รีเซต
ไทยลีก 2019 : “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” ยุค "แม่เลี้ยงฮาย" จะดีเทียบเท่าปี 2018 หรือไม่ ? ... by "Simple_Ja"

ไทยลีก 2019 : “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” ยุค "แม่เลี้ยงฮาย" จะดีเทียบเท่าปี 2018 หรือไม่ ? ... by "Simple_Ja"

ไทยลีก 2019 : “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” ยุค "แม่เลี้ยงฮาย" จะดีเทียบเท่าปี 2018 หรือไม่ ? ... by "Simple_Ja"
kentnitipong
21 กุมภาพันธ์ 2562 ( 12:26 )
512

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับศึกฟุตบอลลีกที่ดีที่สุดของเมืองไทยอย่าง โตโยต้า ไทยลีก 2019 ซึ่งจะเริ่มเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

 

 

จากความหลงใหล คลั่งไคล้ในมนต์เสน่ห์ของเกมลูกหนังตั้งแต่วัยเยาว์ ตลอดจนต้องการมีทีมฟุตบอลเป็นของตัวเองโดยมีการ์ตูน “พันธุ์เตะเลือดสีส้ม” เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ทำให้ “บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรในขณะนั้น ตัดสินใจสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความฝันของตัวเอง

แชมป์ลีกภูมิภาคในปี 2009 ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และเหนือความคาดหมาย ก่อให้เกิดแรงปรารถนาที่ “บิ๊กฮั่น” ต้องการมีทีมฟุตบอลอันเปรียบเสมือนความภาคภูมิใจของชาวเชียงราย ตลอดจนเป็นตัวแทนของชาวล้านนา ทำให้ เชียงราย ยูไนเต็ด ยกระดับตัวเองจากทีมระดับภูมิภาค ขึ้นมาอยู่บนลีกสูงสุดของเมืองไทยได้สำเร็จ

จากวันนั้นจวบจนวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมีรังเหย้าเป็นของตัวเอง, ตัวผู้เล่นระดับทีมชาติ, สต๊าฟโค้ชมากดีกรี รวมไปถึงชื่อสโมสร

ก่อนศึกไทยลีกฤดูกาลใหม่จะเริ่มรูดม่านเปิดฉากขึ้น สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มีอายุสโมสรครบ 11 ปีพอดี เช่นเดียวกับการก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรแถวหน้าของเมืองไทย การผ่านเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟรอบที่สามของศึกเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รวมไปถึงการลุ้นแชมป์ถ้วยทุกใบในประเทศคือภารกิจสำคัญในปีนี้ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารตั้งแต่ต้นปีก็น่าสนใจไม่แพ้กันว่าแนวทางของทัพ “กว่างโซ้งมหาภัย” จะเดินไปในทิศทางใด

 

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ฉายา : กว่างโซ้งมหาภัย
ตัวย่อ : CRUTD
ก่อตั้ง : 2009
สนาม : สิงห์ สเตเดี้ยม
ความจุ : 12,000 ที่นั่ง
ประธานสโมสร : ปวิษรัช ติยะไพรัช
ผู้จัดการทีม : เอลตัน ดอส ซานโตส ซิลวา
ผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา : โตโยต้า ไทยลีก อันดับที่ 5
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : www.crutd.com

 

สถิติสโมสร (นักเตะ) *ถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

ลงเล่นมากที่สุด (ทุกรายการ) : ปิยพล ผาณิชกุล 174 นัด
ยิงประตูมากที่สุด (ทุกรายการ) : วสันต์ นาทะสันต์ 35 ประตู
ทำประตูรวมสูงสุดในหนึ่งฤดูกาล (ทุกรายการ) : วสันต์ นาทะสันต์, เฟลิปเป้ อาเซเวโด้ 18 ประตู
ทำประตูรวมสูงสุดในฤดูกาลแรกกับทีม (ทุกรายการ) : เฟลิปเป้ อาเซเวโด้ 18 ประตู
อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ : เอกนิษฐ์ ปัญญา 15 ปี 362 วัน (พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 18 ตุลาคม 2015)
อายุมากที่สุดที่ทำประตูได้ : อันโตนิโอ คลาดิโอ 40 ปี 42 วัน (พบ ทีโอที เอสซี 3 มีนาคม 2013)
ค่าตัวแพงสุด (ซื้อ) : ธนบูรณ์ เกษารัตน์ 50 ล้านบาท จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ค่าตัวแพงสุด (ขาย) : ธนบูรณ์ เกษารัตน์ 40 ล้านบาท ไป บางกอกกล๊าส เอฟซี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน)

