ถ้าพูดถึงศึกชิงพื้นที่บนหัวตารางในช่วงท้ายเดือนนี้ ผมว่าเกมที่มีสีสันที่สุดคงไม่พ้นแมตช์ที่เกี่ยวข้องกับ la liga อย่างคู่ เอลเช่ 2 2 มาดริด นัดล่าสุดนี่แหละ เพราะมันเป็นเกมที่ทำให้เห็นอะไรหลายอย่างของทีมระดับท็อป ไม่ว่าจะความนิ่ง ความกระหาย หรือแม้แต่ความเป็นมนุษย์ของนักเตะที่เรามักลืมไปว่า พวกเขาเองก็ต้องเจอวันที่เกมมันไม่ไหลลื่นเหมือนเดิม ตอนผมดูเกมนี้สดๆ รู้สึกว่ามันเป็นภาพสะท้อน la liga ในแบบที่ผมชอบ คือมันไม่ได้มีแค่ทีมใหญ่ไล่ขยี้ทีมเล็ก แต่ยืนแลกหมัดกันแบบกล้าสู้ทั้งสองฝั่ง เอลเช่ไม่ได้เล่นแบบกลัวเลย แถมยังเป็นฝ่ายออกนำถึงสองครั้งด้วยซ้ำ เปิดฉากครึ่งแรก เกมมันไหลไปมาเหมือนบอลยุโรปชั้นดี มาดริดได้โอกาสก่อนจากเอ็มบัปเป้ที่หลุดเข้าไปยิงแต่ดันซัดไปตรงมือเปญ่า ส่วนเอลเช่เองก็ไม่ได้มาเล่นแบบรอจังหวะ พวกเขามีโอกาสชัดเจนจากราฟา มีร์และอันเดร ซิลวา ที่บังคับให้กูร์กตัวส์ต้องออกแรงเซฟหลายลูก เกมมันเลยออกแนวลุ้นแทบทุกครั้งที่บอลไหลถึงพื้นที่สุดท้ายของแต่ละฝั่ง แต่ความมันจริงๆ มันเริ่มหลังพักครึ่ง เอลเช่ได้ทีออกนำก่อนจาก อาเล็กซ์ เฟบาส ที่สอดขึ้นมาเอาบอลจิ้มผ่านเสาไกลแบบคมกริบ แล้วพอเกมเริ่มเปิด มาดริดก็โหมหนักขึ้นและได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่เบลลิงแฮมโหม่งชงให้ดีน ฮุยเซนโฉบเข้ามาดีดบอลเข้าไป คิดว่าเอลเช่จะเริ่มถอยไหม เปล่าเลย พวกเขาทำในสิ่งที่ทีมเล็กใน la liga หลายทีมทำไม่ค่อยได้ นั่นคือการ “ลุยต่อ” จนมาถึงประตูนำ 2 1 จากลูกยิงของ อัลบาโร โรดริเกซ ที่วางเท้าแบบเฉียบจากนอกกรอบ พูดตรงๆ ณ ตอนนั้นผมคิดว่าวันนี้มาดริดน่าจะแพ้แล้วด้วยซ้ำ เพราะเกมรับพวกเขามีช่องให้เจอจังหวะสวนอยู่ตลอด แต่สิ่งที่สะท้อนความเป็นทีมใหญ่ก็คือ “การยืนระยะในนาทีสำคัญ” และคนที่ก้าวขึ้นมาคือเบลลิงแฮมอีกเช่นเคย เขายิงประตูสำคัญในช่วงท้ายเกมจากจังหวะที่เอ็มบัปเป้ไหลกลับมาให้ จังหวะยิงสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความเฉียบ ความหนัก และความนิ่ง เป็นประตูที่ทำให้มาดริดไม่เสียอันดับบนตาราง แถมยังเป็นลูกที่สามของเขาในสี่เกมหลังด้วย ผมว่าฟอร์มของเบลลิงแฮมใน la liga ฤดูกาลนี้คือของจริงแบบไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์ เขาไม่ได้เล่นแบบหวือหวาตลอดทั้งเกม แต่เวลาที่ทีมต้องการ เขามักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ ซึ่งนี่คือคุณสมบัติที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในผู้เล่นอายุเพียง 22 ปี ท้ายเกมเอลเช่เหลือสิบคนจากการที่วิคตอร์ ชุสท์โดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะฟาวล์เอ็มบัปเป้ แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรแล้ว เพราะมันใกล้หมดเวลาเกินกว่าที่เกมจะพลิกไปด้านใดด้านหนึ่งอีก จุดที่ผมอยากให้โฟกัสคือ “ความเป็นทีมใหญ่ไม่ได้เกิดจากการชนะทุกนัด แต่เกิดจากการเก็บแต้มในวันที่เล่นไม่ดี” และอย่างที่เห็นในเกมนี้ มาดริดยังคงหาวิธีคว้าแต้มกลับบ้านได้ ไม่ว่าจะโดนนำกี่ครั้งก็ตาม ส่วนเอลเช่เอง ผมมองว่าพวกเขาเล่นได้ดีมาก และถ้าต่อจังหวะและความมั่นใจแบบนี้ได้ยาวๆ การอยู่โซนกลางตารางหรือสูงกว่านั้นก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมเลย เกมนี้ทำให้ผมนึกถึงอีกหนึ่งเสน่ห์ของ la liga คือการที่ทีมเล็กสามารถสร้างอัปเซ็ตหรือใกล้เคียงมากๆ ได้ทุกสัปดาห์ และมันทำให้ทุกนัดมีความหมาย มีสีสัน มีจุดหักมุมอยู่เสมอ รูปภาพปก 1 มาจาก Real Madrid C.F. :|: รูปภาพปกที่ 1 รูปภาพประกอบ 1 มาจาก Real Madrid C.F. :|: รูปภาพประกอบที่ 1 รูปภาพประกอบ 2 มาจาก Real Madrid C.F. :|: รูปภาพประกอบที่ 2 รูปภาพประกอบ 3 มาจาก Real Madrid C.F. :|: รูปภาพประกอบที่ 3 รูปภาพประกอบ 4 มาจาก Real Madrid C.F. :|: รูปภาพประกอบที่ 4 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !