โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงอันดับ 3 คู่แข่งขัน: ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ วันแข่งขัน: วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2026 เวลา: 04:00 น. (เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย) สนาม: Hard Rock Stadium เมืองไมอามี การ์เดนส์ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ศึกชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 เป็นการพบกันของสองมหาอำนาจลูกหนังยุโรประหว่าง ทีมชาติฝรั่งเศส และ ทีมชาติอังกฤษ ที่ต่างพลาดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมาอย่างน่าเสียดาย โดยเกมนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายในการปิดฉากทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะและคว้าอันดับ 3 กลับบ้าน แม้จะไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่ทั้งสองทีมยังคงเต็มไปด้วยขุมกำลังระดับโลก พร้อมเปิดเกมสู้กันอย่างเต็มที่เพื่อศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของชาติ หลังฝรั่งเศสพ่ายให้สเปนในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่อังกฤษโดนอาร์เจนตินาพลิกแซงในช่วงท้ายเกม ทำให้ทั้งสองทีมต้องโคจรมาดวลกันในแมตช์ส่งท้ายฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ เกมระหว่าง ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ จึงน่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นการดวลกันของแข้งระดับซูเปอร์สตาร์แล้ว ยังเป็นการวัดแท็กติกของสองทีมชั้นนำที่ต่างมีคุณภาพทั้งเกมรุกและเกมรับ แฟนบอลทั่วโลกต่างรอชมว่าใครจะเป็นฝ่ายคว้าอันดับ 3 ของศึกฟุตบอลโลก 2026 ไปครอง พร้อมติดตามบทวิเคราะห์ ความพร้อมของทั้งสองทีม คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง สถิติการพบกัน และสกอร์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในเกมนี้อย่างครบถ้วน. ความพร้อมล่าสุดทีมชาติฝรั่งเศส ทีมชาติฝรั่งเศสภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ต้องหยุดเส้นทางลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 3 ไว้ที่รอบรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย หลังพ่ายให้กับความแข็งแกร่งของ "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน ไปด้วยสกอร์ 0-2 ในแมตช์ล่าสุดที่เอทีแอนด์ที สเตเดียม รัฐเทกซัส ความพ่ายแพ้ในนัดนั้นทำให้ทัพ "ตราไก่" ต้องหันมาโฟกัสกับการคว้าอันดับที่ 3 เพื่อเป็นรางวัลปลอบใจและรักษามาตรฐานของทีมให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโลกต่อไป สำหรับสภาพความพร้อมของทีมในเกมนัดนี้ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ มีปัญหาการจัดทัพเล็กน้อยในแนวรับ โดยในแมตช์ที่พ่ายสเปน วิลเลียม ซาลิบา เซนเตอร์แบ็กตัวเก่งได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 29 และเป็น แม็กซ็องส์ ลาครัวซ์ ที่ลงมาทำหน้าที่แทน คาดว่าซาลิบาอาจจะไม่ถูกเสี่ยงส่งลงสนามในเกมชิงอันดับที่ 3 นี้ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ทำให้ลาครัวซ์มีโอกาสสูงที่จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก อย่างไรก็ตาม ขุมกำลังในตำแหน่งอื่นๆ ยังคงอยู่กันครบครัน แดนกลางนำโดย โอเรลิแย็ง ชูอาเมนี และ อาดรีย็อง ราบิโย ที่แม้จะโดนใบเหลืองในเกมที่แล้วแต่ก็พร้อมลงสนามช่วยทีม