inter miami vs palmeiras ขึ้นชื่อว่าสองทีมนี้โฟกัสของแฟนบอลน่าจะไปอยู่ที่ทีมแรกมากกว่า ศูนย์รวมนักเตะดังวัยชราบวกกับพุทธคุณของเจ้าของทีมนามว่า เดวิด เบ็คแฮม ยังไงซะก็ยังสามารถเรียกความสนใจของแฟนบอลได้อยู่ และยังทำให้ศึกชิงแชมป์สโมสรโลกหนนี้ดูน่าสนใจมากขึ้น ยอมรับตามตรงครับว่าถ้าไม่ใช่ Inter miami ผมคงไม่ดูเกมแม็ทซ์นี้หรอก คำว่า Palmeiras ห่างไกลจากองค์ความรู้ของผมมาก มีเพียงแค่ความคุ้น ๆ แบบห่าง ๆ เพราะฉะนั้นอย่าถามหาความเป็นกลางจากบทความนี้เลยครับ เขียนแบบเอียงสุด ๆ เขียนเชียร์ เมสซี่ กับ หลุยส์ ซัวเรส ล้วน ๆ ฮ่า ๆ 1. ภาพรวมของเกมนี้ ต้องยอมรับว่าเมื่อดูจากสถิติแล้วโอกาสในการยิงหรือเข้าทำของ Inter miami ดูจะน่าเกลียดกว่ามาก พวกเขายิงน้อยสร้างโอกาสก็น้อย แต่มาได้ลูกทะลุทะลวงหลุดกระชากครึ่งสนามของ Tadeo Allende ที่ทำให้พวกเขาชิงความได้เปรียบไปก่อนได้ มิหนำซ้ำยังมาได้ความเหนือชั้นลูกชงเองกินเองอันเป็นเครื่องหมายการค้าของ Luis Suárez ทำให้สกอร์นำเป็น 2 - 0 แต่ทว่าพอเล่น ๆ ไป อาการล้าเริ่มมาชัดเจน การเปลี่ยนตัวของเฮดโค้ช Mascherano อาจทำให้เหนื่อยสะสมส่งผลให้แนวรับอ่อนแอลง และ Palmeiras แสดงคุณสมบัตินักสู้จนไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ไล่ตี 2 - 2 จาก Paulinho (นาที 80) และ Mauricio (นาที 87) จังหวะนาทีสุดท้ายเกือบพลิกแซงได้ด้วยซ้ำ ให้ตายสิ! สังขารไม่ใช่เรื่องล้อกันเล่นเลยนะครับ 2. Luis Suárez ในวัย 28 กระรัต! วันนี้ข้อมูลจาก Si Player Rating ยกให้เขาเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของทีม คว้าตำแหน่ง "ผู้ชายแห่งเกม" หรือ Man of the math ไปเลย ด้วยผลงาน ยิง 1 จ่าย 1 เรียกได้ว่าสวยทั้งลูกส่งและลูกยิง ตัดลูกยิงทิ้งไปเพราะผมเห็นแกทำได้บ่อย ๆ เมื่อตอนหนุ่ม ๆ อยู่แล้ว ผมขอชมลูกพักอกแอสซิสต์จากครึ่งสนามมากกว่า ลูกนี้ต้องบอกเลยว่ามาจากประสบการณ์ล้วน ๆ สมองฟุตบอลบวกกับการคิดข้ามช็อตอันเหมาะเหมง สอดรับกันพอดีเป๊ะระหว่างไลน์การวิ่งของเพื่อน โดยสรุปแล้วแม้จะอายุ 38 ปีแต่เขายังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในเกมรุกของทีม เป็นหัวใจสำคัญทั้งจังหวะ "ตัวตั้ง" และ "จบสกอร์" 3. ผลเสมอกลับสร้างผลเสีย ด้วยความที่สองทีมนี้ Inter miami กับ Palmeiras ต่างก็เข้ารอบไปแล้วกันทั้งคู่ แม็ทซ์นี้จึงเป็นการแข่งเพื่อแย่งแชมป์กลุ่มมากกว่า และเมื่อผลจบลงที่ 2 - 2 นั่นทำให้ Inter miami แพ้ลูกได้เสียกลายเป็นทีมอันดับสองไป ในรอบต่อไปพวกเขาจึงต้องไปพบกับโคตรทีมอย่าง PSG สโมสรฟุตบอลที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในยุโรป ผลงานตบอินเตอร์มิลาน 5 -0 ในรอบชิง UCL ยังติดตาตรึงใจ บอกได้คำเดียวว่า "จะเอาอะไรไปสู้" ตัดภาพไปดูฝั่ง Palmeiras ที่เป็นทีมอันดับ 1 ของกลุ่ม พวกเขาต้องไปเจอ Botafogo ซึ่งถือว่างานง่ายกว่ามาก ๆ Botafogo คือใครเป็นทีมจากลีกไหนผมยังไม่รู้จักเลย บรรลัยเลยครับ! นำเขาก่อนตั้ง 2 - 0 แทนที่จะปิดเกมให้ได้ Inter miami ไม่น่าแผ่วปลายเลยจริง ๆ 4. Messi กับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ในเกมนี้ Messi ยังเป็นผู้นำในแนวรุก มีทั้งลูกยิงและลูกเปิดสุดสวยที่เกือบเข้า แต่ก็รับใบเหลืองในครึ่งแรกไปทำให้เจ้าตัวเล่นยาก ฟอร์มของเขาจึงไม่ค่อยเฉิดฉายเท่าไหร่ เกิดพลาดท่าโดนเหลืองสะสมไปจะอดเล่นในเกมรอบ Knockout ซึ่งเป็นการดวลกับทีมเก่าอย่าง PSG ซะด้วย การจัดการและถนอมตัว Messi จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากขาดเขาไปหมากหรือกลยุทธ์ที่ Mascherano จะนำมาใช้จะต้องถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจจะไม่ทันการณ์แล้วก็เป็นได้ สรุปสุดท้าย Inter Miami ถือว่าทำได้ตามเป้าคือเข้าสู่รอบ 16 ทีม แต่พลาดโอกาสคว้าชัยในเกมสุดท้าย เลยกลายเป็นต้องเจอทีมแกร่งอย่าง PSG แต่ผู้เล่นอย่าง Messi และ Suárez ก็ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ เป็นอาวุธไม้ตายที่แม้จะแก่สนิมเขรอะ แต่ก็พอจะสร้างแผลบาดทะยักให้คู่แข่งไปตายที่โรงพยาบาลได้ ในทัวร์นาเมนต์นี้พวกเขาจึงยังมีโอกาสในการลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ต่อไป แม้จะยากแบบยากมาก ๆ ที่จะคว้าแชมป์ได้ก็ตามทีครับ เครดิตรูปภาพ ภาพหน้าปก จาก FB : Inter Miami CF รูปที่ 1 จาก FB : Inter Miami CF รูปที่ 2 จาก FB : Inter Miami CF รูปที่ 3 จาก FB : Inter Miami CF รูปที่ 4 จาก FB : Inter Miami CF ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !