รีเซต
นาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี 2024

นาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี 2024

นาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี 2024
TNP1459
7 มิถุนายน 2567 ( 18:34 )
9K
1

      นาฬิกาสายเหล็ก ผสานความคลาสสิคและทันสมัยอย่างลงตัว โดยเฉพาะ นาฬิกา Casio ถือเป็นอีกแบรนด์ยอดนิยมสำหรับผู้ชาย ลองมาดูกันว่านาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี ที่น่ามีน่าซื้อในปี 2024 อาจมีสักรุ่นที่โดนใจคุณ

 

 

นาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี 2024

 

1. นาฬิกาสายเหล็ก Casio GST-B600D-1A

 

      ผสานเอกลักษณ์ความแกร่งของเรซินเข้ากับความหรูหราของโลหะได้อย่างลงตัว มาในขนาดเล็กและบางเป็นพิเศษ ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางตัวเรือนเพียง 42 มม. และหนาเฉียบ 11.3 มม. พร้อมคงไว้ซึ่งโครงสร้างแบบสองชิ้น ดีไซน์ออกแบบให้กะทัดรัด สวมใส่สบายข้อมือ แต่ยังเต็มเปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งาน อาทิ การเชื่อมต่อแอปผ่านบลูทูธ พลังงานแสงอาทิตย์ Tough Solar, ไฟ LED Super Illuminator ที่สว่างชัดเจน, เวลาโลก 38 โซนเวลา, นาฬิกาจับเวลา, ตัวนับเวลาถอย และนาฬิกาปลุกแบบรายวัน 

      ด้วยแอป CASIO WATCHES คุณจะสามารถปรับตั้งเวลาได้แม่นยำอัตโนมัติ, ตั้งค่านาฬิกาได้ง่ายๆ, เลือกเมืองเวลาโลกได้กว่า 300 เมือง, ตั้งนาฬิกาปลุกพร้อมข้อความเตือน และค้นหาโทรศัพท์ที่ต่ออยู่กับนาฬิกาได้อย่างรวดเร็ว

      ความแม่นยำของ GST-B600 อยู่ที่ ±15 วินาทีต่อเดือน สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 7 เดือนหลังชาร์จแบตเตอรี่เต็ม หรือขยายเป็น 18 เดือนเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงานและเก็บไว้ในที่มืด นอกจากนี้ยังกันน้ำลึกถึง 200 เมตร เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการว่ายน้ำแบบครบวงจร

         

2. นาฬิกาสายเหล็ก Casio GM-B2100AD-2A

 

        มาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินเมทัลลิกโดดเด่น เสริมลุคคลาสสิกของตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับทุกสไตล์ตั้งแต่ทางการ สปอร์ต ไปจนถึงลำลอง

        เอกลักษณ์ของนาฬิกา G-SHOCK โลหะรุ่นนี้อยู่ที่การผสานความแข็งแกร่งทนทานเข้ากับงานดีไซน์อันประณีต ชิ้นส่วนกันกระแทกทำจากเรซินคุณภาพดีถูกติดตั้งระหว่างเคสและกรอบเพื่อรับแรงกระแทก มีโครงสร้างแบบสามง่ามเพื่อกระจายแรงสู่สาย และฝาหลังแบบเกลียวล็อคเพื่อกันน้ำที่ความลึก 200 เมตร

        ความพิถีพิถันในรายละเอียดเห็นได้จากกรอบสเตนเลสสตีลที่ผ่านกระบวนการหล่อขึ้นรูป ตัดแต่ง และขัดเงาอย่างประณีต เพื่อสร้างมิติที่น่าทึ่ง ผิวด้านบนของกรอบเป็นลายขนแมวตัดกับผิวขอบแบบกระจกเงา ส่วนสายโลหะมีรอยบุ๋มเลียนแบบสาย G-SHOCK รุ่นแรก หน้าปัดแบบสองชั้นใช้การตกแต่งต่างกันระหว่างปัดย่อยและจอดิจิทัล นอกจากแสงไฟ Super Illuminator ที่ช่วยให้อ่านเวลาในที่มืดได้ชัดเจนแล้ว ยังมีการเคลือบสีน้ำเงินด้วยไอระเหยที่วงแหวนปัดย่อย เข็มนาฬิกา และตัวบอกชั่วโมงนาที เพื่อขับให้พื้นผิวโลหะโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น

