Road to Kyiv : ระเบิดความมันส์ "ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก" รอบ 8 ทีมสุดท้าย ... by "เต้ BlackPearl"

Road to Kyiv : ระเบิดความมันส์ "ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก" รอบ 8 ทีมสุดท้าย ... by "เต้ BlackPearl"
kentnitipong
17 มี.ค. 61
2.6K

เต้ BlackPearl : ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เข้ามาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายกันแล้วนะครับ ดูรายชื่อทีมที่เหลืออยู่ก็ต้องบอกว่าเป็นประเภทหัวกะทิของทวีปแทบทั้งสิ้น โดยมีทีมจากสเปนเข้ามามากที่สุด 3 ทีม รองลงมาเป็นอังกฤษ และอิตาลี ชาติละ 2 ทีม และเยอรมันหลุดเข้ามา 1 ทีม

 

 

ล่าสุดช่วงเย็นวันศุกร์ตามเวลาบ้านเรา ได้มีการจับสลากแบ่งสายออกมาแล้วเรียบร้อย โดยมีอันเดร เชฟเชนโก้ อดีตสุดยอดศูนย์หน้าของ ยูเครน ให้เกียรติมาเป็นผู้จับในครั้งนี้

ซึ่งในรอบนี้ ทีมจากชาติเดียวกันสามารถจับชนกันได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ผลการจับสลากที่ออกมาต้องบอกว่าน่าดูทุกคู่ แถมมีดรีมแมตช์จับชนกันให้ได้ร้องซี๊ดกันด้วย ว่าแล้วไปไล่ดูกันแต่ละคู่เลยดีกว่า

….

…..

บาร์เซโลน่า – โรม่า

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาบที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า พลาดท่าตกรอบยูซีแอล ด้วยน้ำมือของทีมจากอิตาลีอย่าง ยูเวนตุส ด้วยสกอร์รวมสุดชอกช้ำ 3-0 มาในปีนี้พวกเค้ายังถูกโฉลกจับมาชนทีมจากแดนมะกะโรนีอีกครั้ง

โดยคราวนี้เป็น โรม่า ที่ขวางอยู่เป็นด่านต่อไป

 

 

ย้อนกลับไปดูผลงานในรอบที่ผ่านมา บาร์ซ่า สามารถล้างอาถรรพ์เอาชนะ “สิงห์บลูส์” ได้เสียที หลังจากไม่สามารถเก็บชัยเหนือ เชลซี ได้เลยมาตั้งแต่ปี 2006 นู่น รวมทั้ง เมสซี่ เองก็ปลดล็อกยิง เชลซี ได้แล้วอีกด้วย

แม้ผลงานจะยอดเยี่ยม แต่ย้อนไปดูสถิติของผู้เล่นแล้วเหลือเชื่ออยู่เหมือนกันที่ หลุยส์ ซัวเรซ ยอดดาวยิงชาวอุรุกวัย ยังพังตาข่ายไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว แต่นั่นก็อาจจะไม่สำคัญเท่าไรนัก เมื่อยังคงประสานงานกับ ลิโอเนล เมสซี่ ได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายตรงที่ทีมจะชวดใช้งาน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เนื่องจากเคยเล่นให้ ลิเวอร์พูล มาแล้วในถ้วยนี้

ด้วยผลงานและการจับมาเจอ โรม่า ที่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทีมบิ๊กเบิ้ม ทำให้แข้ง “อาซูลกราน่า” ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งของรายการเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีลุ้นคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้

 

 

ส่วน โรม่า ที่ตกรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด ไม่น่าเชื่อว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เข้ามาเล่นรอบน็อคเอาท์ในปี 2011 พวกเค้าตกรอบด้วยน้ำมือของ ชัคตาร์ โดเนตส์ค นี่เอง ก่อนที่ในปีนี้ “หมาป่ากรุงโรม” จะมาเอาคืนได้สำเร็จ แม้ต้องลุ้นกันเหนื่อยพอสมควร

การมาถึงรอบนี้ได้ถือว่า โรม่า มาได้ไกลพอสมควร แต่การที่ต้องมาชนกับยอดทีมจากสเปน ทำให้บริษัทรับพนันถูกกฏหมายยกให้ “หมาป่าเหลืองแดง” เป็นเต็งบ๊วยร่วมกับ เซบีย่า ไปซะแล้ว

ต้องยอมรับว่า โรม่า ศักยภาพเป็นรองแทบทุกด้าน อย่างไรก็ตามฟุตบอลวัดกันบนสนามหญ้า หาใช่หน้ากระดาษ คงต้องรอดูว่า ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ จะมีไม้เด็ดอะไรมาสู้กับเจ้าบุญทุ่มได้บ้าง

– สถิติผู้เล่น –
บาร์เซโลน่า
ลงสนามมากที่สุด : หลุยส์ ซัวเรส (8 นัด / 704 นาที)
ดาวซัลโว : ลีโอเนล เมสซี่ (6 ประตู)
แอสซิสต์ : หลุยส์ ซัวเรส (3 ครั้ง)

โรม่า
ลงสนามมากที่สุด : อลิสสัน, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ (8 นัด / 720 นาที)
ดาวซัลโว : เอดิน เชโก้ (4 ประตู)
แอสซิสต์ : อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เอดิน เชโก้ (2 ครั้ง)

 

***********

 

เซบีย่า – บาเยิร์น มิวนิค

เซบีย่า หักปากกาเซียน เมื่อสามารถบุกไปเขี่ย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร่วงตกรอบถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด จาก 2 ประตูของ วิสซาม เบน เยดแดร์ ศูนย์หน้าซูเปอร์ซับ ที่ล่าสุด ดิดีเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสยังอดใจไม่ไหว เรียกตัวไปติดธงเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงต้องยกความดีความชอบให้แก่ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า เฮดโค้ชชาวอิตาเลียนที่วางแผนได้ดีเกินคาด (หรือ มูรินโญ่ วางแผนไม่ดีเอง ?)

 

 

แม้จะล้ม “ปีศาจแดง” ได้ แต่การโคจรมาเจอกับ “เสือใต้” นั้น ทำให้บริษัทรับพนันยังไม่เชื่อมั่นในพวกเค้ามากนัก พร้อมออกอัตราเป็นทีมเต็งบ๊วยของรายการร่วมกับ โรม่า มองดูขุมกำลังของทีมถือว่า เซบีย่า ไม่ได้มีผู้เล่นเกรดเอให้ใช้มากนัก อาศัยการเล่นเป็นทีม และความสามารถเฉพาะตัวที่ดี แต่ยังขาดในเรื่องของความคม ซึ่งแน่นอนว่าการเจอกับพี่เสือนั้น โอกาสยิงคงไม่ได้มีเยอะเหมือนเกมเจอ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแน่

 

 

ด้าน บาเยิร์น มิวนิค ตัวเต็งของรายการ ผ่านรอบที่ผ่านมาได้ไม่ยากเย็นนัก เมื่อจัดการถล่ม เบซิคตัส ด้วยสกอร์รวมมโหฬาร 9-1

สถานการณ์ล่าสุดถือว่าทีมยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์ ซึ่งชั่งนำ้หนักดูแล้ว รายการยูซีแอลน่าจะเป็นรายการที่ยากที่สุด และทีมมุ่งมั่นหวังคว้าแชมป์มาครองมากที่สุด ด้วยการที่ใน บุนเดสลีกา น่าจะปิดจ็อบได้อย่างไม่มีปัญหา รวมทั้งตัวผู้เล่นหลายรายทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่ ต่างอยู่ในฟอร์มที่กำลังมั่นใจ กลัวใจว่า เซบีย่า อาจจะโดนพี่เสือขย้ำเล่นอย่างสนุก…

โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเอามาต้มกินเหมือน “เสือดำ” ของบางประเทศ (เกี่ยวกันมั้ย !)

