
ฟอร์มโหด!! 'วัลเวร์เด้' ซัดแฮตทริก พาราชันถล่มเรือใบขาดลอย 3-0

เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ กลายเป็นฮีโร่ของ เรอัล มาดริด หลังระเบิดฟอร์มทำคนเดียว 3 ประตู ช่วยให้ทีมราชันชุดขาว เปิดรัง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบขาดลอย 3-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา กุมความได้เปรียบไว้มหาศาล ก่อนมีโปรแกรมบุกไปเยือนถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ในเกมนัดที่สองคืนวันอังคารที่ 17 มีนาคมนี้
(Photo by Pierre-Philippe MARCOU / AFP)
เริ่มเกมเป็นฝั่ง "เรือใบสีฟ้า" ที่ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะสับไกของ อ็องตวน เซเมนโย่ ในกรอบเขตโทษ แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ยังปัดทิ้งไว้ได้ทัน
จากนั้นนาทีที่ 19 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นอีกครั้งจาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่ได้ยิงฮาล์ฟวอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายจากหน้ากรอบเขตโทษ ทว่าวิถีบอลยังไม่แม่นพอหลุดกรอบออกไป
อย่างไรก็ตาม นาทีถัดมากลายเป็นสาวก "ราชันชุดขาว" ที่ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อ ติโบต์ กูร์กตัวส์ วางบอลยาวจากเขตโทษตัวเองข้ามฝั่งมาทางกราบขวา เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ สปีดกวดไปแตะบอลหนี นิโก้ โอไรลี่ จนหลุดเดี่ยวเข้าไปในพื้นที่อันตราย ก่อนจะโชว์ความเหนือชั้นแตะหลบ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า แล้วส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายโล่งๆ พาทีมออกนำ 1-0
หลังจากขึ้นนำ เรอัล มาดริด ก็เครื่องเริ่มติด และมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 27 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้ข้างเท้าด้านนอกดีดบอลจากทางฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ วัลเวร์เด้ วิ่งเข้ามารับบอล ก่อนจะบรรจงยิงหักข้อด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างเฉียบคมส่งให้ เรอัล มาดริด ทิ้งห่างเป็น 2-0
เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 42 บราฮิม ดิอาซ กระดกบอลเข้ากลางให้ วัลเวร์เด้ ที่ชิงจังหวะถึงบอลก่อน มาร์ก เกฮี ก่อนจะโชว์ทักษะกระดกบอลข้ามแนวรับอย่างเหนือชั้นและตามไปวอลเลย์แบบไม่ต้องจับ ส่งบอลผ่านมือ ดอนนารุมม่า เข้าประตูไป เป็นแฮตทริกของดาวเตะทีมชาติอุรุกวัย พร้อมกับพา เรอัล มาดริด นำโด่ง 3-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลัง เรอัล มาดริด ยังทำได้ดีกว่า และเกือบจะได้ประตูเพิ่มตั้งแต่ช่วงนาทีแรก เมื่อ บราฮิม ดิอาซ ลากตะลุยมาหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะซัดด้วยขวา ดอนนารุมม่า เซฟไว้ได้แต่ยังไม่พ้นอันตราย บอลมาเข้าทาง วินิซิอุส ตามซ้ำดาบสอง ทำให้นายทวารทีมชาติอิตาลีต้องออกแรงเซฟอีกครั้ง
ราชันชุดขาวเกือบได้ประตูที่ 4 ในนาทีที่ 56 จากจังหวะที่เล่นเกมสวนกลับ วินิซิอุส หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะถูก ดอนนารุมม่า รวบขาล้มลง ผู้ตัดสินไม่ลังเลเป่าเป็นจุดโทษทันที ซึ่ง วินิซิอุส ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารเอง แต่กลับยิงไปติดเซฟของ ดอนนารุมม่า ซะอย่างนั้น
กว่าที่ แมนฯ ซิตี้ จะได้ลุ้นในครึ่งหลัง ก็ต้องรอจนถึงช่วงนาทีสุดท้ายของเกม เมื่อมาได้ลูกฟรีคิกบริเวณริมเขตโทษด้านซ้าย ทิจานี่ ไรน์เดอร์ส รับหน้าที่ปั่นบอลโค้ง แต่ยังไปตรงตัวของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ รับไว้ได้สบายมือ
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบเกม เรอัล มาดริด เปิดบ้านถล่ม แมนฯ ซิตี้ ไปอย่างขาดลอย 3-0 กุมความได้เปรียบมหาศาลก่อนจะไปตัดสินกันต่อนัดที่สองที่บ้านของทีมเรือใบสีฟ้าในสัปดาห์หน้า วันอังคารที่ 17 มีนาคมนี้
ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ มีดังนี้
- ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เสมอ อาร์เซน่อล 1-1
- โบโด กลิมท์ ชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 3-0
- ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ชนะ เชลซี 5-2
ลุ้นเป็น 10 ผู้โชคดี ที่จะได้เข้าไปอยู่ในโมเมนต์ประวัติศาสตร์ นัดชิงชนะเลิศ UEFA Champions League 2025/26 พร้อมสิทธิ์เข้า Hospitality สุดเอ็กซ์คลูซีฟในสนาม Puskás Aréna ณ ประเทศฮังการี
เพียงสมัครแพ็กเกจ TrueVisions Now ที่ร่วมรายการ ก็มีสิทธิ์ลุ้นบินลัดฟ้าชมนัดชิงฯ ที่ประเทศฮังการี รวม 10 รางวัล (1 รางวัลต่อ 1 ผู้โชคดี) พร้อมลุ้น เสื้อฟุตบอลลิขสิทธิ์แท้จาก 4 ทีมดังทุกสัปดาห์
ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม คลิก https://www.truevisions.co.th/luckydraw/uclfinal2026
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.truevisions.co.th/DREAMCOMETRUE

