ดูมวยสด จ้าวอินทรีย์ ปะทะ เพชรแสนคม ชิงแชมป์ประเทศไทย 122 ปอนด์ ศึกมวยไทยพันธมิตร การแข่งขัน "ศึกมวยไทยพันธมิตร" ประจำวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 กับบิ๊กแมตช์คู่เอกชิงเกียรติยศเข็มขัดแชมป์ประเทศไทย พิกัด 122 ปอนด์ ระหว่าง จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย มวยเข่าพันธุ์ดุฝ่ายแดง ปะทะ เพชรแสนคม ส.สมหมาย จอมเก๋าขัดมันฝ่ายน้ำเงิน ยิงสดความมันส์ส่งตรงจาก เวทีมวย เวิลด์ สยาม สเตเดี้ยม ตะวันนา บางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยแบ่งการถ่ายทอดสดออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก (เวลา 18.00 - 20.00 น.): ถ่ายทอดสดทาง True4U (ช่อง 24) ช่วงที่สอง (เวลา 20.15 น. เป็นต้นไป): ถ่ายทอดสดผ่านทาง TrueVisions NOW (ช่อง True Sport 5 (684) วิเคราะห์ความพร้อม จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย ฝ่ายแดง เป็นมวยเข่าเดินบู๊ที่มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรงและการปะทะวงใน โดยมีอาวุธประเภทเข่า ศอก และการเดินบดที่สร้างความอึดอัดให้คู่ชกได้ตลอดไฟต์ ฐานข้อมูลนักมวยระบุว่าเจ้าตัวมีส่วนสูงประมาณ 164 เซนติเมตร และเป็นมวยถนัดเข่า+บู๊ ขณะที่ฟอร์มช่วงหลังกลับมาอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ไฟต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 จ้าวอินทรีย์เอาชนะคะแนน บินลาดิน ส.พูลสวัสดิ์ ที่พิกัด 122 ปอนด์ ทำให้กำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจเต็มร้อย จุดที่ต้องจับตาคือเกมเดิน หากจ้าวอินทรีย์สามารถบีบพื้นที่ไม่ให้เพชรแสนคมมีจังหวะตั้งหลักได้ จะสามารถใช้ลูกขยันเดินชน ไล่แขน และเสียบเข่าเล่นงานบริเวณลำตัวได้ต่อเนื่อง มวยประเภทนี้ยิ่งชกยิ่งได้เปรียบเมื่อเกมกลายเป็นการแลกอาวุธและเบียดวงใน เพราะความแข็งแรงและความดุดันสามารถเปลี่ยนรูปเกมได้ทุกยก โดยเฉพาะช่วงปลายไฟต์ที่ต้องวัดหัวใจและความแข็งแกร่งกันแบบหมัดต่อหมัด เข่าต่อเข่า แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการเดินแบบตรงเกินไป เพราะเพชรแสนคมเป็นมวยที่มีเหลี่ยมเชิงและจังหวะดักค่อนข้างดี หากจ้าวอินทรีย์เข้าหาโดยไม่ระวัง อาจถูกเตะสกัด เสียบเข่า หรือเจอเหลี่ยมวงในจนเสียทรงได้ วิเคราะห์ความพร้อม เพชรแสนคม ส.สมหมาย ด้าน เพชรแสนคม ส.