ส่วนแนวรุกซูเปอร์สตาร์อย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีมคนสำคัญ พร้อมประสานงานร่วมกับ อุสมาน เดมเบเล่ และ แบรดลีย์ บาร์กโกลา โดยมี ไมเคิล โอลิเซ่ คอยทำเกมสร้างสรรค์โอกาส เดส์ชองส์น่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เพื่อเน้นความรัดกุมและใช้ความจัดจ้านของปีกทั้งสองข้างในการโจมตีขนาบข้างอังกฤษ คาดการณ์ 11 ตัวจริง ทีมชาติฝรั่งเศส (4-2-3-1) ผู้รักษาประตู: ไมค์ เมนญ็อง กองหลัง: ฌูลส์ กุนเด้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, แม็กซ็องส์ ลาครัวซ์, ลูว์กา ดีญ กองกลางตัวรับ: โอเรลิแย็ง ชูอาเมนี, อาดรีย็อง ราบิโย กองกลางตัวรุก / ปีก: อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิล โอลิเซ่, แบรดลีย์ บาร์กโกลา กองหน้าตัวเป้า: คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ความพร้อมล่าสุดทีมชาติอังกฤษ ทางฝั่ง "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การนำทัพของยอดกุนซือระดับโลก โธมัส ทูเคิล ก็ต้องพบกับความช้ำใจในรอบรองชนะเลิศเช่นกัน โดยพวกเขาสามารถออกนำ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา ไปก่อน 1-0 จากประตูของ แอนโทนี กอร์ดอน ในนาทีที่ 55 แต่กลับมาโดนทีเด็ดของเอนโซ เฟร์นันเดซ ในนาทีที่ 85 และประตูชัยในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90+2 ของ เลาตาโร มาร์ติเนซ พลิกแซงชนะไปอย่างเจ็บปวด 1-2 ส่งผลให้อังกฤษต้องลงมาชิงเหรียญทองแดงในแมตช์นี้ ความพร้อมของทีมชาติอังกฤษในเวลานี้ ถือว่าสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง ไม่มีปัญหานักเตะติดโทษแบนเพิ่มเติม โธมัส ทูเคิล น่าจะยังคงยึดระบบการเล่น 4-2-3-1 ที่ถนัด ผู้รักษาประตูยังคงเป็น จอร์แดน พิกฟอร์ด แผงหลังประกอบด้วย รีซ เจมส์, จอห์น สโตนส์, มาร์ค เกฮี และ ดีเจด สเปนซ์ แดนกลาง เดคลัน ไรซ์ จะจับคู่กับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน คอยตัดเกมและเชื่อมเกมจากหลังไปหน้า แนวรุกของอังกฤษถือเป็นจุดขายหลัก นำโดย จูด เบลลิงแฮม เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งที่จะยืนเป็นแกนหลักในแนวรุก ขนาบข้างด้วย แอนโทนี กอร์ดอน ที่กำลังมั่นใจจากประตูในนัดที่แล้ว และ มอร์แกน โรเจอร์ส ส่วนหน้าเป้ายังคงเป็นหน้าที่ของ แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมและดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของประเทศที่จะลงล่าตาข่ายเพื่อพาทีมคว้าชัยชนะส่งท้ายทัวร์นาเมนต์ให้ได้ ทูเคิลกระตุ้นลูกทีมอย่างหนักว่าเกมนี้คือการพิสูจน์ศักดิ์ศรีและเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตของฟุตบอลอังกฤษ คาดการณ์ 11 ตัวจริง ทีมชาติอังกฤษ (4-2-3-1) ผู้รักษาประตู: จอร์แดน พิกฟอร์ด กองหลัง: รีซ เจมส์, จอห์น สโตนส์, มาร์ค เกฮี, ดีเจด สเปนซ์ กองกลางตัวรับ: เดคลัน ไรซ์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางตัวรุก / ปีก: มอร์แกน โรเจอร์ส, จูด เบลลิงแฮม, แอนโทนี กอร์ดอน กองหน้าตัวเป้า: แฮร์รี่ เคน ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีมในฟุตบอลโลก 2026 ทีมชาติฝรั่งเศส 15 ก.ค. 2026: แพ้ สเปน 0-2 (รอบรองชนะเลิศ) 10 ก.ค. 2026: ชนะ โมร็อกโก 2-0 (รอบ 8 ทีมสุดท้าย) 05 ก.ค. 2026: ชนะ ปารากวัย 1-0 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) 01 ก.ค. 2026: ชนะ สวีเดน 3-0 (รอบ 32 ทีมสุดท้าย) 27 มิ.ย. 2026: ชนะ นอร์เวย์ 4-1 (รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย) ทีมชาติอังกฤษ 16 ก.ค. 2026: แพ้ อาร์เจนตินา 1-2 (รอบรองชนะเลิศ) 12 ก.ค. 2026: ชนะ นอร์เวย์ 2-1 (ต่อเวลาพิเศษ, รอบ 8 ทีมสุดท้าย) 06 ก.ค. 2026: ชนะ เม็กซิโก 3-2 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) 02 ก.ค. 2026: ชนะ ดีอาร์ คองโก 2-1 (รอบ 32 ทีมสุดท้าย) 28 มิ.ย. 2026: ชนะ ปานามา 2-0 (รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย) สถิติเฮดทูเฮด (Head-to-Head) การพบกัน 5 นัดหลังสุด 10 ธันวาคม 2022: ฝรั่งเศส ชนะ อังกฤษ 2-1 (ฟุตบอลโลก 2022 รอบ 8 ทีมสุดท้าย) 13 มิถุนายน 2017: ฝรั่งเศส ชนะ อังกฤษ 3-2 (กระชับมิตร) 17 พฤศจิกายน 2015: อังกฤษ ชนะ ฝรั่งเศส 2-0 (กระชับมิตร) 11 มิถุนายน 2012: ฝรั่งเศส เสมอ อังกฤษ 1-1 (ยูโร 2012 รอบแบ่งกลุ่ม) 17 พฤศจิกายน 2010: อังกฤษ แพ้ ฝรั่งเศส 1-2 (กระชับมิตร) บทวิเคราะห์รูปแบบเกม เกมนี้คาดว่าจะเปิดฉากมาด้วยความระมัดระวังของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากเป็นเกมนัดสำคัญที่มีเหรียญรางวัลเป็นเดิมพัน ฝรั่งเศสของเดส์ชองส์น่าจะใช้แท็กติกที่ถนัดคือการตั้งรับให้เหนียวแน่นในแดนตัวเอง แล้วใช้ความเร็วของปีกอย่าง อุสมาน เดมเบเล่ และ แบรดลีย์ บาร์กโกลา รวมถึงการขยับไปเล่นริมเส้นของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ในการโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลังฟูลแบ็กของอังกฤษ โดยมี โอเรลิแย็ง ชูอาเมนี คอยปัดกวาดในแดนกลางและวางบอลยาวสวนกลับเร็ว ขณะที่อังกฤษของโธมัส ทูเคิล น่าจะเป็นฝ่ายพยายามครอบครองบอลและควบคุมจังหวะเกม แดนกลางที่มี เดคลัน ไรซ์ จะเป็นหัวใจสำคัญในการทำลายเกมรุกของฝรั่งเศสตั้งแต่เนิ่นๆ ขณะที่ จูด เบลลิงแฮม จะได้รับบทบาทอิสระในการสอดขึ้นไปทำประตูในกรอบเขตโทษเพื่อสนับสนุน แฮร์รี่ เคน จุดเปลี่ยนของเกมนี้จะอยู่ที่ความละเอียดในแนวรับ การขาดหายไปของ วิลเลียม ซาลิบา อาจทำให้แผงหลังฝรั่งเศสมีช่องโหว่ ซึ่งแฮร์รี่ เคน และแอนโทนี กอร์ดอน มีความสามารถพอที่จะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้ แต่ในทางกลับกัน แนวรับของอังกฤษก็ต้องห้ามพลาดท่าให้กับความสามารถเฉพาะตัวระดับปีศาจของเอ็มบัปเป้เด็ดขาด คาดเดาสกอร์และผลการแข่งขัน นับเป็นเกมที่คาดเดาผลการแข่งขันได้ยากที่สุดคู่หนึ่งในฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ เนื่องจากทั้งสองทีมมีศักยภาพผู้เล่นที่ใกล้เคียงกันมากและต่างก็ต้องการกู้หน้าจากความผิดหวังในรอบที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความเฉียบคมในจังหวะสุดท้ายและการทำเกมรุกที่รวดเร็วของฝรั่งเศสยังดูมีมิติที่น่ากลัวกว่าเล็กน้อย ประกอบกับสถิติในอดีตที่ฝรั่งเศสมักจะมีความเก๋าเกมในนัดสำคัญชิงดำ คาดว่าเกมจะเปิดแลกกันอย่างสนุกและมีประตูเกิดขึ้นจากทั้งสองฝั่ง ก่อนที่ฝรั่งเศสจะอาศัยความเด็ดขาดเบียดเอาชนะไปได้ในท้ายที่สุด คาดเดาสกอร์: ฝรั่งเศส ชนะ อังกฤษ 2-1 (คว้าอันดับที่ 3 ฟุตบอลโลก 2026 ไปครอง) #ฟุตบอลโลก2026 #บอลโลก2026 #ฝรั่งเศสพบอังกฤษ #ทีมชาติฝรั่งเศส #ทีมชาติอังกฤษ #วิเคราะห์บอล #พรีวิวฟุตบอล #ข่าวฟุตบอล #ผลบอล #ฟุตบอลโลก เครดิตรูภาพ Facebook/Équipe de France de Football รูปปก1 รูป1 รูป4 Facebook/England football team รูปปก2 รูป2 รูป3 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี ! Football Manager26 ต้อนรับบอลโลก ลดราคาเหลือ 809 บาท (จากราคาปกติ 1,790 บาท) ฟรี! หมวกลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น