ถ้าหากเปรียบเทียบชีวิตของเอริก เทน ฮาก ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นอะไรซักอย่าง ผมคงขออนุญาตเปรียบเทียบเป็นผู้ชายคนนึงกำลังขับรถอยู่แล้วก็เจอกับฝนตก เป็นฝนที่ตกหนักบ้าง ตกซาๆ บ้าง เป็นพายุบ้างและทุกครั้งที่ฝนตกลงมา เทน ฮากก็จะเปิดที่ปัดน้ำฝน ปัดทีนึง หยดน้ำฝนที่เกาะตรงกระจกก็หายไปทีนึง แต่ปัดไปไม่ทันไรก็มีฝน มีหยดน้ำฝนตกลงมาอีกแล้ว บอกตรงๆ ถึงจะเป็นผู้จัดการทีมของแมนยู ทีมที่เป็นคู่อริด้วยกัน แต่ปัญหาแต่ละอย่างที่เทน ฮากเจอนั้นต้องยอมรับว่ามันหนักหนามากๆ มีปัญหาตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุม พอเข้าขวบปีที่สองก็นึกว่าจะดีขึ้น ปัญหาจะน้อยลงที่ไหนได้ กลับเพิ่มทวีขึ้นไปอีก เป็นใครเจอแบบนี้เข้าไปผมว่าเป็นไมเกรนแดรกแน่นอน วันนี้ผมจึงอยากจะมาเขียนถึงปัญหาของแมนยูที่เอริก เทน ฮากต้องแบกรับและจัดการมันให้ได้ โดยผมนำเนื้อหาที่มาจาก The Atheletic มาสรุปให้ฟังบวกกับความคิดเห็นส่วนตัวของผมด้วย จะมีปัญหาในเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ1. ยังไม่ขายเสื้อฮอยลุนด์ เพราะยังไม่มีตัวอักษรช่วงก่อนหน้านี้ที่มีรายงานว่าเสื้อที่มีการสกีนชื่อของราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าคนใหม่ของทีมต้องล่าช้าในการวางขายไปก่อนมีสาเหตุมาจากการไม่มีสต็อกตัวอักษร นี่น่าจะเป็นปัญหาที่เบาที่สุดๆ เรียกได้ว่าหยุมหยิม อาจจะเป็นปัญหาที่ดูไร้สาระแต่ถ้าหากลองมองเข้าดูในดีเทลจริงๆ แล้วมันดูไม่น่าประทับใจเลย คุณลองนึกภาพของนักเตะที่ย้ายมาสู่ทีมของคุณระดับ 64 ล้านปอนด์แต่ยังไม่สามารถวางจำหน่ายเสื้อที่สกรีนชื่อเขาได้เพียงเพราะยังไม่มีตัวอักษรของเขาให้สกรีน ไม่มีอยู่ในสต็อกเนี่ย คุณลองคิดดูว่ามันดูแปลกๆ หรือไม่กองหน้าคนใหม่ของทีมที่ย้ายมาด้วยค่าตัวแสนแพง แต่ยังไม่สามารถขายเสื้อที่สกรีนชื่อเขาได้ เพียงเพราะแมนยูยังไม่มีสต็อกตัวอักษร "Ø" มีแค่ตัว "O" คือยังไงนะ? ทีมหลังบ้านคุณไม่มีใครเตรียมความพร้อมในการสกรีนเสื้อของนักเตะค่าตัวระดับนี้เลยหรอ เซ็นสัญญามาก็ซักพักใหญ่ๆ ฤดูกาลก็เริ่มแข่งกันแล้ว มีเวลามากโขแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีตัวอักษรที่จะสกรีนเลยมันอาจจะดูเป็นปัญหายิบย่อยแต่ทีมระดับนี้ นักเตะค่าตัวระดับนี้มันก็ควรเตรียมพร้อมดีกว่านี้หรือเปล่า?2. การขายทีมที่ยืดเยื้อและปลิงเกลเซอร์ช่วงเวลาหนึ่งของแฟนแมนยูเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้นเหมือนเห็นแสวงสว่างที่จะสาดส่องมาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดคือการมีข่าวว่า "ตระกูลเกลเซอร์" กลุ่มเจ้าของทีมนั้นพร้อมที่จะขายสโมสร นั่นมันเหมือนเป็นเสียงสวรรค์ที่แฟนๆ อยากได้ยินมานาน ขนาดผมที่เป็นแฟนลิเวอร์พูลใจนึงก็แช่งให้ขายทีมไม่ได้นะ แต่อีกใจนึงก็ดีใจกับแฟนๆ แมนยูไปด้วยว่าในที่สุดก็จะหลุดพ้นจากปลิงกลุ่มนี้เสียที เพราะว่าลิเวอร์พูลก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์นี้เช่นเดียวกันในตอนที่มีคู่หูปลิงอย่างทอม