วันนั้น วันนี้ และวันหน้า...รู้จัก เมสัน กรีนวู้ด ว่าที่สุดยอดเพชฌฆาตปีศาจแดงคนต่อไป

วันนั้น วันนี้ และวันหน้า...รู้จัก เมสัน กรีนวู้ด ว่าที่สุดยอดเพชฌฆาตปีศาจแดงคนต่อไป
lll
7 ก.ค. 63
700
6

ประวัติ เมสัน กรีนวู้ด จอมถล่มประตูแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งถูกยกให้เป็นหัวหอกดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดในเวลานี้

 

ฤดูกาลนี้ เขาลงสนามในพรีเมียร์ลีก และรายการอื่นๆรวมแล้วทั้งสิ้น 41 นัด และสามารถกระทุ้งตาข่ายคู่แข่งไปได้ 15 ประตู

หากบอกใบ้ข้อมูลมาเท่านี้ แฟนบอลหลายคนอาจนึกถึงชื่อของดาวยิงฝีเท้าดี ซึ่งน่าจะผ่านประสบการณ์ในเวทีลูกหนังระดับสูงมาแล้วพอสมควร 

แต่บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะที่กล่าวไปข้างต้นนั้นคือผลงานของกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัยเพียง 18 ปี ที่มีชื่อว่า...เมสัน กรีนวู้ด !!

ว่าแล้ว เรามาทำความรู้จักเจ้าหนูตีนระเบิดรายนี้กันให้มากขึ้น เพราะคาดว่าชื่อของ “เมสัน กรีนวู้ด” มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตำนานแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ดในอนาคต

โหดแต่เด็ก

เจ้าหนูกรีนวู้ด ซึ่งมี เวย์น รูนี่ย์ เป็นไอดอล เข้าสู่อคาเดมี่ของแมนฯ ยูไนเต็ดตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเริ่มฉายแววทันที จากคำบอกเล่าของ มาร์ค ซีเนียร์ อดีตโค้ชอะคาเดมี่ของทีมปีศาจแดง ซึ่งย้อนถึงเหตุการณ์ที่เขาไปรับหน้าที่ยืนเฝ้าเสา และให้เด็กๆ ลองฝึกยิงประตู

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Mason Greenwood (@masongreenwood) on


“สำหรับเด็กอายุประมาณ 7 ขวบส่วนใหญ่ คุณอาจจะปล่อยให้ลูกยิงเข้าประตูไปบ้าง เพื่อให้เด็กๆมีความมั่นใจ แต่สำหรับเมสัน เขาเล่นยิงเสียบมุมเลย ซึ่งถ้าเขายิงได้ขนาดนั้น คุณคงรู้แล้วล่ะว่าเขาเจ๋งแต่ไหน มันเหมือนลูกยิงของเด็กอายุสัก 13 ยังไงยังงั้น”

หลังจากฝึกปรือวิทยายุทธ์กับสำนักลูกหนังเรดอาร์มี่ กรีนวู้ดก็ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาจนเก่งเกินเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน โดยในวัย 16 ปี ก็ถูกดันขึ้นมาเล่นในชุดยู-18 แถมครองตำแหน่งดาวซัลโวของลีกชุดยู-18 ในฤดูกาล 2017-2018 จากผลงานกระหน่ำไป 17 ลูกจากการลงสนาม 21 นัด

ด้วยผลงานที่โดดเด่น ทำให้ช่วงปลายปี 2018 โชเซ่ มูรินโญ่ บอสใหญ่ผีแดงในขณะนั้น เริ่มเรียกตัวกรีนวู้ดขึ้นมาซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่เป็นระยะ จนกระทั่งวันที่ 6 มีนาคม 2019 กรีนวู้ดก็ได้ลงสนามให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดชุดใหญ่เป็นนัดแรก ในยุคของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

เกมนั้น กรีนวู้ดถูกส่งลงมาในช่วงท้ายเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-1 และกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทีมปีศาจแดงที่ได้ลงเล่นเกมสโมสรยุโรป ด้วยวัย 17 ปี 156 วัน เป็นรองเพียงตำนานอย่าง นอร์แมน ไวท์ไซด์ ที่ลงเล่นเกมยุโรปตอนอายุ 17 ปี 131 วัน

และต่อมาอีก 4 วัน กรีนวู้ดได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกในเกมที่เจอกับอาร์เซน่อล ก่อนจบซีซั่น 2018-2019 ด้วยผลงานลงสนามให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดทั้งสิ้น 4 นัดในทุกรายการ ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับดาวรุ่งอายุแค่ 17 ปี

แจ้งเกิดระเบิดฟอร์ม

มาถึงปีนี้ ในฤดูกาล 2019-2020 กรีนวู้ดเจ๋งเกินกว่าจะมีสถานะเป็นแค่ "นักเตะเยาวชน" โดยเขาถูกกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ดึงขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว และสามารถเบิกสกอร์แรกของตัวเองได้ในเกมยูโรป้าลีก ที่พบกับแอสตานา ในเดือนกันยายน ปีที่แล้ว

และอีกสองเดือนต่อมา กรีนวู้ดก็มีชื่อเป็นผู้ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-3 พร้อมกับได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องให้กับทีมปีศาจแดงถึงตอนนี้