 

ทำเนียบแชมป์

ดิวิชั่น 2 ลีกภูมิภาค (โซนภาคเหนือ) : แชมป์ (2009)
ดิวิชั่น 2 ลีกภูมิภาค (รอบแชมเปี้ยนส์ ลีก) : รองแชมป์ (2009)
ไทยลีก ดิวิชั่น 1 : อันดับที่ 3 (2010)
เอฟเอ คัพ : 2 สมัย (2017, 2018)
ลีกคัพ : 1 สมัย (2018)
ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ : 1 สมัย (2018)

รู้จักเฮดโค้ช : เอลตัน ดอส ซานโตส ซิลวา

แม้จะเข้ามาเริ่มงานในไทยโดยการรับบทบาทเป็นมือขวา แต่การที่ทีมต้องพ่ายให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไป 3-1 ในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019 จึงถึงคราวของผู้ช่วยวัย 52 ปีที่ต้องมารับช่วงต่อแทนที่ของ โจเซ่ อัลเวส บอร์จีส ที่ต้องอำลาทีมไป

ถึงจะถูกปรามาสต่างๆ นาๆ ว่าเป็นเพียงกุนซือขัดตาทัพ เพราะไม่เคยผ่านการคุมทีมในไทยลีกมาก่อน แต่หากเทียบกับผลงานในรอบเพลย์ออฟของศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 ที่สามารถเอาชนะ ย่างกุ้ง ยูไนเต็ด ไปโดยไม่เหลือบ่ากว่าแรง 3-1 รวมไปถึงการยันเสมอทีมรองแชมป์เจลีกปีล่าสุดอย่าง ซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า ภายใน 120 นาทีจนต้องลุ้นกันถึงฎีกาก็ถือว่าสอบผ่านในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่สามารถการันตีได้ว่า การเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกครั้งนี้จะเปรียบได้ดั่งสถานการณ์สร้างที่วีรบุรุษตามพงศาวดารลูกหนัง เพราะไทยลีก 2019 ที่กำลังจะเปิดฉากในเวลาอันใกล้นี้ จะเป็นคำตอบอย่างดีของการตัดสินใจเลือก เอลตัน

สตาร์เด่น : บิลล์ โรซิมาร์

การซัดแฮททริกใส่ทีมใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จนสามารถพา “กว่างโซ้งมหาภัย” คว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ 2018 ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทำให้แนวรุกชาวบราซิลผู้นี้เปรียบเสมือนความหวังของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้อย่างแท้จริง

แม้อายุอานามจะล่วงเลยไปจนถึง 33 ปี แต่หากเทียบกับผลงาน 22 ประตู รวมทุกรายการ ของนักเตะที่ย้ายมาในช่วงเลกที่ 2 ของฤดูกาล 2018 จนสามารถช่วยให้ยอดทีมจากเมืองเหนือจบอันดับด้วยเลขตัวเดียวในไทยลีกได้แล้ว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวหอกจอมเก๋าชาวบราซิลคือ “เดอะ แบก” ของทีมอย่างแท้จริง

ด้วยสรีระของร่างกายที่สามารถเก็บบอลในแดนหน้าได้เป็นอย่างดี มีการออกบอลที่สร้างความได้เปรียบให้กับเพื่อนร่วมทีม รวมไปถึงความเป็นเพชรฆาตในกรอบเขตโทษ คือจุดแข็งที่ทำให้ บิลล์ ยังคงไว้ซึ่งความอันตรายต่อแนวรับคู่แข่งเสมอ

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือสไตล์การทำทีมฉบับแดนกาแฟของ เอลตัน ดอส ซานโตส ซิลวา จะมีส่วนช่วยให้ “เสือเฒ่า” รายนี้ระเบิดฟอร์มของตนได้มากกว่าปีที่ผ่านมาหรือไม่ เป็นสิ่งที่เราต้องหาคำตอบไปพร้อมๆ กันในฤดูกาลนี้

