ในวัย 39 ปี การที่กองหน้าคนหนึ่งยังคงยืนหยัดอยู่ในลีกระดับท็อปของยุโรปอย่าง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คือเรื่องที่ไม่ธรรมดา และสำหรับ เอดิน เชโก้ (Edin Džeko) มันคือบทสรุปที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเส้นทางอาชีพของเขา ชายผู้เป็นดั่ง "เพชรแห่งบอสเนีย" (Bosanski Dijamant) คนนี้ คือหนึ่งในกองหน้าที่สม่ำเสมอและอันตรายที่สุดในยุคของเขา แต่ชื่อของเขามักจะถูกวางไว้แถวหลังเสมอเมื่อมีการพูดถึงสุดยอดดาวยิงระดับโลก นี่คือการวิเคราะห์ถึงความสุดยอดที่ซ่อนอยู่ และเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ถูกประเมินค่าต่ำกว่าฝีเท้ามากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสมัยใหม่ นิยามใหม่ของ "กองหน้าเป้า": มากกว่าแค่ความสูงใหญ่ เมื่อมองจากรูปร่างที่สูงใหญ่ถึง 193 เซนติเมตร หลายคนอาจมองว่าเชโก้เป็นกองหน้าเป้าคลาสสิกที่รอโหม่งทำประตูอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว นั่นคือความเข้าใจที่ผิดอย่างสิ้นเชิง เชโก้คือ กองหน้าเป้าสมัยใหม่ที่ครบเครื่อง เขามีทักษะการพักบอลและเก็บบอลที่ยอดเยี่ยม, มีเทคนิคการยิงประตูที่ดีทั้งสองเท้า และมีความเข้าใจในเกมสูงที่สามารถเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างชาญฉลาด เขาไม่ใช่แค่ "เสาไฟฟ้า" ในกรอบเขตโทษ แต่เป็นศูนย์กลางของเกมรุกที่ทีมสามารถฝากบอลไว้ได้เสมอ ความสามารถในการทำประตูที่หลากหลาย ทั้งลูกโหม่ง, การยิงไกล หรือการเข้าชาร์จจ่อๆ คือเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถยืนระยะและทำประตูได้อย่างต่อเนื่องในลีกที่แตกต่างกันถึง 4 ประเทศ บทพิสูจน์ที่แท้จริง: การเป็น "แชมป์" ในทุกที่ที่ไป เส้นทางอาชีพของเชโก้คือบทพิสูจน์ของการปรับตัวและความสำเร็จที่จับต้องได้: โวล์ฟสบวร์ก: แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวด้วยการจับคู่กับ กราฟิเต้ พาทีมสร้างเทพนิยายคว้าแชมป์บุนเดสลีกา และคว้ารางวัลดาวซัลโวในฤดูกาลถัดมา เรือใบสีฟ้าแห่งเกาะอังกฤษ: แม้จะต้องตกเป็นตัวสำรองของ เซร์คิโอ อเกวโร่ บ่อยครั้ง แต่เขาก็คือ "ซูเปอร์ซับ" ผู้ทำประตูสำคัญเสมอ และแฟนบอลเรือใบจะไม่มีวันลืม ประตูตีเสมอ 2-2 ในเกมหยุดโลกกับ QPR ปี 2012 ซึ่งเป็นประตูที่สำคัญไม่แพ้ลูกยิงของอเกวโร่เลยในการคว้าแชมป์ลีกครั้งประวัติศาสตร์ โรม่า และ อินเตอร์ มิลาน: ย้ายมาอิตาลีและกลายเป็นตำนานอย่างเต็มตัว เขาคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของเซเรีย อา (Capocannoniere) และสร้างประวัติศาสตร์เป็น ผู้เล่นคนแรกที่ยิงประตูเกิน 50 ลูกได้ใน 3 จาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรป เฟเนร์บาห์เช่: แม้จะอยู่ในช่วงปลายอาชีพ เขายังคงยิงประตูได้อย่างถล่มทลายในลีกตุรกี พิสูจน์ให้เห็นว่าสัญชาตญาณดาวยิงของเขายังคงเฉียบคมไม่เปลี่ยนแปลง ปริศนาที่น่าฉงน: ทำไมถึงถูกมองข้าม? นี่คือคำถามสำคัญ แม้จะมีสถิติและถ้วยรางวัลการันตีฝีมือ แต่ทำไมชื่อของเชโก้ถึงไม่ค่อยถูกยกขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับดาวยิงร่วมรุ่นอย่าง เลวานดอฟสกี้, ซัวเรซ หรือ เบนเซม่า? อาจเป็นเพราะหลายปัจจัยรวมกัน เขาอาจไม่ได้มีสไตล์ที่หวือหวาเร้าใจ, ไม่ได้อยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงพีคที่สุด และการมาจากชาติที่เป็นรองในเวทีฟุตบอลอย่างบอสเนียฯ ก็อาจมีส่วนทำให้แสงสปอตไลท์ส่องไปถึงเขาน้อยกว่าที่ควร บทสรุป: วีรบุรุษของชาติ และมรดกที่วัดด้วยประตู ไม่ว่าใครจะประเมินค่าเขาไว้อย่างไร แต่สำหรับชาวบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เอดิน เชโก้ คือ วีรบุรุษของชาติ อย่างไม่มีข้อกังขา เขาคือดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลและผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุด เขาคือสัญลักษณ์แห่งความหวังและความภาคภูมิใจของประเทศ มรดกของ เอดิน เชโก้ อาจไม่ได้วัดกันที่แสงสีหรือเสียงชื่นชมจากสื่อกระแสหลัก แต่มันถูกวัดด้วยจำนวนประตูที่เขายิงได้ในทุกลีกที่เขาไปเยือน, ถ้วยรางวัลที่เขามีส่วนร่วม และความรักที่แฟนบอลในทุกสโมสรที่เขาเคยเล่นมอบให้ เขาคือเพชรเม็ดงามที่อาจไม่ได้ส่องประกายเจิดจ้าที่สุด แต่ความแข็งแกร่งและคุณค่าของมันนั้นเป็นของจริงเสมอ รูปหน้าปก : รูปที่1 รูปภาพที่1/2/3/4 : จากเฟสบุ๊ค Edin Džeko ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !