รีเซต
ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23 : 'เลสเตอร์ ซิตี้' กับภารกิจกลับมาลุ้นท็อปโฟร์อีกครั้ง

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23 : 'เลสเตอร์ ซิตี้' กับภารกิจกลับมาลุ้นท็อปโฟร์อีกครั้ง

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23 : 'เลสเตอร์ ซิตี้' กับภารกิจกลับมาลุ้นท็อปโฟร์อีกครั้ง
Zvo
3 สิงหาคม 2565 ( 18:00 )
1.4K
1

ทรูไอดีพรีวิว เลสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาล 2022/23 ทีมฟุตบอล ศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022/23

ทรูไอดีพรีวิว พรีเมียร์ลีก 22/23

เลสเตอร์ ซิตี้

บทสรุปผลงานซีซั่นก่อน

หากมองถึงชื่อชั้นของ เลสเตอร์ ซิตี้ การจบอันดับที่ 8 ในตารางคะแนนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว อาจมองว่าไม่ได้ดีไม่ได้ร้ายเพราะว่าด้านบนของพวกเขาล้วนแต่เป็นทีมท็อปซิกซ์ พ่วงด้วย เวสต์แฮม ที่ช่วงหลังก็ยกระดับขึ้นมาสู้กับทีมยักษ์ใหญ่ได้ดี อย่างไรก็ตามถ้าถูกนำไปเปรียบเทียบกับฤดูกาล 2019/20 และ 2020/21 ที่ เลสเตอร์ มีลุ้นถึงพื้นที่ท็อปโฟร์รวมทั้งยังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครอง คงต้องบอกว่าฤดูกาล 2021/22 น่าผิดหวังมากทีเดียว

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อุตส่าห์นำลูกทีมทำเซอร์ไพรส์ชนะแชมป์พรีเมียร์ลีก 2020/21 อย่าง แมนฯ ซิตี้ พร้อมกับคว้าโล่การกุศลคอมมิวนิตี้ ชิลด์อีกทั้งยังเปิดหัวฤดูกาลด้วยการชนะทีมจากมิดแลนด์ด้วยกันอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน ทำให้แฟนๆจิ้งจอกต่างฝันหวานถึงการกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า ทว่าหลังจากนั้นฟอร์มของพวกเขากลับดิ่งเหว ชนะแค่ 2 จาก 7 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก และตลอดทั้งซีซั่นผลงานลุ่มๆดอนๆชนะติดต่อกันได้มากที่สุดแค่ 2 นัดเท่านั้น มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไร้ชัยติดต่อกัน 5 นัดเลยทีเดียว ยังดีที่ช่วงใกล้จบฤดูกาลสามารถกลับมาคืนฟอร์มเก่งเก็บชัยชนะ 3 จาก 4 นัดสุดท้ายจนเข้าป้ายอันดับที่ 8 แต่ก็ยังหมดสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลยุโรปอยู่ดี

ผลงานในรายการอื่นก็น่าผิดหวังเช่นกัน โดยเฉพาะใน เอฟเอ คัพ ที่ดันพลิกล็อกพ่ายให้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทีมจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ถึง 1-4 ส่วนรายการ คาราบาว คัพ ก็อุตส่าห์บุกนำ ลิเวอร์พูล 1-3 ในครึ่งแรกแล้วแท้ๆ กลับโดนตามตีเสมอและดวลจุดโทษแพ้จนตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่ในศึก ยูโรปา ลีก ก็ตกรอบแบ่งกลุ่มหล่นมาอยู่ ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก ด้วยผลงานเช่นนี้ไม่แปลกใจที่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายที่อังกฤษดัน ร็อดเจอร์ส เป็นเต็งหนึ่งกุนซือที่จะถูกปลดเป็นรายต่อไป 

สิ่งที่ดูจะเป็นชิ้นเป็นอันหน่อยคือผลงานใน ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก พวกเขาปราบทีมดังอย่าง แรนส์ และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น จนทะลุเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ แต่น่าเสียดายที่ เลสเตอร์ ต้องมาเจอกับของแข็งอย่าง โรม่า ภายใต้การนำทีมของ โชเช่ มูรินโญ่ ก่อนจะตกรอบไปในที่สุด

