TRUE OPINIONS : การบ้านชิ้นใหญ่ที่ "ทีมชาติไทย" ต้องรีบแก้ (ให้ทัน) ก่อนนัดชิงฯ คิงส์คัพ 2018 ... by "บก.เก้น"

TRUE OPINIONS : การบ้านชิ้นใหญ่ที่ "ทีมชาติไทย" ต้องรีบแก้ (ให้ทัน) ก่อนนัดชิงฯ คิงส์คัพ 2018 ... by "บก.เก้น"
kentnitipong
22 มี.ค. 61
38K

บก.เก้น : ท่ามกลางแฟนบอลร่วม 25,781 คนในราชมังคลากีฬาสถาน นี่คือหนึ่งในประสบการณ์การชมฟุตบอลในระเทศที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งสำหรับแฟนบอลชาวไทย ยังไม่นับสายตาอีกกว่าล้านคู่ที่เชื่อว่ากำลังส่งกำลังใจมาให้แข้งช้างศึกแบบทะลุจอไม่แพ้ผู้ชมในสนาม

 

ขอบคุณภาพ : ACTION24CNX

 

ชัยชนะในการดวลลูกที่จุดโทษเหนือ กาบอง ไป 4-2 หลังจากต้องเผชิญกับเกมที่อึดอัดไม่น้อย เนื่องจากกุนซือ โฆเซ่ อันโตนิโอ คามาโช่ ได้วางหมากเพื่อปิดเกมรุกของไทยตั้งแต่สองมิดฟิลด์คู่กลาง ไปจนถึงเพลย์เมคเกอร์ และศูนย์หน้า ทำเอา ราเยวัช กุมขมับเหมือนกัน

วันนี้ผมขออนุญาตแสดงทรรศนะ และบทวิเคราะห์จากที่ได้ยลเกมนัดนี้สดๆ จากขอบสนาม มาดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นกับทีมชาติไทยในนัดนี้ อะไรคือจุดที่ รายาวัช ต้องรีบแก้ไขให้ทันหากยังหวังจะป้องกันแชมป์คิงส์คัพให้ได้

….

…..

ราเยวัช ใช้นักเตะในพื้นที่แนวรุกน้อยเกินไป

แม้ว่าเกมนี้กุนซือชาวเซิร์บจะส่งสามอรหันต์จากเจลีกทั้ง ชนาธิป, ธีรศิลป์ และธีราทร ลงสนาม เคียงข้างแข้งสารพัดประโยชน์อย่าง จักรพันธ์ และฐิติพันธ์ แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 45 นาทีแรกกลับกลายเป็นว่า บอลส่วนใหญ่ค่อนข้างจะไหลไปมาระหว่างแดนกลาง และพื้นที่แนวรับของไทยซะเป็นส่วนใหญ่

 

 

ลูกสวนกลับที่เคยเป็นทีเด็ดของ ราเยวัช กลับไม่สามารถทำอะไร กาบอง ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะการที่ ราเยวัช ตัดสินใจให้ ธีรศิลป์ แดงดา ลงมาเชื่อมเกมในแดนกลางบ่อยครั้ง กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เราไม่มีตัวจบ หรือตัวพักบอลในพื้นที่สุดท้าย

ขณะที่ ธีราทร ที่วันนี้ถูกกับมายืนเป็นตัวรุกฝั่งซ้าย ก็ยังดูสับสนกับบทบาทที่ ราเยวัช วางเอาไว้นั่นคือการให้ “เจ้าอุ้ม” สลับหุบเข้ามาเป็นตัวเชื่อมเกมในแดนกลางอีกคน เท่ากับว่าในตอนนี้ ทีมชาติไทยมีแต่ผู้เล่นที่ยืนอยู่ในแผงมิดฟิลด์เต็มไปหมด

แล้ว ชนาธิป หล่ะ ?

แบบนี้ก็จบสิครับ เพราะสไตล์การเล่นของ ชนาธิป จำเป็นที่จะต้องมีตัวประคองที่พร้อมจะรับบอล หรือวิ่งสอดรับลูกแทงแบบคิลเลอร์พาส “จ่าเย็น” มงคล ทศไกร ก็แทบจะหายไปจากเกมนี้เลยด้วยซ้ำ นี่คือปัญหาที่ ราเยวัช จำเป็นต้องรีบแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะดูแล้ว เกมรุก น่าจะเป็นจุดอ่อนที่สุดในยามที่เราต้องเจอกับทีมที่อยู่ในเกรดบอลเดียวกัน

 

 

แต่ถามผมว่าตลอด 83 นาทีที่ทีมชาติไทยมี ชนาธิป อยู่ในสนามนั้นเป็นอย่างไร บอกได้สั้นๆ ครับ… “เราขาดเจไม่ได้แล้ว” สปีดบอลของ เจ ไปไกลกว่าอาเซียนแล้วจริงๆ

….

…..

วิงแบ็กซ้าย – ขวา กับบทบาทในเกมรุกที่น้อยเกินไป

 

 

 

 

ฟิลิป โรลเลอร์ และพีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คือสองวิงแบ็กที่ได้รับความไว้วางใจจาก มิโลวาน ราเยวัช ให้ออกสตาร์ทตั้งแต่วินาทีแรกของเกม แต่สิ่งที่ผมได้เห็นฟอร์มของทั้งคู่ในเกมนี้ก็คือ วิงแบ็กของไทยไม่มีจังหวะการเติมเกมรุกเพื่อสร้างมิติให้กับเพื่อนๆ เลยแม้แต่น้อย ผมไม่มั่นใจว่านี่คือแทคติกที่ ราเยวัช ตั้งใจให้ทั้งสอง “ไม่ต้องเติมเกม” เลยรึเปล่า เพราะส่วนหนึ่งกุนซือชาวเซิร์บอาจจะกังวลกับเกมรุกของคู่แข่งที่เรียกได้ว่าเร็วจัดทั้งสองคน หรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ ทำให้เกมริมเส้นของไทยในวันนี้ดูไม่อันตรายอย่างที่ควรจะเป็น จนกระทั่งการก้าวเข้ามาของ…

นูรูล เร็วกว่านรก !!!

 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้เกมรุกของไทยกลับมาดูสดชื่นราวกับได้รับหยดน้ำค้างแรกแย้มจากดอกไม้ป่านั่นคือการได้ นูรูล ศรียานเก็ม ลงมากระชากลากเลี้ยงทางกราบขวา เซ้นส์บอลที่ยอดเยี่ยม จนทำให้ปีกจรวดรายนี้ประสานงานกับ ชนาธิป ได้อย่างลงตัว

ด้วยอาการบาดเจ็บของ “จ่าเย็น” บวกกับตัวเลือกที่เหลือในม้านั่งสำรอง ผมเชื่อว่า นูรูล สมควรได้รับโอกาสในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนัดชิงกับ สโลวาเกีย และนี่คืออาวุธเด็ดที่ผมมั่นใจว่าจะพาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จได้ในคิงส์คัพ 2018

….

…..

จักรพันธ์ – ฐิติพันธ์ = เจอร์ราร์ด – แลมพาร์ด

แน่นอนว่าทั้ง โน้ต และนิว คือสองมิดฟิลด์แดนสยามที่ว่ากันว่าดีที่สุดแล้วในยุคนี้ แต่คุณเชื่อรึเปล่าว่าบางที ด้วยสไตล์การเล่นที่คล้ายกันมากจนเกินไป อาจจะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ทั้ง จักรพันธ์ และฐิติพันธ์ ไม่สามารถงัดฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดออกมาได้ยามที่ต้องอยู่เคียงข้างกันเฉกเช่น สตีเว่น เจอร์ราร์ด และแฟรงค์ แลมพาร์ด

 

 

จริงอยู่ที่ทั้ง เจอร์ราร์ด และแลมพาร์ด คือสองนักเตะที่ดีที่สุดบนเกาะอังกฤษในช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งสองต่างโชว์ฟอร์มให้กับต้นสังกัดได้อย่างยอดเยี่ยม จนแฟนบอลเมืองผู้ดีต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่แหละคือกุนแจสำคัญที่จะพาทัพ “สิงโตคำราม” ทวงบัลลังก์แชมป์โลก หลังจากครั้งสุดท้ายที่ทำได้นั้นต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี 1966

แต่จากภาษิตโบราณที่กล่าวไว้ว่า สิงโตสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ (ผมดัดแปลงจาก เสือ ให้กลายเป็น สิงโต เพื่อความเข้ากันกับทีมชาติอังกฤษ) ท่าจะจริง เพราะตลอดเวลาที่ เจอร์ราร์ด – แลมพาร์ด จับคู่กันในสีเสื้อ “ทรี ไลออนส์” ทีมชาติอังกฤษไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันในเวทีระดับนานาชาติได้เลย ไล่มาตั้งแต่พ่ายต่อ โปรตุเกส แบบดับเบิ้ล ทั้ง ยูโร 2004 (ตกรอบควอเตอร์ไฟน่อล), ฟุตบอลโลก 2006 (8 ทีมสุดท้ายตามเคย) ร่ายยาวต่อเนื่องมาถึงการตกรอบคัดเลือกยูโร 2008 แบบช็อกแฟนบอลทั้งโลก ก่อนจะมาโดน เยอรมัน ดับฝันในรอบสอง เวิลด์คัพ ฉบับแรกบนผืนแผ่นดินกาฬทวีป พร้อมทั้งร่วงตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ในฐานะบ๊วยของกลุ่ม !!!

จะมีแค่ ยูโร 2012 ที่โปแลนด์ และยูเครน เป็นเจ้าภาพเท่านั้นที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงเล่นด้วยกันเนื่องจากในครั้งนั้น แลมพาร์ด ได้รับอาการบาดเจ็บจนต้องหลุดออกจากทีมไป และเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มาแทนเขา

ชัดเจนเลยว่า บางครั้ง เราอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดดั่งที่ใจเราคาดหวังไว้ ทั้งๆ ที่เราคิดว่าเรามีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ในมือแล้ว…

ผมแอบกลัวว่า จักรพันธ์ กับ ฐิติพันธ์ จะไปซ้ำรอยสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ ขอให้เป็นเพียงแค่ทฤษฎีสมคบคิดที่ผมคิดไปเองเท่านั้นเถิด…

แม้ฟอร์มโดยรวมอาจจะยังมีสะดุดๆ บ้าง แต่เชื่อว่ากุนซือระดับ ราเยวัช น่าจะมองออกว่าทีมยังมีจุดบกพร่องตรงไหน ทีมควรจะใช้วิธีการเล่นรูปแบบใดเพื่อต่อกรกับทีมระดับ สโลวาเกีย

วันอาทิตย์นี้รู้กัน… แล้วเจอกันที่สนามครับ

 

“บก.เก้น”

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID
ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/2HtYS2N
ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก >>http://bit.ly/TrueIDSportsLive

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้