นจอมทัพให้ มิลาน พาทีมประสบความสำเร็จมากมาย แต่สัญญากำลังจะหมดลง ดาวเตะอิตาลี ต้องการสัญญาฉบับใหม่ 3 ปี ทว่า "ปีศาจแดงดำ" มองว่านักเตะแก่แล้ว เพราะอายุ 32 ปี แล้ว เลยอยากให้แค่ปีเดียว เจ้าตัวเลยตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์ และเมื่อฤดูกาลจบลง เขาเลยย้ายไปร่วมทีม ยูเวนตุส

แล้วเป็นไงล่ะครับ กองกลางที่คนมองว่าแก่ หมดพิษสงแล้ว ระเบิดฟอร์มการเล่นแบบสุดเฉียบขาด ยกระดับตัวเองเป็นกองกลางระดับโลกอย่างแท้จริง พาทัพ "ม้าลาย"กวาดแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา 4 สมัย และ โคปปา อิตาเลีย อีก 3 ครั้ง แถมยังซัดไป 19 ประตู กับอีก 38 แอสซิสต์ จากการลงเล่นทั้งหมด 164 นัด อีกด้วย เรียกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีก

2. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ย้ายมา บาเยิร์น มิวนิค)
ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ถือว่าเป็นกองหน้าที่มาตรฐานสูงมาก ตอนค้าแข้งอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ เจ้าตัวก็สามารถสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก มีเพียงซีซั่นแรกเท่านั้นที่ยิงได้แค่ 8 ประตู ในบุนเดสลีกา หลังจากนั้นอีก 3 ซีซั่น ไม่มีปีไหนเลยที่ เลวานดอฟสกี้ ยิงได้ต่ำกว่า 20 ประตู จนกระทั่งเจ้าตัวปล่อยสัญญาให้หมดลง เพื่อที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ และทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเยอรมัน นั่นคือ บาเยิร์น มิวนิค

การย้ายมาเล่นให้ "เสือใต้" ก็ไม่ได้ทำให้เขากดดัน หรือลดความอันตราย กลับยิ่งเพิ่มขีดความสามารถขึ้นไปอีก วัดได้จากสถิติ 230 ประตู จากการลงสนาม 275 นัด พาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา ไปแล้ว 4 สมัย และบวกกับ แชมป์ เดแอฟเบ โพคาล อีก 2 สมัย นอกจากนั้น เจ้าตัว ยังผงาดครองสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล อันดับที่ 2 ของสโมสร อีกด้วย

3. เจมส์ มิลเนอร์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ายมา ลิเวอร์พูล)
ต้องบอกว่าการได้นักเตะคนนี้มาแบบฟรีๆ ถือว่าคุ้มค่าแบบสุดๆ แล้ว เพราะ มิลเนอร์ กลายเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ของทีม ที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ทั้ง กองกลาง, แบ็กซ้าย หรือ แบ็กขวา นอกจากนี้ยังรับหน้าที่เป็นมือสังหารจุดโทษให้กับทีม ชนิดที่ว่าไม่เคยพลาด แถมยังเป็นนักเตะตัวเก๋าที่คอยถ่ายทอดประสบการณ์ให้บรรดาแข้งดาวรุ่งของ "หงส์แดง" ได้อย่างดี

แม้ว่าอายุจะเยอะแล้ว ทว่า มิลเนอร์ ยังเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของทีมเสมอ จากสถิติการลงสนามถึง 210 นัด ยิง 26 ประตู กับทำอีก 40 แอสซิสต์ แถมยังคว้าแชมป์กับทีมอย่างมากมาย ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, สโมสรโลก และ ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ และอีกหนึ่งแชมป์ที่รอคอยมานานแสนนานสำหรับแฟนบอล "หงส์แดง" นั่นคือแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่ดูแล้วไม่น่าพลาดอีกต่อไป

4. ปอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้ายมา ยูเวนตุส)
สมัยที่ ป็อกบา เป็นนักเตะเยาวชนของ "ปีศาจแดง" นั้น เจ้าตัวถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกองกลางระดับท็อปของยุโรปได้อย่างแน่นอน ทว่าการที่ยุคนั้น ขุมกำลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มไปด้วยดาวดัง ทำให้เจ้าตัว ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามเท่าไหร่ ทำให้เมื่อสัญญาหมดลง เจ้าตัวเลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับทีม และตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม ยูเวนตุส แบบฟรีๆ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2012 นั่นเอง

และการย้ายมาเล่นให้ทัพ "ม้าลาย" ที่มี อันเดรีย ปีร์โล่ คอยเป็นพี่เลี้ยง ก็ทำให้เจ้าตัวพัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นสุดยอดกลางกลางระดับท็อป ของกัลโช่ เซเรีย อา และช่วยพาทีมกวาดแชมป์ไปมากถึง 8 โทรฟี่ ตลอด 4 ปี ที่ค้าแข้งอยู่ที่นี่ ก่อนที่ ดาวเตะฝรั่งเศส จะตัดสินใจย้ายกลับมาพิสูจน์ตัวเองกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง ในปี 2016 ด้วยค่าตัวสถิติโลกเวลานั้นถึง 89 ล้านปอนด์

5. โซล แคมป์เบลล์ (ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ย้ายมา อาร์เซน่อล)
การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสุดช็อกของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีเลยทีเดียว เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า แคมป์เบลล์ ที่ค้าแข้งกับทีมมาถึง 12 ปี และเปรียบเป็นสัญลักษณ์ของ สเปอร์ส เลยก็ว่าได้ จะตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม อาร์เซน่อล ซึ่งถือว่าเป็นทีมคู่อริอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ แต่ที่เจ็บปวดกว่านั้นคือ มันเป็นการย้ายแบบฟรีๆ ไม่มีค่าตัวสักบาท

และการตัดสินใจย้ายทีมในครั้งนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าทั้ง แคมป์เบลล์ และทัพ "ปืนใหญ่" เพราะเมื่อได้ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ มาเสริมแนวรับ ก็ทำให้ อาร์เซน่อล กลายเป็นทีมที่เกมรับเหนียวแน่นแบบสุดๆ และยังทำให้ทีมกลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก แบบไร้พ่ายมาแล้ว ในซีซั่น 2003/04 ส่วนตัวนักเตะเอง ก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก มาครองได้ถึง 2 สมัย บวกกับ แชมป์เอฟเอ คัพ อีก 3 ครั้ง ด้วยกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ผีแดง-ป็อกบา...เก็บไว้มั้ย หรือ ขายทิ้งเถอะ

8 ดูโอที่คุณอาจยังไม่รู้ว่า พวกเขาเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกันมาก่อน!!

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

ยอดนิยมในตอนนี้