สมหมาย ฝ่ายน้ำเงิน เป็นมวยขวารูปร่างดี เน้นจังหวะฝีมือ ดักเสียบดักแทง และมีเหลี่ยมมวยที่สามารถเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกได้รวดเร็ว จุดเด่นสำคัญคือประสบการณ์ที่ผ่านการชกกับนักมวยระดับแถวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง เพชรแสนคมเพิ่งสร้างความมั่นใจด้วยการเอาชนะคะแนน เพชรเรณู เกียรติธงยศ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 หลังจากก่อนหน้านั้นเคยเอาชนะคู่ชกรายเดียวกันมาแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน ทำให้ปัจจุบันอยู่ในช่วงเก็บชัยชนะต่อเนื่อง จุดเด่นของเพชรแสนคม ไม่ได้มีดีแค่ความเก๋า แต่ยังมีจังหวะการชกที่เหมาะกับการรับมือมวยเดิน โดยเฉพาะการถอยหนึ่งจังหวะแล้วสวนด้วยแข้งหรือเข่า รวมถึงการใช้เหลี่ยมวงในเพื่อทำลายสมดุลของคู่ชก หากไฟต์นี้จ้าวอินทรีย์เดินเข้าหาแบบเปิดหน้าแลก เพชรแสนคมมีโอกาสใช้ช่วงตัวที่ยาวกว่าและจังหวะฝีมือคอยดักทำคะแนน ก่อนขยับหนีออกจากระยะอันตราย ไม่ปล่อยให้จ้าวอินทรีย์เข้าถึงวงในได้ง่าย สิ่งสำคัญคือเพชรแสนคมต้องไม่ตกเป็นฝ่ายถอยจนเสียภาพ เพราะการชิงแชมป์ประเทศไทย คะแนนในแต่ละยกมีความหมาย หากปล่อยให้จ้าวอินทรีย์เป็นฝ่ายเดินทำฝ่ายเดียว ต่อให้ดักอาวุธได้ดี ก็อาจเสียภาพรวมในสายตากรรมการ สถิติการพบกัน จ้าวอินทรีย์ เคยชนะ เพชรแสนคม คู่นี้ ไม่ใช่การพบกันครั้งแรก โดยทั้งสองเคยเจอกันมาแล้วในศึกจ้าวมวยไทย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2566 ในพิกัด 120 ปอนด์ และเป็นจ้าวอินทรีย์ที่เอาชนะคะแนนเพชรแสนคมได้ ดังนั้นการชกในวันที่ 7 กันยายน 2569 จึงถือเป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้งหลังผ่านประสบการณ์บนสังเวียนไปอีกหลายปี น่าสนใจว่าครั้งนั้นทั้งคู่ชกกันในพิกัด 120 ปอนด์ แต่ไฟต์นี้ขยับขึ้นมาที่ 122 ปอนด์ พร้อมเดิมพันด้วยตำแหน่งแชมป์ประเทศไทย ทำให้รายละเอียดของเกมย่อมแตกต่างจากครั้งก่อนพอสมควร ฟอร์ม 5 ไฟต์หลังสุด: จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย (ชนะ 4, แพ้ 1) ชนะคะแนน บินลาดิน ส.พูลสวัสดิ์ (ศึกมวยไทยพันธมิตร ณ เวทีมวยเวิลด์สยามสเตเดี้ยม) ชนะคะแนน เพชรภาณุ แกรนด์มวยไทย (ศึกมวยไทย 7 สี ณ วิกหมอชิต) ชนะน็อคยก 4 ยอดบัวงาม ม.รวมใจเพื่อน (ศึกมวยไทยพลังใหม่ ณ เวทีมวยราชดำเนิน) ชนะคะแนน ขุนศึก ส.เดชะพันธ์ (ศึกมวยไทยพันธมิตร ณ เวทีมวยเวิลด์สยามสเตเดี้ยม) แพ้คะแนน เพชรสยาม จิตรเมืองนนท์ (ศึกจิตรเมืองนนท์ ณ เวทีมวย อตก.3) ฟอร์ม 5 ไฟต์หลังสุด: เพชรแสนคม ส.สมหมาย (ชนะ 3, แพ้ 2) ชนะคะแนน เพชรเรณู เกียรติธงยศ (ศึกมวยไทยพลังใหม่ ณ เวทีมวยราชดำเนิน) แพ้คะแนน ฉลามดำ ส.