ฮิกส์และจอร์จ ยิลเลตต์เป็นเจ้าของ ตอนนั้นทีมอยู่ในวิกฤติมากๆ ก่อนที่จะมี FSG มากอบกู้สโมสรแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของแฟนแมนยูนั้นมีทีท่าจะสว่างขึ้นเรื่อยๆ เพราะมี 1 มหาเศรษฐีและอีก 1 สุลต่านจากกาตาร์ให้ความสนใจนั่นก็คือเซอร์จิม แรทคลิฟฟ์และ QIA กลุ่มทุนจากกาตาร์ ทั้งสองพยายาม bid ราคาสู้ในการแย่งชิงแมนยูสุดๆ โดยคร่าวๆ สำหรับเซอร์จิมนั้นพยายามที่จะซื้อทีมโดยถือหุ้นสโมสรเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเกลเซอร์นั้นจะถือหุ้นส่วนน้อยซึ่งจะทำให้ไม่มีอำนาจในการบริหาร แต่ก็ยังได้ปันผลหุ้นอยู่ดี ด้านฝั่งกาตาร์ที่นำโดยชีค ฮาหมัด บิน คาลิฟา อัล ธานีนั้นก็พร้อมที่ซื้อแมนยูแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ชนิดที่เกลเซอร์กระเด็นออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเลยทีเดียว พร้อมยื่นข้อเสนอระดับ 4-5 พันล้านปอนด์แต่ปัญหามันก็อยู่ที่ "ปลิง" เหมือนเดิม พวกเกลเซอร์ซื้อแมนยูมาเพียง 790 ล้านปอนด์ แต่พวกเขาจะทีมไปที่ราคาระดับ 7-8 พันล้านปอนด์ ราคาเพิ่มมาสิบเท่า แถมตอนที่เข้ามาซื้อก็กู้เงินมาซื้อ แถมตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ได้ดูแลแมนยูได้อย่างดีอะไรเลย มีแต่สูบเลือดสูบเนื้อไปวันๆ และล่าสุดดูเหมือนความหวัง แสงสว่างนั้นของแฟนแมนยูจะดับวูบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะมีรายงานข่าวว่าปลิงเกลเซอร์นั้นจะไม่ขายทีมแล้ว เพราะไม่มีข้อเสนอที่ถูกใจมากพอผมบอกเลยแฟนหงส์แดง (ผมด้วย) ที่ด่า FSG ว่างกอย่างงั้นอย่างงี้ แย่แบบนั้นแบบนี้ แต่พอหันมาเจอเกลเซอร์ของไอ่เพื่อนรักเข้าไป บอกเลยว่า FSG ดีกว่าแบบทิ้งไม่เห็นฝุ่น ดีกว่าเยอะมากๆ เอาใจช่วยแฟนแมนยูครับ ให้หลุดพ้นไอ่พวกปลิงนี้เร็วๆ3. ปัญหานักเตะไม่เว้นแต่ละวันนี่คือปัญหาที่ผมคิดว่ามันใหญ่ที่สุดและปวดหัวที่สุดแล้วสำหรับเทน ฮากและแมนยู ในฤดูกาลที่แล้วมีปัญหากับคริสเตียโน โรนัลโดจนต้องแตกหักและจบไม่สวยกับทีมไป นักเตะอีกคนนึงอย่างเจดอน ซานโชก็มีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจจนต้องส่งไปฟื้นฟูที่เนเธอร์แลนด์แล้วค่อยกลับมาในช่วงท้ายของซีซั่น พอมาซีซั่นนี้คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว แต่ที่ไหนได้ ดูท่าจะหนักกว่าปีที่แล้วอีกเริ่มจากกรณีของเมสัน กรีนวูด นักเตะลูกหม้อของทีมที่มีคดีความเรื่องทำร้ายร่างกายแฟนสาว (ไม่ได้ลงเล่นและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟุตบอลตั้งแต่มกราคมปีที่แล้ว) ซึ่งสุดท้ายเรื่องคดีความก็จบไปรวมไปถึงกรีนวูดและแฟนสาวก็กลับมาคืนดีกันและมีเจ้าตัวน้อยมาเป็นโซ่ทองคล้องใจอีกด้วย แต่ปัญหาอยู่ที่หลังจากจบคดีความนี่แหละว่าจะเอาอย่างไรต่อ เพราะว่าผมเชื่อว่าสโมสรอยากพากรีนวูดกลับเข้าสู่ทีม อยากให้กลับมาลงสนามให้กลับทีมอีกครั้ง แต่ด้วยกระแสของคนในประเทศ รวมไปถึงฟีดแบคของนักฟุตบอลในทีมหญิงนั้นดูแล้วไม่ปลื้มเท่าไหร่ กระแสต่อต้านแรงมากซึ่งก็ใช้เวลาในการตัดสินใจ ยืดเยื้อกันอยู่นาน สุดท้ายแล้วก็ทำการปล่อยตัวไปอยู่กับเกตาเฟในลาลีกา สเปนด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลความจริงคดีของไม้เขียวยังไม่ได้จบเลยก็มีเรื่องนักเตะกับผู้หญิงเข้ามาอีกแล้ว ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกอีกแล้ว เพราะในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านแอนโทนี ปีกจอมหมุนก็ถูกแฉว่าทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาวและมันรุนแรงถึงขั้นเธอแท้งลูก โดยในเคสนี้แอนโทนีก็ได้ออกมาปฏิเสธในภายหลัง ก็นึกว่าเรื่องจะเงียบและจบไป ไม่มีข่าวเรื่องนี้อีกแล้ว ที่ไหนได้เข้าสู่เดือนกันยายน หลังจากที่เคลียร์ปัญหาของกรีนวู้ดได้แล้วอดีตแฟนสาวของแอนโทนีก็ได้ทำการแจ้งความตำรวจที่บราซิล แถมรอบนี้มาพร้อมกับหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือของเธอ จนถึงขั้นแอนโทนีถูกตัดชื่อออกจากทีมชาติบราซิลในช่วงต้นเดือนกันยายนและถูกแมนยูสั่งพักงานให้ไปเคลียร์เรื่องราวต่างๆ ให้จบ คดีแรกยังไม่ทันจบก็มีหญิงสาวอีก 2 คนออกมาแฉซ้ำอีกว่าเธอทั้งสองคนนั้นถูกแอนโทนีทำร้ายร่างกายและพยายามล่วงละเมิดทางเพศเธอทั้งคู่เรื่องคดีแอนโทนียังไม่ทันซาเลย ยังไม่พ้นเดือนกันยายนเลย เทน ฮากก็มีเรื่องให้ปวดหัวกับนักเตะอีกแล้ว หลังจากเกมที่แมนยูบุกไปแพ้อาร์เซนอล 3-1 เทน ฮากได้ตอบคำถามนักข่าวเรื่องการไม่มีชื่อของเจดอน ซานโช โดยเทน ฮากบอกว่าเป็นเพราะซานโชนั้นซ้อมยังไม่ได้ดีพอซึ่งก็นึกว่าเรื่องมันจะจบ ที่ไหนได้ ให้หลังไม่นานซานโชก็โพสต์ข้อความลงใน X ว่าสิ่งที่ออกสื่อไปนั้นไม่เป็นความจริงเลย เขาซ้อมได้ดีและตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาต้องตกเป็นแพะรับบาปมาตลอด แค่นี้ก็ว่าหนักแล้วแต่มันยังหนักได้อีก เพราะหลังจากนั้นก็มีรายงานข่าวออกมาอีกว่าซานโชนั้นไม่ยอมกล่าวคำขอโทษต่อเทน ฮาก แถมก็มีการผิดวินัยเรื่องการมาซ้อมสายอีกด้วย ทำให้เขาถูกส่งไปซ้อมกับทีมชุดเด็ก ดูท่าแล้วคงจบไม่สวยแน่ๆ เผลอๆ จะต้องย้ายในตลาดซื้อขายหน้าหนาวนี้ด้วยมันน่าแปลกใจและสงสัยเหมือนกันนะว่าทำไมทีมระดับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึงจะต้องมีปัญหาเรื่องความประพฤตินักเตะอยู่ตลอดเลย ไม่เกเรก็ไม่มีวินัยอะไรต่างๆ นานา มันเหมือนว่าทีมหลังบ้านของแมนยูนั้นไม่ได้มีการสืบค้นข้อมูลของนักเตะอย่างละเอียด ผมขออนุญาตยกตัวอย่างของทีมที่ผมเชียร์อย่างลิเวอร์พูลแล้วกันนะครับ เช่น ในตอนที่ให้ความสนใจกับหลุยส์ ดิอาซนั้นทางทีมงานได้สืบเสาะไปถึงขั้นพื้นฐานการใช้ชีวิต นิสัยใจคอส่วนตัว เช่นเดียวกับตอนที่สนใจซาดิโอ มาเนก็สืบถึงนิสัยด้วย มันจึงทำให้เราไม่ค่อยได้เห็นนักเตะของลิเวอร์พูลในยุคของเยอร์เกน คล็อปป์มีปัญหาและนิสัยส่วนตัวที่เป็นปัญหาเลย แต่ตัดภาพมาที่แมนยูไล่ตั้งแต่พอล ป็อกบา, เจสซี ลินการ์ดจนมาถึงตอนนี้ก็กรีนวู้ดและแอนโทนี