โซลชา ชี้ถึงจุดเด่นของเจ้าหนูกรีนวู้ดว่าอยู่ที่ความคล่องแคล่ว และเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นตัวริมเส้น กองหน้าตัวต่ำ หรือจะขึ้นไปยืนเป็นหน้าเป้าก็ทำได้ และที่สำคัญคือลูกยิงที่เฉียบขาดจากเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งนั่นทำให้คู่ต่อสู้ยากที่จะรับมือ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดาวโรจน์แห่งค่ายโอลด์แทรฟฟอร์ดคนนี้

“เขาเป็นนักเตะเท้าซ้ายโดยธรรมชาติ แต่เขาก็เล่นได้ทั้งสองเท้า และเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนหน้า เขาสามารถยิงจุดโทษด้วยเท้าขวา และต่อมาก็ยิงจุดโทษด้วยเท้าซ้ายก็ได้ เช่นเดียวกับฟรีคิกด้วยเท้าซ้าย หรือขวาก็ได้หมด อาจพูดได้ว่าเขาถนัดทั้งสองเท้าเท่ากัน 50:50 หรืออาจจะถนัดซ้ายมากกว่านิดนึง ประมาณ 51:49” 

และผลงานนัดล่าสุด ในเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม บอร์นมัธ 5-2 ก็สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความอันตรายจากปลายสตั๊ดของกรีนวู้ด ซึ่งจัดการกดคนเดียวสองเม็ดอย่างเฉียบขาด ลูกนึงจากเท้าซ้าย และลูกนึงจากเท้าขวา ถึงขั้นที่รุ่นพี่อย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องออกมาซูฮก

“เขาเป็นผู้เล่นที่มหัศจรรย์ ผมเคยเห็นเขามาแล้วก่อนที่จะขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะได้มาเล่นร่วมกับพวกเราหรือไม่ มันแค่เมื่อไรเท่านั้นเอง เมื่อไรที่เขาจะได้ขึ้นมามีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่” 

 

อนาคตที่รออยู่

กรีนวู้ดไม่ใช่ดาวรุ่งคนแรกที่แจ้งเกิดเจิดจรัสในโรงละครแห่งความฝัน โดยก่อนหน้านี้มีแข้งอนาคตไกลมากมายที่สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าเรดอาร์มี่ แต่สุดท้ายก็ไปไม่สุด และไม่สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้อย่างที่ถูกตั้งความหวัง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่

ราเวล มอร์ริสัน, เฟเดริโก้ มาเคด้า หรือ อัดนาน ยานาไซจ์ คือตัวอย่างของนักเตะเหล่านี้ 

หรืออาจจะรวม เจสซี่ ลินการ์ด ไปด้วยก็ได้ หากประเมินจากฟอร์มช่วงหลังอันชวนให้แฟนบอลถอนหายใจและส่ายหัว

หากเปรียบกับการวิ่ง 100 เมตร คงบอกได้ว่า กรีนวู้ด ออกจากบล็อคสตาร์ทได้อย่างเพอร์เฟกต์ แต่สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือเขาจะรักษาหรือเร่งสปีดให้เข้าเส้นชัยคว้าเหรียญทองได้อย่างไร

“เขาเป็นเด็กอ่อนน้อมถ่อมตน เขาชอบที่จะเรียนรู้ รับฟัง ทำงานหนัก ซึ่งคุณจะเห็นว่าสภาพร่างกายของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ยังเติบโตได้อีก ซึ่งเราจะพัฒนาเขาต่อไป ทั้งในยิมและในสนาม” โซลชา กล่าว

จากวิญญาณเพชฌฆาตที่แสดงออกมา รับรองได้เลยว่าหลังจากนี้ กรีนวู้ด จะเป็นที่จับตา หรือตกเป็น “เป้า” ของบรรดาแนวรับคู่แข่งแน่นอน ซึ่งแมนฯ ยูไนเต็ดคงต้องภาวนาว่า อย่าให้ “วันเดอร์คิด” รายนี้เผชิญอาการบาดเจ็บรุนแรง เพื่อที่จะได้ไม่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน แมนฯ ยูไนเต็ด และโซลชา คงต้องประคับประคองเจ้าหนูกรีนวู้ดให้อยู่กับร่องกับรอยให้ได้มากที่สุด เพราะที่ผ่านมา มีนักเตะจำนวนไม่น้อยที่ดังเปรี้ยงปร้างตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนจะไป “เสียคน” กับชื่อเสียงหรือสิ่งเย้ายวนนอกสนาม จนทำให้กราฟเส้นทางลูกหนังถดถอยลงไปอย่างน่าเสียดาย

และถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ลองนึกภาพดูว่า “เมสัน กรีนวู้ด” ในอีก 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า จะมีฝีเท้าครบเครื่องและอันตรายโหดร้ายทารุณขนาดไหน 

แฟนผีแค่นึกก็ตื่นเต้นแล้ว…!!!

"111"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> รุ่นพี่ยังอึ้ง!! แรชฟอร์ด ยกย่อง กรีนวู้ด จบสกอร์อย่างโหดทั้งซ้าย-ขวา

>> แบบนี้นี่เอง! โซลชา เผย 3 ประสานแดนหน้าผลงานดีเพราะสนิทกัน

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

ยอดนิยมในตอนนี้