 

3. นาฬิกาสายเหล็ก Casio GMW-B5000GD-9

 

        จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบใหม่ทั้งหมดทั้งภายนอกและภายใน เพื่อรักษามาตรฐานความทนทานต่อแรงกระแทกในขณะที่เปลี่ยนวัสดุเป็นโลหะ โดยมีการแทรกชิ้นส่วนเรซินชั้นดีเข้าไประหว่างเคสและกรอบเพื่อรับแรงกระแทก ปรับปรุงโครงสร้างสลักยึดสายให้แข็งแกร่งขึ้น และออกแบบปุ่มให้ป้องกันแกนจากแรงด้านข้าง พร้อมฝาหลังแบบเกลียวล็อคและสารเคลือบ DLC เพิ่มความทนทานต่อการสึกกร่อน 

       นอกจากความแข็งแกร่งแล้ว ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่หรูหรา ผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันทั้งการหล่อขึ้นรูป ตัดแต่ง และขัดเงา เพื่อสร้างมิติให้กับพื้นผิวกรอบและตัวเรือน ส่วนสายนาฬิกาใช้สเตนเลสสตีลขึ้นรูปโค้งเว้าคล้ายสายเรซินในรุ่นดั้งเดิม แต่เพิ่มขั้นตอนการกดและขัดเงาเป็นพิเศษ ให้สัมผัสที่เรียบลื่น แม้แต่ชิ้นส่วนด้านในที่มองไม่เห็น เช่น แผ่นฐานและตัวยึดต่างๆ ก็ถูกออกแบบให้ติดตั้งเข้ากันอย่างพอดีผ่านกระบวนการอย่างน้อย 10 ขั้นตอน

        ในแง่ฟังก์ชันการใช้งาน ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับเวลาอัตโนมัติผ่านคลื่นวิทยุมาตรฐาน Multi-Band 6 การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วยบลูทูธเพื่อซิงค์เวลาผ่านแอป G-SHOCK Connected การชาร์จด้วยแสงอาทิตย์ Tough Solar ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และระบบไฟ LED แบ็คไลท์ที่ให้แสงสว่างชัดเจน โดยใช้ LSI และการออกแบบโมดูลแบบกำหนดเองเพื่อบรรจุความสามารถทั้งหมดเข้าไว้ในขนาดเดิม จอแสดงผลเป็น STN LCD ที่ให้คอนทราสต์สูงและมุมมองกว้าง ส่วนแผงโซลาร์เซลล์เปลี่ยนเป็นแบบฟิล์มที่มีรูตรงกลาง เพื่อลดแสงสะท้อนและเพิ่มความชัดเจน

        

4. นาฬิกาสายเหล็ก Casio GST-B100D-1A

 

         รุ่นนี้มาพร้อมความโดดเด่นทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน  ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีลแท้ขัดเงาสลับด้าน ตัดกับสายข้อมือลายใบพัดเทอร์ไบน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องยนต์เจ็ท เรือนเวลาขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่พิเศษที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ซึ่งขยับแผ่นโลหะเพื่อเผยให้เห็นการทำงานอย่างมีศิลปะและใช้งานหลากหลาย ทั้งเป็นตัวบอกระดับพลังงานแบตเตอรี่ และควบคุมการเปิดปิดนาฬิกาปลุกหรือจับเวลาก็ทำได้ง่ายๆ 

       จุดเด่นอีกประการของนาฬิกานี้คือโมดูลขนาดกะทัดรัดที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี ผ่านการออกแบบแผ่นวงจรป้องกันหลายชั้นและเทคนิคการประกอบที่แน่นหนา ทำให้ตัวเรือนบางลงโดยไม่ต้องลดทอนคุณภาพและความสะดวกสบายเวลาสวมใส่ มาพร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธเพื่อซิงค์เวลาแม่นยำผ่านสมาร์ทโฟน, เทคโนโลยี Tough Solar ให้พลังงานสม่ำเสมอ, ไฟ LED ส่องสว่างหน้าปัด และฟังก์ชันเวลาโลกแบบ Dual Dial แสดงได้พร้อมกันสองเขตเวลา

        นอกจากความโดดเด่นด้านดีไซน์แล้ว ยังมาพร้อมคุณสมบัติมาตรฐานของนาฬิกา G-SHOCK อย่างโครงสร้างกันกระแทก ความแม่นยำสูงที่ ±15 วินาทีต่อเดือน และกันน้ำลึกถึง 200 เมตร นับเป็นผลงานที่ผสานความแข็งแกร่ง สไตล์ล้ำสมัย และฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครันเลยทีเดียว

 

5. นาฬิกาสายเหล็ก Casio GMW-B5000D-1

 

         นาฬิกาสายเหล็กโลหะล้วน ที่นำดีไซน์ขึ้นชื่อของ G-Shock รุ่นแรกเมื่อปี 1983 อย่าง DW-5000C กลับมาผลิตใหม่ พร้อมอัปเกรดฟังก์ชันรอบด้าน ทั้งการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบรับสัญญาณเวลามาตรฐาน และพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้สวมใส่ได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น คงความแข็งแรงทนทานตามแบบฉบับ G-Shock ด้วยเรซินกันกระแทกคุณภาพสูงที่แทรกอยู่ระหว่างเคสและกรอบสเตนเลสสตีล ผ่านเทคโนโลยีการประกอบชิ้นส่วนแน่นหนา มีฝาหลังตัวเรือนแบบล็อกสกรู พร้อมการเคลือบด้วย DLC เพื่อต้านทานการสึกหรอ สายนาฬิกาผลิตขึ้นแบบเดียวกับ DW-5000C โดยใช้กระบวนการกดรอยลงบนโลหะ จึงได้สัมผัสและลุคคล้ายสายเรซินรุ่นดั้งเดิม ตัวหน้าปัดใช้โซลาร์เซลล์แบบฟิล์มบางกับจอ STN-LCD ทำให้อ่านค่าได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

        ไฮไลท์สำคัญของ GMW-B5000 อยู่ที่ฟังก์ชันเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ เพียงใช้แอปเฉพาะก็จะได้เวลาที่แม่นยำเสมอ นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์หลากหลาย เช่น

  • ปรับเทียบเวลาด้วยสัญญาณวิทยุ Multi Band 6
  • พลังงานจากแสงอาทิตย์ Tough Solar
  • ไฟ LED ส่องสว่างอัตโนมัติ Super Illuminator
  • แสดงเวลาโลก 5 เขตเวลา
  • แสดงวันในรอบสัปดาห์ได้ 6 ภาษา

 

6. นาฬิกาสายเหล็ก Casio GM-B2100D-1A

 

      สืบทอดตำนานมาจาก DW-5000C รุ่นแรกเมื่อปี 1983 GM-B2100 มาพร้อมโครงสร้างโลหะล้วนอันหรูหรา ประกอบด้วยฝาหลังตัวเรือนแบบสกรู กรอบ และสายนาฬิกาที่ผลิตจากสเเตนเลสสตีลคุณภาพเยี่ยม ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงช่วยให้ได้โมดูลอนาล็อก-ดิจิตอลที่บางเฉียบแต่อัดแน่นด้วยฟังก์ชันการใช้งาน หัวใจสำคัญของโครงสร้างภายในนาฬิการุ่นนี้อยู่ที่ส่วนประกอบกันกระแทกทำจากเรซินคุณภาพสูงที่ติดตั้งอยู่ระหว่างกรอบสเตนเลสสตีลกับตัวเรือน และโครงสร้างแบบสามง่ามที่ช่วยกระจายแรงกระแทกไปสู่ส่วนเชื่อมต่อของสาย บนหน้าปัดยังมีการตกแต่งพื้นผิวด้วยเทคโนโลยีไมโครแฟบริเคชั่น หน้าปัดแบบสองชั้นที่แสดงตำแหน่งของหน้าปัดย่อยกับจอ LCD

      GM-B2100 ยังรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth® เพียงแค่แตะเข้าไปที่แอปเฉพาะ คุณก็จะได้รับการบอกเวลาที่แม่นยำ นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่จำเป็นในการใช้งานประจำวัน เช่น เทคโนโลยี Tough Solar ชาร์จไฟด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ไฟ LED ความสว่างสูง ที่ทำให้นาฬิกานี้เปี่ยมด้วยสไตล์และฟังก์ชันการใช้งานจริง


บทความที่คุณอาจสนใจ

-------------------------------------------------

วิธีการดูบอลพรีเมียร์ลีก 2023/24 ที่ TrueID : แพ็กเกจชมครบทุกคู่!

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