พวกเขามีล้วนแล้วแต่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมทั้งนั้นเลย หรืออย่างใน 2 คนแรกที่ยกตัวอย่างมาทั้งป็อกบาและลินการ์ดนั้นก็ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องในสนามเท่าไหร่ โฟกัสแต่เรื่องนอกสนาม ทรงผม แฟชันและไม่ทุ่มเทในสนามเท่าที่ควรhttps://www.instagram.com/p/CaIZc6Eqdic/การที่ทีมๆ นึงนักเตะที่มีปัญหาเรื่องอะไรแบบนี้แค่คนเดียวก็ว่าแย่แล้วนะ ปวดหัว พาบรรยากาศในทีมเสียด้วย แต่กับแมนยูนี่มีหลายคนไม่พอ มีปัญหาเรื่องนี้แทบทุกปีอย่างที่ผมไล่มาอะครับตั้งแต่ป็อกบา ป็อกบานั้นย้ายกลับมาอยู่กับแมนยูในปี 2016 ก่อนที่จะย้ายออกจากทีมไปเมื่อปีที่แล้ว เท่ากับว่าแมนยูมีตัวปัญหาตั้งแต่ 2016 ปล่อยออกไปก็มีปัญหาใหม่เข้ามาอีก มันจึงน่าสงสารว่าทีมหลังบ้านในการเลือก สรรหานักเตะทำงานกันยังไง ได้หาข้อมูลนักเตะอย่างละเอียดหรือไม่ความจริงไม่ต้องเทียบกับลิเวอร์พูลที่ผมเชียร์หรอก หรอกกวาดสายตาไปทีมอื่นๆ ก็ได้ แมนซิตี้, อาร์เซนอล เราแทบจะไม่เห็นว่านักเตะจะมีปัญหาเรื่องนิสัยส่วนตัวเลย หรือถ้ามีก็จะตัดทิ้งออกจากทีมทันที แมนซิตี้ตัดเบงฌาแม็ง เมนดีออกจากทีมทันทีตอนที่มีคดีความ หรือมิเกล อาร์เตตาก็ตัดชื่อปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยองออกจากทีมตอนที่ไม่ลงรอยกันและไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ แต่กับแมนยูน่ะเลือกที่จะเก็บนักเตะที่มีปัญหาไว้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเก็บไว้ทำไม ถ้าขายไม่ออกก็ตัดชื่อออกจากทีมสิจนกว่าจะหมดสัญญา เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับแมนยูอยู่แล้ว จ่ายได้สบายๆนี่เป็นเพียงปัญหาไม่กี่ปัญหาที่แมนยูและเทน ฮากต้องพบเจอนะครับ นี่ยังไม่รวมกับการพิจารณาการให้ค่าเหนื่อยนักเตะอีกนะครับ เพราะผมเชื่อว่านี่คือหนึ่งในปัญหาหลักๆ ปัญหาใหญ่ปัญหานึงของแมนยูเลยที่ส่งผลกระทบหลายๆ ด้านของแมนยู เอาจริงๆ ถึงลิเวอร์พูลและแมนยูจะเป็นอริกัน แต่เห็นแมนยูอยู่ในสภาพแบบทุกวันนี้ บอกตรงๆ ว่าสงสาร ถ้ามันเป็นเรื่องของผลงานในสนามผมจะไม่สงสารเลย แต่นี่มันเริ่มมาจากความโลภและความเห็นแก่ตัวของคนกลุ่มนึง มันส่งผลด้านลบต่อยอดมาเรื่อยๆ ถึงสโมสร มันหนักหนาและปวดใจสำหรับแฟนบอลที่เชียร์มากเลยนะที่ต้องเห็นทีมที่รักตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นทีมที่พวกเขาเชียร์นั้นโคตรจะยิ่งใหญ่ แต่ทุกวันนี้เหลือแต่ชื่อเสียงเก่าๆ ที่ยังคงหล่อเลี้ยงทีมไว้อยู่ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจากThe AthelecticOfficial Facebook ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดOfficial Instagram ของเมสัน กรีนวู้ด (@masongreenwood), แอนโทนี (@antony00) และป็อกบา (@paulpogba)ภาพปก 1, ภาพปก 2, ภาพปก 3, ภาพประกอบ 1, ภาพประกอบ 2, ภาพประกอบ 3, ภาพประกอบ 4, ภาพประกอบ 5, ภาพประกอบ 6 และภาพประกอบ 7 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !