พรีวิว พรีเมียร์ลีก : "ศึกแดงเดือด" ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ... by "บก.เก้น"

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : "ศึกแดงเดือด" ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ... by "บก.เก้น"
kentnitipong
14 ธ.ค. 61
475

พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19
ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 23.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : แอนฟิลด์
ถ่ายทอดสด : BEIN SPORT 1 & TrueID App

 

 

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันใน วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 23.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง BEIN SPORT 1 & TrueID App

สภาพความพร้อม ลิเวอร์พูล

การคว้าชัยชนะในลีกสามเกมติดในเดือนส่งท้ายปี 2018 ผนวกกับฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และแนวรับที่เสียไปเพียงประตูเดียว ทำให้ ณ วินาทีนี้ ลิเวอร์พูล ผงาดก้าวขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอย่างสง่างาม

แต่ใช่ว่า ลิเวอร์พูล จะหนีห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากนัก เพราะด้วยช่องว่างเพียงแค่แต้มเดียว เยอร์เก้น คล็อปป์ คงต้องพยามรักษาช่องว่างนี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นหมายความว่า “หงส์แดง” ต้องลงทำศึกแดงเดือด ด้วยเป้าหมาย “สามคะแนน” ไม่เปลี่ยน

อลิสสัน ที่ยิ่งเล่นยิ่งทำให้แฟนๆ หงส์แดงอุ่นใจ จะยังคงเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งต่อไป ส่วนแผงหลัง วิงแบ็กสองข้าง คล็อปป์ น่าจะกลับมาใช้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่แม้จะมีข่าวว่าเจ้าตัวยังมีอาการบาดเจ็บฝ่าเท้าอยู่ จับคู่กับแบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์อย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ การขาดหายไปของ โจ โกเมซ และโจเอล มาติป ที่ต้องพักยาวทั้งคู่ ทำให้ เดยัน ลอฟเรน จะได้รับโอกาสจับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก

แผงมิดฟิลด์ เจมส์ มิลเนอร์ ที่เพิ่งทำสถิติลงเล่นในลีกครบ 500 นัดเป็นคนที่ 13 จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแน่นอน โดยมี จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม ที่แม้ฟอร์มจะดูดร็อปไปเล็กน้อยในแมตช์ยุโรปกับ นาโปลี คอยไล่กวาดบอลในแดนกลาง เช่นเดียวกับ นาบี เกอิต้า ที่โดดเด่นเอามากๆ ที่ เทิร์ฟมัวร์ รับบทเป็นตัวเชื่อมทั้งเกมรับ และเกมรุก น่าจะดีพอที่จะเบียด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปที่ม้านั่งสำรอง ส่วนสามประสานในแนวรุก คล็อปป์ น่าจะจัดหนักจัดเต็มด้วยการใช้ทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – ซาดิโอ มาเน่ และเซอร์ดาน ชากิรี่ โดยมี โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่พร้อมเสียบ

สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ชัยชนะเพียงแค่เกมเดียวจาก 5 แมตช์หลังสุดในลีก คงจะเพียงพอกับคำนิยามที่ว่า “ย่ำแย่” สำหรับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่กำลังเผชิญกับมรสุมทั้งใน และนอกสนาม ฉะนั้น นี่เป็นโอกาสอันดีที่กุนซือชาวโปรตุกีสรายนี้จะเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับคืนมาด้วยการคว้าชัยออกจากรังแอนฟิลด์ให้ได้

เกมนี้คาดว่า ยูไนเต็ด น่าจะวางแทคติกคล้ายๆ กับแมตช์ที่พบกับ บาเลนเซีย เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นำโดย ดาบิด เค เกอา ไม่มีปัญหากับตำแหน่งมือหนึ่งของทีม แนวรับแบ็คโฟร์ประกอบไปด้วย มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และแอชลีย์ ยัง ที่จะขออาสาลักพาตัว โม ซาลาห์ อีกหน

ขยับมาที่แผงมิดฟิลด์ ต่อให้ยังมีปัญหาแคลงใจกันอยู่ แต่ยังไงก็มั่นใจว่า มูรินโญ่ ต้องใส่ชื่อ ปอล ป็อกบา ไว้ใน 11 ตัวจริงอย่างแน่นอน โดยมี เนมันย่า มาติช ที่ได้พักจากเกมกลางสัปดาห์ รวมถึง อันเดร เอร์เรร่า คอยบัญชาการในแดนกลาง รวมถึง เจสซี่ ลินการ์ด ที่พร้อมปั้นเกมรุกเต็มตัวตามใบสั่ง ส่วนแนวรุก มูรินโญ่ เตรียมส่งตัวแสบที่ชอบยิง ลิเวอร์พูล อย่าง ฆวน มาต้า และมาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามอย่างแน่นอน ขณะที่ โรเมลู ลูกากู เป็นเพียงแค่ตัวสำรอง

คลิกอ่าน >>> ถึงเวลา “ลิเวอร์พูล” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ?

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, เดยัน ลอฟเรน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, นาบี เกอิต้า, เซอร์ดาน ชากิรี่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เค เกอา, มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, แอชลีย์ ยัง, ปอล ป็อกบา, เนมันย่า มาติช, อันเดร เอร์เรร่า, เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด

บทวิเคราะห์

จริงอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และโชเซ่ มูรินโญ่ มักจะทำผลงานได้ดีเสมอยามพบกับ ลิเวอร์พูล แต่อย่าลืมว่า “หงส์แดง” ซีซั่นนี้ เป็นทีมๆ ใหม่ที่แทบไม่เหลือเค้าทีมเดิมโดยเฉพาะเกมรับที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด การมาของ อลิสสัน ได้ช่วยให้แผงหลังลิเวอร์พูลเล่นด้วยความอุ่นใจ และมั่นใจจนเสียไปเพียงแค่ 6 ประตูเท่านั้น ผิดกับทีมเยือนที่ซีซั่นนี้โดนทะลวงตาข่ายไปมากกว่า ลิเวอร์พูล ถึง 20 ประตู เช่นเดียวกับเกมรุกที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งหลังกดแฮตทริกใส่ บอร์นมัธ รวมถึงกระซวกไส้ นาโปลี มาเมื่อช่วงกลางสัปดาห์

แมนฯ ยู อาจจะได้เปรียบกว่าตรงที่พวกเขาได้พักแข้งตัวหลักไว้ในเกมกลางสัปดาห์กับ บาเลนเซีย ทำให้ตัวหลักแต่ละคนต่างอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เต็มที่ ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่ต้องลงฟัดกับ นาโปลี ด้วยชุดที่ดีที่สุด แต่ถึงอย่างไรเชื่อว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะไม่เสียประตู และถ้าเจ้าถิ่นได้ประตูออกนำเร็วตั้งแต่ช่วง 20 นาทีแรก ก็ปิดเกมนี้ได้อย่างแน่นอน ขอซื้อใจ อลิสสัน, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ว่า ลิเวอร์พูล ลุ้นยิงเม็ดที่สอง พร้อมกับรักษาบัลลังก์จ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์

สกอร์ที่คาด
ลิเวอร์พูล 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“บก.เก้น”

ดูบอลสดฟรี ไม่มีสะดุด ลูกค้าทรูมูฟ เอช รับเน็ต 2GB ดูทรูไอดีฟรี เปิดทรูไอดีทุกวันรับฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค.62  คลิกเลย

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้