สิงห์ดุ!ถล่ม นาโปลี 4-1 ลิ่ว ชปล.

สิงห์ดุ!ถล่ม นาโปลี 4-1 ลิ่ว ชปล.
15 มี.ค. 55
1.5K

 

 

 

“สิงห์บลู” เชลซี งัดฟอร์มสุดยอดในช่วงท้ายเกมก่อนผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกยูฟา แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จหลังเปิดบ้านชนะ นาโปลี 4-1 ด้าน รีล มาดริด ฝังซีเอสเคเอ มอสโคว 4-1 ทะลุ 8 ทีมเช่นกัน เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา
       
       ยูฟา แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง
       เชลซี 3-1 นาโปลี

       (ต่อเวลา เชลซี ชนะ 4-1 เข้ารอบด้วยผลประตูรวมสองนัด 5-4)
       
       “สิงห์บลู” เชลซี เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับมือ นาโปลี ทีมแห่งศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ถือเป็นเกมแก้มือหลังจากนัดแรก ทีมดังจากกรุงลอนดอน บุกไปปราชัยมาก่อน 1-3 ซึ่งโอกาสไปต่อของ “สิงห์บลู” ยังมีอยู่หากปิดสกอร์เอาชนะ 2-0 และจะผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติหลังมีประตูทีมเยือนตุนไว้แล้ว 1 ลูก
      
       เชลซี ได้โอกาสลุ้นครั้งแรกนาทีที่ 5 อิวาโนวิช โยนบอลจากเส้นข้างให้ดร็อกบา ไหลต่อให้รามิเรส ซัดจ่อๆแต่ เดอ ซานติส ปัดบอลออกหลังไปได้ ส่วนนาโปลี เกือบทำประตูได้นาที 10 ฮัมซิค พลิกบอลหน้าเขตโทษก่อนสับไกผ่าน ลุยซ์ และ เทอร์รี แต่เช็ก ยังเอาขาเซฟช่วยทีมไว้ได้
      
       นาโปลี เล่นเกมสวนกลับได้น่ากลัวเรื่อยๆ นาที 14 ลาเวซซี รับบอลทะลุช่องต่อจากเพื่อน ลากจี้ไปสุดเส้นหลังก่อนกดเต็มข้อแต่ยังไม่ผ่านตัว เช็ก ซึ่งจากนั้นทั้งสองทีมครองเกมกลางสนามได้อย่างสูสี จนกระทั่งนาที 27 เจ้าบ้านได้ประตูนำ รามิเรส วางบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนดร็อกบา โฉบขึ้นมาโหม่งผ่านมือเดอ ซานติส เข้าไป 1-0
      
       ดร็อกบา เกือบเบิ้ลลูกที่สองได้นาที 30 สเตอริดจ์ จ่ายตัดเข้ามากลางประตูให้ดร็อกบาชาร์จ แต่คามปาญาโร สกัดออกไปได้แบบหวุดหวิด จากนั้น นาโปลี หวุดหวิดยิงตีเสมอจังหวะสวนกลับ คาวานี ลากบอลจี้ขึ้นมาหน้าประตู ก่อนตัดสินใจยิงด้วยขวา แต่บอลเรียดออกเสาไกลไป
      
       ท้ายครึ่งแรก เชลซี เกือบได้ประตูที่ต้องการ มาตา แทงออกขวาให้ลุยซ์ สังหารด้วยเท้าขวาแต่คามปาญาโร วิ่งมาสกัดช่วยทีมไว้ได้อีกครั้ง จบครึ่งแรก เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 ผลประตูรวมเป็น 2-3 ส่งให้ลูกทีมของโรเบอร์โต ดิ มัตเตโอ ยังมีลุ้นอีกเฮือกในช่วงครึ่งหลัง
      
       ครึ่งหลังเริ่มไม่นาน เชลซี ก็ได้ประตูนำอีกครั้ง 2-0 จากลูกเตะมุม แลมพาร์ด เปิดบอลเข้ามาจากด้านขวา ก่อนที่เทอร์รี จะโดดโขกเช็ดไปทางเสาสองบอลซุกตาข่ายเข้าไป เล่นเอาแฟนบอลเจ้าบ้านได้เฮลั่น แต่ดีใจไม่นานนาที 55 อินแลร์ ช่วยยิงให้นาโปลีไล่มาเป็น 1-2 ประตูรวมเป็น 4-3 เชลซีต้องยิงอีก 2 ลูก เพื่อเข้ารอบ
      
       นาที 62 ดิ มัตเตโอ เปลี่ยนตัวสเตอริดจ์ ส่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงตัวความหวังลงสนาม แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ เจ้าบ้านบุกแหลกจนนาที 74 ก็มาได้จุดโทษจังหวะ ดอสเซนา ทำแฮนด์บอล จากจังหวะเปิดมุมของมาตา ก่อนเป็น แลมพาร์ด รับหน้าที่สังหารไม่พลาดพา “สิงห์บลู” ออกนำ 3-1 ขยับประตูรวมเป็น 4-4 เท่ากัน
      
       ท้ายเกมนาที 84 ดร็อกบา ลองยิงฟรีคิกระยะ 35 หลา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป ส่วนนาที 86 นาโปลี เกือบฝังเชลซีพังคาบ้าน จังหวะฮามซิค เปิดบอลย้อยเข้าเขตโทษให้ลาเวซซี โฉบขึ้นมาโหม่งแต่ไม่โดนบอล จบ 90 นาที เชลซี ชนะ นาโปลี 3-1 แต่ประตูรวม 4-4 ต้องมาดวลกันต่อช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที
      
       ปรากฏว่าช่วงต่อเวลานาที 105 เชลซี ก็ทำประตูได้สำเร็จ รามิเรส ไหลจากริมเส้นฝั่งขวาให้ดร็อกบา ก่อนตวัดเข้ากรอบเขตโทษให้ อิวาโนวิช ที่ยืนอยู่ว่างๆ ส่งบอลซุกตาข่ายเป็น 4-1 ท่ามกลางความดีใจของแฟนเจ้าบ้าน และจากนั้นแม้นาโปลีโหมบุกแต่แก้ตัวไม่ได้ จบเกม เชลซี เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยผลประตูรวม 5-4
       
       ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายตามคาดหลังเปิดบ้านเอาชนะ ซีเอสเคเอ มอสโคว 4-1 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด เหมาคนเดียวสองลูกก่อนผลัดให้ คาริม เบนเซมา และ กอนซาโล อิกัวอิน บวกคนละเม็ด ผลประตูรวมเป็น 5-2 ส่งทีมดังจากลีกรัสเซีย ตกรอบไปตามระเบียบ
       
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       เชลซี : ปีเตอร์ เช็ค,จอห์น เทอร์รี,ดาวิด ลุยซ์,แอชลีย์ โคล,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,รามิเรส,มิเกล เอสเซียง,แฟรงค์ แลมพาร์ด,ฆวน มาตา,ดาเนียล สเตอริดจ์,ดิดิเยร์ ดร็อกบา
       นาโปลี : มอร์แกน เดอ ซานติส,เปาโล คันนาวาโร,ซัลวาตอเร อโรนิกา,ฮูโก คัมปาญาโร,โกคาน อินแลร์,วอลเตอร์ การ์กาโน,ฮวน ซูนิกา,คริสเตียน มาจโจ,เอดินสัน คาวานี,มาเร็ค ฮัมซิค,เอซกีเอล ลาเวซซี

เรียบเรียงข้อมูลจาก รักบอล ดอทเน็ต และ ASTVผู้จัดการออนไลน์

ยอดนิยมในตอนนี้