– สถิติผู้เล่น –
เซบีย่า
ลงสนามมากที่สุด : เซคิโอ ริโก้, เซคิโอ เอสกูเดโร่ (10 นัด / 900 นาที)
ดาวซัลโว : วิสซาม เบน เยดแดร์ (10 ประตู / 2 ประตูยิงในรอบเพลย์ออฟ)
แอสซิสต์ : ฆัวกิน คอร์เรอา(4 ครั้ง)

บาเยิร์น มิวนิค
ลงสนามมากที่สุด : สเวน อูลไรช์ (7 นัด / 630 นาที)
ดาวซัลโว : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (5 ประตู)
แอสซิสต์ : โจชัว คิมมิช (3 ครั้ง)

 

***********

 

ยูเวนตุส – เรอัล มาดริด

คู่ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ที่ถือเป็นการรีแมตช์ของรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่จบลงด้วยชัยชนะของ เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 4-1 มาในปีนี้ทั้งคู่ยังคงหนีกันไม่พ้น ได้มาแก้มือกันอีกครั้งตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

 

ยูเวนตุส ปีนี้ก็ยังคงเป็นทีมเดิมที่น่ากลัว แถมยังลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์เช่นเดียวกับหลายทีมใหญ่ของลีกต่างๆ ใน กัลโช่ เซเรีย อา ล่าสุดก็กลับมายึดจ่าฝูงได้อีกครั้ง หลังจากปล่อยให้ นาโปลี ยึดครองอยู่หลายสัปดาห์ ส่วนในถ้วยยุโรป ถือว่ายังมีของ รอบที่แล้วแม้นัดแรกจะได้แค่เจ๊า สเปอร์ส ในบ้าน 2-2 แถมการไปเยือนยังถูกยิงนำไปก่อน แต่ด้วยความเก๋าเกมพวกเค้ายิงแซงก่อนบุกไปชนะถึงลอนดอน 2-1 ผ่านเข้ารอบมาแบบไม่คาดคิด

อย่างไรก็ตามเจ้าม้าลายกลับถูกยกให้เป็นเพียงทีมเต็ง 5 รองจากคู่ปรับอย่าง “ราชันชุดขาว” ซะอีก

 

 

ด้าน เรอัล มาดริด ผลงานปีนี้สวนทางกับ ยูเวนตุส โดยสิ้นเชิง… ใน ลา ลีกา สเปน คู่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ขุนพล โลส บลังโกส หมดลุ้นแชมป์ไปอย่างรวดเร็วเป็นที่แน่นอนแล้ว โดยตามหลัง บาร์เซโลน่า ถึง 15 คะแนน

อย่างไรก็ตามในถ้วยยุโรป ดีกรีแชมป์เก่า 12 สมัย ยังคงน่าเกรงขาม พวกเค้าสอนเชิง เปแอสเช  ทีมใหญ่ฝึกหัด โดยเก็บชัยรวดทั้งเหย้า-เยือน ด้วยสกอร์รวม ส่ง 5-2 ผ่านเข้ามาสู่เส้นทางการป้องกันแชมป์อีกสมัยได้สำเร็จ

ในขณะนี้ ราชันชุดชาว ถูกยกให้เป็นเต็ง 4 ของรายการ แน่นอนว่าการเจอ “เบียงโคเนรี่” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นงานหนักของพวกเค้าแน่นอน แต่ตราบใดที่ยังมีชายที่ชื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่นำเป็นดาวซัลโว 12 ประตูในขณะนี้ลงสนาม เรอัล มาดริด ก็ยังคงเป็นทีมที่น่ากลัวอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

– สถิติลงสนาม –
ยูเวนตุส

ลงสนามมากที่สุด : อเล็ก ซานโดร (8 นัด / 720 นาที)
ดาวซัลโว : กอนซาโล่ อิกวาอิน (5 ประตู)
แอสซิสต์ : ซามี่ เคดิร่า (2 ครั้ง)

เรอัล มาดริด
ลงสนามมากที่สุด : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (8 นัด / 720 นาที)
ดาวซัลโว : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (12 ประตู)
แอสซิสต์ : คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แกเร็ธ เบล (2 ครั้ง)

 

***********

 

ลิเวอร์พูล – แมนเชสเตอร์ ซิตี้

คู่อภิมหาบิ๊กแมตช์ถล่มเกาะสหราชอาณาจักร เกิดขึ้นเมื่อ 2 ทีมตัว แทนจากอังกฤษที่เหลืออยู่ในถ้วยนี้ กลับต้องมาห้ำหั่นกันเองตั้งแต่รอบนี้ อีกมุมหนึ่งก็ถือว่าน่าเสียดาย อีกมุมก็ถือว่าศึกครั้งนี้มันหยดติ๋งแน่ โดยปีนี้หวดกันไปแล้ว 2 รอบ ปรากฎว่านัดแรก “เรือใบสีฟ้า” เปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูล ไปถึง 5-0

 

 

แต่ “หงส์แดง” มาแก้ตัวในแอนฟิลด์เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ไปได้บ้าง 4-3 รวมผล 2 นัดก็ถือว่า ซิตี้ ยังดีกว่า แต่นั่นคือการแข่งขันในลีกที่เตะกันคนละช่วงเวลา การเจอกันในถ้วยนี้ต่างหากที่จะวัดว่าใครยอดเยี่ยมกว่ากัน

สำหรับผลงานของลิเวอร์พูล หลังจากหายหน้าจากถ้วยนี้ไป 2 ปีในยูซีแอล ปีนี้ ลิเวอร์พูล เริ่มสตาร์ทตั้งแต่รอบเพลย์ออฟ ก่อนทำผลงานในรอบแบ่งกลุ่มได้ดีเยี่ยม กระทั่งผ่านเข้ามาเจอกับ ปอร์โต้ ที่ต้องบอกว่าการบุกไปถล่มทีมจากแดนฝอยทองถึง 5-0 คือตัวชี้วัดการเข้ารอบอย่างแท้จริง เกมรุกยามที่ ซาลาห์, มาเน่, ฟีร์มีโน่ ลงพร้อมกัน หากวันไหนท็อปฟอร์ม ก็ถือได้ว่าเป็นนรกของทีมคู่ต่อสู้ แต่แนวรับของทียังมีช่องโหว่อยู่ เป็นการบ้านของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ยังแก้ไม่ตกเสียที

 

 

ด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงอยู่ในเส้นทางการลุ้นทริปเปิลแชมป์ โดยตอนนี้การันตีถ้วยคาราบาว คัพ เข้าตู้โชว์ไปแล้วหนึ่งถ้วย และน่าจะเป็นดับเบิลแชมป์ได้ไม่ยาก เมื่อสถานการณ์ในพรีเมียร์ลีก ค่อนข้างลอยตัว เหลือเพียง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยังต้องสู้กันต่อ ในรอบแบ่งกลุ่มพวกเค้าทำผลงานได้สมเป็นทีมเต็ง ก่อนโชคดีจับสลากมาเจอ บาเซิ่ล ทีมจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่ศักยภาพห่างกันเยอะ ทำให้เรือใบสีฟ้าแล่นฉิว ผ่านมาได้แบบไม่ยากเย็นนัก ขุมกำลังของทีมค่อนข้างลงตัวทั้งเกมรุก-รับ ต้องให้เครดิตแก่ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ไปเต็มๆ

แต่ทีมชุดนี้จะดีพอเหมือนตอนที่เค้าพา บาร์เซโลน่า ยิ่งใหญ่เหมือนเมื่อหลายปีก่อนหรือไม่ ลิเวอร์พูล ถือเป็นบอสด่านแรกที่รอพวกเค้าอยู่…

 

 

– สถิติผู้เล่น –
ลิเวอร์พูล
ลงสนามมากที่สุด : โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (10 นัด / 811 นาที)
ดาวซัลโว : โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (8 ประตู / 2 ประตูยิงในรอบเพลย์ออฟ)
แอสซิสต์ : เจมส์ มิลเนอร์ (6 ครั้ง)

แมนฯซิตี้
ลงสนามมากที่สุด : เอแดร์สัน (7 นัด / 630 นาที)
ดาวซัลโว : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เซร์คิโอ อเกวโร่ (4 ประตู)
แอสซิสต์ : เควิน เดอ บรอยน์ (4 ครั้ง)

 

“เต้ BlackPearl”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้