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เลสเตอร์ มาตรฐานตกจากฤดูกาลก่อนๆคือ 'นักเตะบาดเจ็บหลายคน' ตัวอย่างเช่น เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ปราการหลังคนสำคัญซึ่งบาดเจ็บหนักตั้งแต่ต้นฤดูกาล ถึงขั้นพักยาวยันเดือนกุมภาพันธ์ หรือจะเป็น เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าตัวความหวังของทีมที่มีช่วงหนึ่งไปพักรักษาอาการบาดเจ็บหัวเข่าเกือบ 2 เดือน เช่นเดียวกับ วิลฟริด เอ็นดีดี้ ต้องมาผ่าตัดเข่าในช่วงเดือนเมษายน เมื่อพิจารณาจากผู้เล่นบาดเจ็บในทีม บางทีการจบอันดับ 8 อาจจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับ เลสเตอร์ แล้ว

ขุมกำลังซีซั่นนี้

น่าแปลกใจมากที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่ได้ขยับตัวอะไรเลยในตลาดซัมเมอร์นี้ ไม่มีผู้เล่นคนใหม่เข้ามาสักราย แต่ถ้าหากมองในอีกแง่มุมหนึ่งพวกเขาก็ยังไม่ได้เสียใครในทีมชุดใหญ่เลยซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์เล็กน้อยเนื่องจากผู้เล่นเลสเตอร์มักจะเป็นที่หมายปองของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ และในทุกซัมเมอร์ ทีมก็มักจะเสียสตาร์คนใดคนหนึ่งเป็นประจำ

อย่างไรก็ตามคนที่เข้าข่ายอาจถูกปล่อยออกจากทีมคือ ยูริ ตีเลอมันส์ มิดฟิลด์วัย 25 ปี ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักในแดนกลางเลยก็ว่าได้ แม้ เลสเตอร์ ไม่อยากจะเสียสตาร์รายนี้ไป แต่นักเตะเหลือสัญญาแค่ 1 ปี จึงทำให้พวกเขาจำเป็นต้องขายนักเตะให้ได้ในตลาดซัมเมอร์นี้และดูเหมือนว่าปลายทางของเขาน่าจะเป็นที่ ลอนดอนเหนือ เนื่องจากข่าวล่าสุด อาร์เซน่อล สามารถบรรลุข้อตกลงสัญญาส่วนตัวกับนักเตะได้แล้ว เหลือแค่ต้องยื่นข้อเสนอให้ถูกใจ เลสเตอร์ เท่านั้น

ถ้าหากว่าทีมขาย ตีเลอมันส์ ออกไป คงต้องนำเงินไปหาซื้อกองกลางคนใหม่เข้ามาทดแทนซึ่งสำหรับ เลสเตอร์ แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะแมวมองของพวกเขาขึ้นชื่อเรื่องการเสาะหานักเตะที่มีคุณภาพอยู่แล้ว เชื่อว่าก่อนตลาดซัมเมอร์ปิดตัวลง น่าจะมีมิดฟิลด์ดาวรุ่งรายใหม่เข้ามาเสริมแกร่งแดนกลางแน่ แต่ ณ ตอนนี้ ตีเลอมันส์ ยังคงเป็นนักเตะเลสเตอร์อยู่ กองกลางชุดนี้ก็ยังถือว่ามีนักเตะเจ๋งๆหลายรายไม่ว่าจะเป็น วิลฟริด เอ็นดิดี้, บูบาการี่ ซูมาเร่, เจมส์ แมดดิสัน รวมถึงดาวเตะที่เพิ่งแจ้งเกิดในฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ซึ่งคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ เลสเตอร์ ประจำฤดูกาล 2021-22

ส่วนขุมกำลังในแดนหน้ามีตัวเลือกหลายรายทั้งผู้เล่นวัยเก๋าอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ หรือจะเป็นผู้เล่นพลังหนุ่มอย่าง เคลิชี่ อิเฮียนาโช่ และ แพ็ตสัน ดาก้า นอกจากนี้ยังมีปีกตัวทะลุทะลวงอย่าง ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ที่ผลงานสุดยอดมากเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ที่น่าเป็นห่วงอาจจะเป็นตำแหน่งแนวรับซึ่ง ชักลาร์ โซยุนชู และ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก ทีมเสียประตูถึง 59 ลูก ซึ่งเยอะที่สุดในบรรดาครึ่งบนของตารางคะแนน ขณะที่ เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ซึ่งหายเจ็บกลับมา เราก็ยังไม่รู้ว่าจะเข็นฟอร์มเก่งกลับมาได้หรือไม่? ดังนั้นหาก ร็อดเจอร์ส ต้องการเสริมทัพ ควรลำดับความสำคัญเริ่มจากที่กองหลังเป็นตำแหน่งแรกเพื่ออุดรอยรั่วที่เป็นปัญหาในฤดูกาลที่แล้ว

คีย์แมนจับตามอง

แน่นอนว่า เจมี่ วาร์ดี้ ยังคงเป็นคีย์แมนสำคัญในแดนหน้าของ เลสเตอร์ เหมือนเดิม แม้ว่าจะอายุ 35 ปีแล้ว แต่สัญชาตญาณการถล่มตาข่ายของเขายังยอดเยี่ยม ฤดูกาลที่แล้ว วาร์ดี้ เป็นดาวซัลโวของทีมในพรีเมียร์ลีก โดยยิงทั้งหมด 15 ประตู สถิติที่ยืนยันได้ชัดเจนว่าทีมขาด วาร์ดี้ ไม่ได้คือ 13 นัดในลีกที่กองหน้ารายนี้พลาดลงสนาม เลสเตอร์ ชนะแค่ 3 นัดเท่านั้น ถึงจะมี แพ็ตสัน ดาก้า และ เคลิชี่ อิเฮียนาโช่ เป็นตัวเลือกในตำแหน่งกองหน้า แต่ต้องยอมรับว่าศักยภาพการยิงประตูยังเทียบกับ วาร์ดี้ ไม่ได้ เชื่อว่ายังไงดาวยิงรายนี้ก็น่าจะยิงเกิน 10 ประตูแน่ในฤดูกาลนี้

ถึงกระนั้น วาร์ดี้ ไม่ใช่นักเตะที่ฟอร์มโดดเด่นที่สุดในทีมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่กลายเป็น เจมส์ แมดดิสัน มิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกมที่โชว์ฟอร์มสุดยอดจากการมีส่วนร่วมกับประตูรวมทุกรายการมากถึง 30 ลูก แบ่งเป็น 18 ประตูกับ 12 แอสซิสต์ แมดดิสัน กลายเป็นหัวใจสำคัญของเกมรุกทั้งการยิงประตูและจ่ายบอลสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม ไม่แปลกใจที่เขาจะได้รับการโหวตจากแฟนบอลจนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ เลสเตอร์ ประจำซีซั่นที่ผ่านมา และสำหรับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ แมดดิสัน คงตั้งเป้าไว้แล้วว่าจะต้องสานต่อผลงานแบบนี้ให้ได้เพื่อมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษไปเล่น ฟุตบอลโลก 2022 ในช่วงปลายปีนี้

อีกหนึ่งผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญมากในแนวรุกคือ ฮาวี่ย์ บาร์นส์ ในช่วงที่ทีมขาดผู้เล่นหลายคนจากอาการบาดเจ็บ ปีกตัวเก่งรายนี้คอยยืนหยัดช่วยทีมพร้อมกับผลิตทั้งสกอร์และแอสซิสต์ โดยผลงานของเขาสุดยอดไม่แพ้ แมดดิสัน หลังทำ 11 ประตูกับ 14 แอสซิสต์รวมทุกรายการ  