บุญมีฤทธิ์ (ศึกมวยไทยพันธมิตร ณ เวทีมวยเวิลด์สยามสเตเดี้ยม) ชนะคะแนน สกลพัทธ์ โชติบางแสน (ศึกเกียรติเพชร ณ เวทีมวยลุมพินี) ชนะน็อคยก 3 ปราบปราม ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (ศึกมวยไทยพลังใหม่ ณ เวทีมวยราชดำเนิน) แพ้คะแนน เพชรโท เพชรสี่หมื่น (ศึกมวยไทยพลังใหม่ ณ เวทีมวยราชดำเนิน) วิเคราะห์มวย จ้าวอินทรีย์ VS เพชรแสนคม ไฟต์นี้เป็นการเจอกันของ มวยเข่าเดินบู๊กับมวยฝีมือจังหวะจัด และน่าจะวัดกันที่ว่าใครสามารถบังคับให้คู่ชกเล่นเกมของตัวเองได้ก่อน ช่วงต้นเกมมีโอกาสที่จ้าวอินทรีย์จะเป็นฝ่ายเดินเข้าหา ใช้แข้งและหมัดเปิดทาง ก่อนพยายามเข้าประชิดเพื่อจับวงใน หากสามารถล็อกคอ ไล่แขน และเสียบเข่าได้ต่อเนื่อง เกมจะเริ่มเข้าทางฝ่ายแดงทันที เพราะยิ่งเวลาผ่านไป เกมปะทะจะยิ่งเพิ่มความได้เปรียบให้มวยเดิน ส่วนเพชรแสนคมคงไม่เลือกยืนแลกแบบตรง ๆ มากนัก จุดสำคัญคือการใช้ระยะและจังหวะเตะสกัด ทำลายขาของจ้าวอินทรีย์ตั้งแต่ต้น รวมถึงดักแทงเข่าในจังหวะที่ฝ่ายแดงกำลังเดินเข้ามา หากทำได้ดีจะทำให้จ้าวอินทรีย์ต้องออกแรงมากกว่าปกติในการเข้าถึงตัว มองว่าเป็นไฟต์ที่สูสีและมีโอกาสออกได้ทั้งสองหน้า จ้าวอินทรีย์มีความอันตรายจากเกมเดินและวงใน หากเดินถึงตัวได้ต่อเนื่องมีสิทธิ์พลิกสถานการณ์ด้วยลูกเข่าและศอก มีภาษีจากความครบเครื่อง ระยะอาวุธ และฟอร์มล่าสุด แต่หากเกมถูกลากเข้าสู่วงในตั้งแต่กลางยก 3 เป็นต้นไป จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย มีโอกาสทำให้ไฟต์พลิกกลับมาเป็นเกมของตัวเองได้ ฟันธง: เพชรแสนคม ส.สมหมาย เบียดชนะคะแนนแบบสูสี หนึ่งคนต้องการเดินบดเดินชนเพื่อเปลี่ยนเวทีให้เป็นสงครามวงใน ขณะที่อีกคนต้องการใช้ระยะ เหลี่ยมมวย และความแม่นยำคุมเกมให้อยู่หมัด เมื่อสองสไตล์มาเจอกัน ไฟต์นี้จึงมีโอกาสเป็นอีกหนึ่งคู่ที่ต้องลุ้นกันจนถึงยกสุดท้าย แฟนมวยสามารถติดตาม ดูมวยสด ศึกมวยไทยพันธมิตร ในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป แล้วมาร่วมลุ้นกันว่า ระหว่างพลังเข่าของจ้าวอินทรีย์กับเหลี่ยมมวยของเพชรแสนคม ใครจะเป็นฝ่ายคว้าเข็มขัดแชมป์ประเทศไทยไปครองได้สำเร็จ? #ดูมวยสด #มวยไทยพันธมิตร #จ้าวอินทรีย์ #เพชรแสนคม #มวยไทยวันนี้ #วิเคราะห์มวย #ถ่ายทอดสดมวยไทย #True4U #TrueVisionsNOW ภาพประกอบโดย กลุ่มพลังใหม่ New Power Group : ภาพที่ 1 , ภาพที่ 2 , ภาพที่ 3 , ภาพที่ 4 , TrueVisions : ภาพปก-ภาพที่ 5 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมทช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !