รีเซต
เปิดสเปก TGR Haas VF-26 รถแข่ง F1 2026 ยุคไฮบริด 50/50 มีอะไรใหม่ภายใต้บอดี้ Toyota

เปิดสเปก TGR Haas VF-26 รถแข่ง F1 2026 ยุคไฮบริด 50/50 มีอะไรใหม่ภายใต้บอดี้ Toyota

เปิดสเปก TGR Haas VF-26 รถแข่ง F1 2026 ยุคไฮบริด 50/50 มีอะไรใหม่ภายใต้บอดี้ Toyota
WeenayA
20 มกราคม 2569 ( 10:44 )
27

      ทีม HAAS F1 ได้เปิดตัวรถใหม่ในชื่อรุ่น VF-26 ในฤดูกาล 2026 พร้อมชื่อทีม TGR Haas F1 Team TGR รถแข่ง F1 ปี 2026 ที่สร้างเสียงฮือฮาด้วยการผนึกกำลังระหว่าง Haas F1 Team และ TOYOTA GAZOO Racing ภายใต้กฎกติกาใหม่ที่พลิกโฉมวงการสำหรับสเปก TGR Haas VF-26 ว่ามีเทคโนโลยีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้บอดี้ที่ได้รับ DNA จาก Toyota วันนี้ TrueID Sport นำมาฝากคุณแล้ว

เปิดสเปก TGR Haas VF-26 รถแข่ง F1 2026
ยุคไฮบริด 50/50 มีอะไรใหม่ภายใต้บอดี้ Toyota

การออกแบบตัวรถ และ ขุมพลังเครื่องยนต์ ของรถ VF-26 ภายใต้กฎระเบียบใหม่ปี 2026 มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1.การออกแบบตัวรถ

     กฎปี 2026 มุ่งเน้นไปที่คอนเซปต์ Nimble Car หรือรถที่เน้นความคล่องตัว ซึ่ง Haas VF-26 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ

  • ขนาดรถที่เล็กลง : ฐานล้อถูกปรับให้สั้นลงจากเดิม 3,600 มม. เหลือ 3,400 มม.  ความกว้างของตัวรถลดลงจาก 2,000 มม. เหลือ 1,900 มม.
  • น้ำหนักเบาขึ้น: กฎใหม่ตั้งเป้าลดน้ำหนักรถลง 30 กิโลกรัม เพื่อให้รถตอบสนองได้ไวขึ้น  ระบบแอโรไดนามิกแบบ Active (Active Aerodynamics) มีปีกหน้า และปีกหลังที่สามารถปรับองศาได้ในขณะวิ่ง (คล้าย DRS ที่ใช้ได้กว้างขวางขึ้น) เพื่อลดแรงต้าน (Drag) ในทางตรง และเพิ่มแรงกด (Downforce) ในทางโค้ง
  • ดีไซน์พื้นที่ใต้ท้องรถ: มีการปรับปรุงพื้นรถให้แบนขึ้นและลดการพึ่งพาเอฟเฟกต์แรงดูดใต้ท้องรถ (Venturi tunnels) แบบสุดโต่ง เพื่อลดอาการรถกระเด้ง (Porpoising)
  • ยางและล้อ: แม้จะยังใช้ล้อขอบ 18 นิ้วเหมือนเดิม แต่ความกว้างของยางหน้าลดลง 25 มม. และยางหลังลดลง 30 มม. เพื่อลดแรงเสียดทานและน้ำหนัก

2.ขุมพลังเครื่องยนต์ (Power Unit & Fuel)

     เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของ F1 โดยเครื่องยนต์ของ Haas (ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Ferrari) มีคุณสมบัติดังนี้

  • สัดส่วนกำลัง 50/50:  เครื่องยนต์สันดาปภายใน (V6 Turbo) จะถูกลดกำลังขับลงจากเดิมที่เคยทำได้สูงถึง 550-560 kW เหลือประมาณ 400 kW (ประมาณ 535 แรงม้า) ในขณะที่ระบบไฟฟ้า (Battery/MGU-K) จะถูกอัปเกรดให้ผลิตกำลังได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 350 kW (ประมาณ 470 แรงม้า) จากเดิมที่ทำได้เพียง 120 kW
  • การตัดระบบ MGU-H ออก: จะไม่มีระบบดึงพลังงานความร้อนจากไอเสีย (MGU-H) อีกต่อไป เพื่อลดความซับซ้อนและลดต้นทุนในการผลิตเครื่องยนต์
  • น้ำมันเชื้อเพลิงยั่งยืน 100%  :  เครื่องยนต์รุ่นนี้จะใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล แต่สังเคราะห์มาจากขยะชีวภาพหรือการดักจับคาร์บอนในอากาศ ซึ่งต้องให้ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับน้ำมันเบนซินความเร็วสูงเดิม
  • Manual Override Mode: มีการเพิ่มโหมดการใช้พลังงานไฟฟ้าเสริม เพื่อช่วยในการแซง โดยนักแข่งสามารถกดใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ในจุดที่กำหนดเพื่อสร้างความได้เปรียบ

บทบาทของ Toyota (TGR) ในการออกแบบ

     แม้ Haas จะยังใช้เครื่องยนต์จาก Ferrari แต่การเข้ามาของ TOYOTA GAZOO Racing มีผลอย่างมากในด้านเทคนิค

  • การใช้ Wind Tunnel: Haas จะเข้าถึงการใช้งานอุโมงค์ลมและเทคโนโลยีจำลองของ Toyota ที่โคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ซึ่งทันสมัยมาก
  • การผลิตชิ้นส่วน : Toyota จะเข้ามาช่วยในส่วนของการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงงานวิศวกรรมที่ซับซ้อน ทำให้ Haas สามารถผลิตรถได้มาตรฐานสูงขึ้นกว่าสมัยที่จ้าง Outsource เพียงอย่างเดียว

ไลน์อัปนักแข่ง: ในปีนี้ยังคงเดิมนำโดยพี่ใหญ่ Esteban ocon หมายเลข 31 และ  Oliver Bearman เบอร์ 87

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

 

 

ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
ดาวน์โหลด ทรูไอดีแอป
สัมผัสโลกไร้ขีดจำกัดกับทรูไอดี