อีกหนึ่งคนที่น่าจับตามองมากๆคือ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งผลผลิตจาก อะคาเดมี่ ของ เลสเตอร์ เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะสำคัญในทีมชุดใหญ่ฤดูกาล 2021/22 พร้อมทำ 3 ประตู 3 แอสซิสต์ รวมทุกรายการ แถมยังได้รับเลือกให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของทัพ "จิ้งจอกสยาม" ในฤดูกาลที่ผ่านมาอีกด้วย ผลงานของเด็กหนุ่มคนนี้ถูกอกถูกใจ ร็อดเจอร์ส เป็นอย่างมากจนสโมสรจับต่อสัญญายาวอีก 5 ปี หากไม่เจอกับอาการบาดเจ็บ ฤดูกาลหน้าเราคงได้เห็น ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ปล่อยของแน่นอน

บทวิเคราะห์และทำนายอันดับ

เชื่อว่าเป้าหมายของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในฤดูกาลนี้คือการพา เลสเตอร์ กลับมาลุ้นโควต้าฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรายการใหญ่หรือรายการเล็กก็ตาม ถือเป็นเป้าหมายที่ไม่ไกลเกินเอื้อมเพราะนักเตะชุดนี้ก็ทำเซอร์ไพรส์มานักต่อนักแล้ว เราคาดเดาได้ไม่ยากว่า 2 ทีมที่จะได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ทำให้โควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเหลือแค่ 2 ที่คืออันดับ 3 และ อันดับ 4 นั่นหมายความว่าถ้า เลสเตอร์ หวังสูงถึงตะลุย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องแข่งกับทั้ง เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล, สเปอร์ส รวมถึง เวสต์แฮม

ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายของ เลสเตอร์ ในการคว้าตั๋วฟุตบอลยุโรป เนื่องจากตลาดซัมเมอร์นี้ทีมใหญ่ต่างเสริมทัพกันโครมคราม แต่ละทีมมีผู้เล่นใหม่เข้ามายกระดับ ทว่าหันมาทางจิ้งจอกสีน้ำเงินแล้ว ขุมกำลังเป็นรองพอสมควร และยังไร้วี่แววนักเตะใหม่เข้ามาด้วย  นี่ยังไม่นับรวมปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องเผชิญระหว่างฤดูกาลเช่น อาการบาดเจ็บของนักเตะ เพราะฉะนั้นถ้าต้องการเพิ่มโอกาสในการลุ้นอันดับท็อป 6 ของตาราง พวกเขาต้องเพิ่มขนาดทีมและเพิ่มศักยภาพผู้เล่น ซึ่งทางออกเดียวคือการเสริมทัพเท่านั้น

แต่อย่าลืมว่าอีกหนึ่งหนทางที่จะพาไปสู่ฟุตบอลยุโรปไม่ใช่แค่การทำอันดับในตารางคะแนนเท่านั้น แต่พวกเขายังมีฟุตบอลถ้วยอีก 2 รายการได้แก่ คาราบาว คัพ และ เอฟเอ คัพ อีก ซึ่งเมื่อฤดูกาล 2020/21 เลสเตอร์ ก็เคยทำสำเร็จในการคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาแล้ว นักเตะชุดปัจจุบันมีประสบการณ์และรู้ดีว่าพวกเขาจะเอาตัวรอดในฟุตบอลถ้วยอย่างไร? ฟุตบอลน็อกเอาท์ 1 นัดอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ หากอันดับในพรีเมียร์ลีกลุ้นยาก บางที ร็อดเจอร์ส อาจจะเลือกใส่เต็มที่ในฟุตบอลถ้วย

แต่เหนือสิ่งอื่นใด เลสเตอร์ จำเป็นต้องเริ่มขยับตัวเองในตลาดนักเตะได้แล้ว ณ ตอนนี้ เป็นไปได้ยากมากที่จะไปให้ถึงเป้าหมายด้วยผู้เล่นชุดนี้ แฟนบอลอาจต้องร้องเพลงรอฟุตบอลยุโรปต่อไป ถ้าหากไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาจริงๆ บางทีคนที่ซวยอาจจะเป็น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็เป็นได้

อันดับที่คาด : อันดับที่ 8

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-------------------------------------------------

ดูสด ดูฟรี ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ... พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม
ต้อง App TrueID เท่านั้น โหลดเลย!!

รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ << คลิกที่นี่

อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณ
คลิกเลย!! หรือ กด *301*32# โทรออก

หรือ อัพเดทข่าวบอลไทยลีก กด *301*36# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้