รีเซต
พรีวิว พรีเมียร์ลีก : "นัดสาม" ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน ... by "บก.เก้น"

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : "นัดสาม" ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน ... by "บก.เก้น"

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : "นัดสาม" ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน ... by "บก.เก้น"
kentnitipong
25 สิงหาคม 2561 ( 01:59 )
341

พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19
ลิเวอร์พูล VS ไบรท์ตัน

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : คืนวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561 เวลา 23.30 น.  (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : แอนฟิลด์
ถ่ายทอดสด : beIN Sports 1 & TrueID App

 

 

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันในคืนวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561 เวลา 23.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN Sports 1 & TrueID App

 

สภาพความพร้อม ลิเวอร์พูล

ผลงานการออกสตาร์ทสุดหรูด้วยการหยิบหกคะแนนเต็มจากสองนัด พร้อมดาหน้าตะบันไปถึง 6 ประตู แถมยังไม่โดนเจาะตาข่ายเลยแม้แต่ลูกเดียว สิ่งเหล่านี้ล้วนทำเอาเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ทั้งโลกพากันฝันหวานกับโอกาสในการล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกหนแรกในประวัติศาสตร์ของทีมรักภายใต้การนำของ เยอร์เก้น คล็อปป์ แต่ถึงอย่างไร นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น แน่นอนว่า บอสเจเค คงกำชับให้ลูกทีมเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างเต็มสูบ เพื่อเพิ่มสถิติเก็บเพิ่มเป็น 9 คะแนนเต็มเพื่อตีคู่ไปกับคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

อลิสสัน ยังคงยึดตำแหน่งนายด่านมือหนึ่งเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น หลังโชว์เซฟจังหวะสำคัญๆ ก่อนพาทีมบุกไปเก็บสามคะแนนที่ เซลเฮิร์ส พาร์ค จนได้รับคำชมจากแฟนบอลทั้งโลก ส่วนแผงหลังยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยืนแบ็กขวาซ้ายตามลำดับ และโจ โกเมซ โดยมี เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกคอยเป็นพี่ใหญ่ยืนสั่งการ

แผงมิดฟิลด์ เจมส์ มิลเนอร์ ที่แปลงร่างกลายเป็นขิงแก่ ที่เผ็ด และจัดจ้านด้วยฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาที่สุดคนหนึ่งในลีก จะยังคงเป็นตัวหลักให้ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ เช่นเดียวกับ นาบี เกอิต้า ที่ปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว จะถูกดันให้ขึ้นมามีบทบาทกับเกมรุกมากขึ้น ส่วน จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม ยังคงได้รับไว้วางใจกับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางต่อไปอีกหนึ่งนัด หลังเจ้าตัวถูก เยอร์เก้น คล็อปป์ มองเป็นตัวเลือกแรกก่อนกัปตันทีมตัวจริงอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และฟาบินโญ่ แข้งรายใหม่จาก โมนาโก ที่มีข่าวว่าถูกติวเข้มอย่างหนักเพื่อให้พร้อมบดกับเกมหนักในพรีเมียร์ลีก

ส่วนแนวรุกแน่นอนไม่มีการเปลี่ยนแปลงร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้ง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ และสตาร์หมายเลขหนึ่งของพรีเมียร์ลีกอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เตรียมลงล่าตาข่ายในแดนหน้าเช่นเคย โดยมี เซอร์ดาน ชากิรี่ และแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รอสแตนด์บายเป็นไพ่ใบเด็ดที่ม้านั่งสำรอง

 

สภาพความพร้อม ไบรท์ตัน

คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเปิดบ้านไล่ต้อนยอดทีมที่ได้แชมป์ลีกมากที่สุดในอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เกมนี่ แข้ง “นกนางนวล” จากแดนใต้ของอังกฤษ คงกำลังอยู่ในช่วงฮึกเหิมเต็มที แต่คงจะดีกว่านี้ถ้า ไบรท์ตัน หยิบสามคะแนนแบบสุดพลิกล็อกออกไปจากแอนฟิลด์ได้สำเร็จ

แมตช์นี้ คริส ฮิวจ์ตัน คงมีการปรับทีมเพียงแค่ตำแหน่งเดียว นั้นคือ ลูอิส ดังค์ กัปตันทีมตัวหลักที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจนถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมนัดที่แล้วตั้งแต่นาทีที่ 20 นอกนั้นเรียกได้ว่าอยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตา

แม็ทธิว ไรอัน นายทวารมือหนึ่งแห่งทัพ “ซอคเกอร์รูลส์” จะยืนเฝ้าเสาเป็นปราการด่านสุดท้าย แนวรับคู่กลาง กาเอต็อง บง,เตรียมจับคู่กับ ลีออน บาโลกุน ที่ต้องรับภาระหนักต่อจาก ลูอิส ดังค์ ในการเผชิญหน้ากับแนวรุกระดับพระกาฬของเจ้าถิ่น ส่วนริมเส้นฝั่งซ้าย – ขวา น่าสนใจว่า ฮิวจ์ตัน อาจจะตัดสินใจดร็อป เชน ดัฟฟี่ และส่งวิงแบ็กธรรมชาติอย่าง แบร์นาโด้ ที่เพิ่งย้ายมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัวราว 9 ล้านปอนด์ลงเล่นแทน ส่วน มาร์ติน มอนโตย่า ยังยึดตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ได้อีกหนึ่งเกม

แดนกลาง แน่นอนการเพรสซิ่งเร็ว บวกกับการเล่นเกมหนักเพื่อบีบให้นักเตะลิเวอร์พูลเสียบอล จำเป้นที่จะต้องใช้บริการของ เดล สตีเฟ่นส์ กับ ดาวี่ พร็อพเพอร์ ที่รับผิดชอบเกมรับเต็มตัว โดยมี อ็องโตนี่ น็อคการ์ต กับ โซลลี่ มาร์ช ยืนขนาบข้างคอยแบ่งเบาภาระ และเป็นอ็อปชั่นในการปั้นเกมสวนกลับร่วมกับ ปาสคาล โกรสส์ ที่ขออาสาเป็นผู้กุมจังหวะหัวใจของ ไบรท์ตัน ทั้งหมดในเกมนี้ และคอยป้อนบอลให้ เกล็นน์ เมอร์เรย์ (มาร์รี่ย์) รอเช็คบิลในกรอบ 18 หลา

คลิกอ่าน >>> ถึงเวลา “ลิเวอร์พูล” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ?

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ไบรท์ตัน : แม็ทธิว ไรอัน, กาเอต็อง บง, แบร์นาโด้, ลีออน บาโลกุน, มาร์ติน มอนโตย่า, เดล สตีเฟ่นส์, อ็องโตนี่ น็อคการ์ต, ปาสคาล โกรสส์, โซลลี่ มาร์ช, ดาวี่ พร็อพเพอร์, เกล็นน์ เมอร์เรย์ (มาร์รี่ย์)

 

บทวิเคราะห์

ไบรท์ตัน อาจจะเปิดบ้านเอาชนะทีมแกร่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้แบบช็อกโลก แต่สาบานได้ว่านั่นคงไม่มีวันเกิดขึ้นใน แอนฟิลด์ อย่างแน่นอน เพราะจากสถิติเห็นได้ชัดว่า “หงส์แดง” ขี่ “นกนางนวล” มิดด้ามของจริงด้วยการรัว 17 เม็ดจาก 4 นัดหลังสุดที่พบกันในทุกรายการ แถมยังสร้างสถิติไร้พ่ายใน แอนฟิลด์ (พรีเมียร์ลีก) ได้นานถึง 22 นัดเข้าไปแล้ว พร้อมกับเก็บคลีนชีทได้ตลอด 6 นัดหลังสุดในลีก น่าจะทำให้นักเตะเจ้าถิ่นดูมีแรงจูงใจมากเป็นพิเศษกับการลงสนามดวลกับคู่แข่งจากแดนใต้ แถมการที่ทีมเยือนต้องขาดนักเตะหัวใจหลักในเกมรับอย่าง ลูอิส ดังค์ เชื่อว่า คริส ฮิวจ์ตัน ไม่น่าจะต้านทานสามอรหันต์ที่ยังฟอร์มสดอยู่ทั้ง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่สภาพร่างกายดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ

เชื่อว่าคงเป็นอีกเกมที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเผชิญกับแผงรถบัส ไบรท์ตัน แต่เชื่อว่า ประสบการณ์ และการเอาตัวรอดจาก เซลเฮิร์ส พาร์ค แมตช์ล่าสุด คุณภาพนักเตะ บวกกับการได้ลงเล่นในบ้าน น่าจะทำให้ ลิเวอร์พูล ดูแกร่งกว่า และคงไล่ถลุง ไบรท์ตัน เละเทะอย่างแน่นอน ขอเพียงแค่ประตูแรกมาก่อนจบ 45 นาทีแรกเท่านั้น รับรองมีไหลเหมือนซาลาเปาไส้ลาวา

 

สกอร์ที่คาด

ลิเวอร์พูล 3-0 ไบรท์ตัน

“บก.เก้น”

 

อัพเดท ตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก 2018/19

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้