บทวิเคราะห์

การเสียทั้ง อเล็กซานเดร กาม่า กุนซือผู้ยิ่งใหญ่ที่พา สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กวาดถึง 4 แชมป์ในรอบ 2 ปีได้สำเร็จ รวมถึง โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส กุนซือมากประสบการณ์ในไทยลีก ผู้เคยคว้าแชมป์ลีก 2 สมัยกับ พนักงานยาสูบ ไปตั้งแต่ฤดูกาลใหม่ยังไม่เปิดฉาก น่าจะทำให้แฟนบอลของทัพ “กว่างโซ้งมหาภัย” ออกอาการหวั่นใจอยู่พอสมควรถึงโอกาส และเส้นทางในการป้องกันแชมป์บอลถ้วย รวมไปถึงการลุ้นแชมป์ไทยลีก

ที่สำคัญ การเสียผู้เล่นคนสำคัญทั้ง วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ และฉัตรชัย บุตรพรม อาจทำให้ประสิทธิภาพทั้งเกมรุก – รับ ของทีมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากปีที่ผ่านมา สิงห์ เชียงรายฯ โกยแต้มได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจากลูกโหม่งปลิดวิญญาณของเซนเตอร์ฮาล์ฟร่างยักษ์รายนี้ ขณะเดียวกันยังสามารถคว้าแชมป์ระดับโทรฟี่ด้วยฟอร์มเซฟอันยอดเยี่ยมของนายทวารดีกรีทีมชาติไทย

แต่หากเทียบกับการที่สามารถรั้งสองแนวรุกอย่าง บิลล์ โรซิมาร์ และ วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ให้อยู่กับทีมต่อไปได้ ย่อมส่งผลดีต่อเกมรุกของทัพ “กว่างโซ้งมหาภัย” มากกว่า โดยเฉพาะการได้ประสานงานกับบรรดานักเตะไทยที่มีอยู่อย่าง ชัยวัฒน์ บุราณ, “ซ้ายสั่งตาย” ศิวกรณ์ เตียตระกูล ฮาร์ดแมนมาดเข้มอย่าง พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล บวกกับการมีนายด่านดีกรีทีมชาติไทยอย่าง สรานนท์ อนุอินทร์ ยืนเฝ้าเสา น่าจะช่วยให้ยอดทีมจากแดนเหนือมีขุมกำลังที่ดูดีอยู่พอสมควร

หากมองไปที่เรื่องนอกสนาม “กว่างโซ้งฯ” ทีมนี้ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไล่มาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงชุดแข่งจากของนอกอย่าง PUMA มาเป็นแบรนด์สัญชาติไทยอย่าง FBT รวมทั้งงบประมาณในการทำทีมที่ใช้ราว 100 ล้านบาท น้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึง 200 ล้านบาท อาจแสดงให้เห็นว่า “กว่างโซ้งมหาภัย” ตัวนี้จำเป็นต้องใช้โมเดลเดียวกันกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อสร้างทีมในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็ต้องประสบความสำเร็จไม่ต่างจากปีที่ผ่านๆ มาด้วย

และสิ่งที่จะให้คำตอบแก่แฟนบอลชาวล้านนาได้นั้น คงหนีไม่พ้นการบริหารจัดการของ “แม่เลี้ยงฮาย” ปวิษรัช ติยะไพรัช หัวเรือใหญ่คนใหม่ที่เข้ามารับไม้ต่อจากพี่ชายอย่าง “บิ๊กฮั่น” ว่าจะสามารถพากว่างโซ้งตัวนี้เผชิญศึกฟุตบอลลีกสูงสุดของบ้านเรา ที่ครั้งหนึ่งผู้บริหารหญิงสุดแกร่งอย่าง “มาดามแป้ง” ยังออกมายอมรับว่าเป็นเสมือน “นรกไทยลีก” ให้ประสบความสำเร็จอย่างที่แฟนบอลคาดหวังได้หรือไม่

เพราะความสำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา มันค้ำคอบีบให้ “กว่างโซ้งฯ” ทีมนี้ให้รักษามาตรฐานเทียบเท่า หรือดีขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น หัวใจ และการจัดการที่ดีของ “แม่เลี้ยงฮาย” จะเป็นตัวแผรสำคัญที่พิสูจน์ว่า เธอดีพอกับการสวมหมวกใบใหญ่อย่าง “ประธานสโมสร” ทีมสามแชมป์ในปี 2018 อย่างแท้จริง

“Simple_Ja”

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

ยอดนิยมในตอนนี้