รีบเล่น-รีบเลิก!! 5 นักเตะดังที่ตัดสินใจแขวนสตั๊ดก่อนวัยอันควร

รีบเล่น-รีบเลิก!! 5 นักเตะดังที่ตัดสินใจแขวนสตั๊ดก่อนวัยอันควร
lll
21 ก.ค. 63
885
4

สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกประหลาดใจไปตามๆกัน นั่นคือการยกเลิกสัญญากับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และประกาศแขวนสตั๊ดของ อันเดร เชือร์เล่ ด้วยวัยเพียง 29 ปีเท่านั้น 

เชือร์เล่ให้เหตุผลถึงการอำลาสนามว่า เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยใจที่ต้องพยายามทำผลงานให้ดีต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้รับการต่อสัญญาและไม่ต้องกลายเป็นนักเตะไร้สังกัด ซึ่งนั่นเป็นแรงกดดันที่ทำให้ เชือร์เล่ เริ่มไม่สนุกกับการเล่นฟุตบอลอีกต่อไป 

แน่นอนว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะ เชือร์เล่ ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บหนัก และสามารถเดินในเส้นทางลูกหนังได้อีกหลายปี เพราะอายุยังไม่ขึ้นเลข 3 นำหน้าเลยด้วยซ้ำ แถมฝีเท้าและประสบการณ์ก็เหลือเฟือ โดยเคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับเชลซี และได้สัมผัสตำแหน่ง “แชมป์โลก” กับทีมชาติเยอรมนี มาแล้วเมื่อปี 2014 

อย่างไรก็ตาม เหตุผลของอดีตดาวยิงทีมอินทรเหล็กถือเป็นเรื่องที่ “เข้าใจได้” เพราะในเมื่อไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำ หากฝืนไปก็ดูจะมีแต่ผลเสียต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะกับตัวเองหรือสโมสรต้นสังกัด 

ขณะเดียวกัน เชือร์เล่ ไม่ใช่นักเตะดังคนแรกที่ประกาศอำลาสนามตั้งแต่อายุยังไม่มากนัก เพราะที่ผ่านมาก็มีซูเปอร์สตาร์หลายคนที่โบกมือลาเกมลูกหนังไปชนิดที่แฟนบอลนั่งงงง ง.งู 100 ตัวมาแล้วหลายคน

เอริค คันโตน่า

“ก็องโต้” ฮีโร่คอปกตั้งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกกับทีมปีศาจแดงถึง 4 สมัย กอ่นประกาศหันหลังให้กับสังเวียนแข้งเมื่อปี 1997 ในขณะที่อายุเพียง 30 ปี โดยให้เหตุผลว่า “หมดไฟ” กับเกมลูกหนัง

“ผมไม่รู้สึกถึงแพสชันกับการแข่งขันอีกแล้ว การลงเล่นในลีกระดับท็อป คุณต้องระมัดระวังทุกอย่าง ไม่ว่าจะกินอะไร จะดื่มอะไร ต้องเข้านอนตอนไหน นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องคิดเสมอ” 

“และถ้าคุณสูญเสียแพสชันไปเพียงนิดเดียว นั่นหมายความว่าคุณไม่มีทางลงเล่นในฟุตบอลระดับสูงได้อีกต่อไป” ตำนานแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ด กล่าว

ยิ่งอ่าน ยิ่งได้ รับไปเลย ทรูพอยท์
สามารถรับสิทธิ์ผ่านทาง App หรือ Mobile Web เท่านั้น
ง่ายขนาดนี้ คลิกเลย

ฮิเดโตชิ นากาตะ

นี่คือหนึ่งในนักเตะญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการมาค้าแข้งยังลีกยุโรป โดยเคยได้แชมป์เซเรียอากับ โรม่า ในปี 2001 และเคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์มาแล้วถึง 3 สมัย

อย่างไรก็ตาม หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2006 ฮิเดโตชิ นากาตะ ก็ประกาศอำลาวงการทันทีชนิดช็อกกันทั้งวงการ ด้วยวัย 29 ปีเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า…

“ผมรู้สึกว่าฟุตบอลเริ่มกลายเป็นธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆวันแล้ววันเล่า ผมรู้สึกว่าทีมเล่นเพื่อเงินเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อความสนุกอีกต่อไป ผมรู้สึกเสียใจนะ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงเลิกเล่น”

เดวิด เบนท์ลี่ย์

เบนท์ลี่ย์ แจ้งเกิดกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ช่วงปี 2005-2008 จนได้ลงเล่นทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ 7 นัด พร้อมกับได้รับการคาดหมายว่ามีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็น “เดวิด เบ็คแฮม คนต่อไป” เนื่องจากเป็นปีกขวาซึ่งมีทีเด็ดจากการเปิดบอลที่อันตรายเหมือนกัน แถมตัวย่อของชื่อยังเป็น “DB” เหมือนกันอีก

อย่างไรก็ตาม หลังย้ายจาก แบล็กเบิร์น มาอยู่กับ สเปอร์ส ฟอร์มของเบนท์ลี่ย์ก็ค่อยๆสาละวันเตี้ยลง และถูกปล่อยให้หลายทีมยืมตัวไปใช้งาน กระทั่งปี 2014 เบนท์ลี่ย์ ก็โบกมือบ๊ายบายวงการฟุตบอลด้วยวัยเพียง 29 ปี

“ผมไม่เสียใจเลย ผมรักทุกนาทีที่ได้ลงสนาม แต่การแข่งขันทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว มันชักเป็นเหมือนหุ่นยนต์ มีโซเชียลมีเดีย และเรื่องเงินก็มาเกี่ยวข้องมากขึ้น ผมไม่อยากที่จะพูดถึง แต่เรื่องเหล่านี้มันทำให้ฟุตบอลน่าเบื่อและเป็นอะไรที่คาดเดาได้”

เอสเพ่น บาร์ดเซ่น 

หากใครเป็นแฟนบอลในยุค 90 ต้องเคยได้ชื่อของ เอสเพ่น บาร์ดเซ่น นายทวารของท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ผ่านหูมาบ้าง ซึ่งนอกจากสเปอร์สแล้ว บาร์ดเซ่นยังเคยเฝ้าเสาให้กับวัตฟอร์ด และเอฟเวอร์ตัน อีกทั้งเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาตินอร์เวย์ ลุยฟุตบอลโลก 1998  

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละสโมสรที่ว่ามาข้างต้น รวมถึงในทีมชาติ บาร์ดเซ่นรับบท “พระรอง” ในฐานะโกลตัวสำรองเสียเป็นส่วนใหญ่ ได้ลงบ้างไม่ได้ลงบ้าง จนกระทั่งเจ้าตัวเริ่มเบื่อหน่ายและประกาศแขวนถุงมือในวัยแค่ 25 ปีเท่านั้น

หลังจากอำลาสนาม บาร์ดเซ่นออกตระเวนเที่ยวรอบโลกสักพัก ก่อนจะลงเรียนปริญญาตรีด้านการเงินในมหาวิทยาลัยที่ลอนดอน ซึ่งปัจจุบัน บาร์ดเซ่นทำงานเป็นผู้จัดการกองทุนด้วยความแฮปปี้สุดๆ

“ฟุตบอลมันเต็มไปด้วยความเครียด เราต้องลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลที่บ้าคลั่งกว่า 40,000 คน ซึ่งพวกเขาจะมีความสุขหรือเศร้าเสียใจไปตลอดสัปดาห์นั้นๆ โดยขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำผลงานออกมาได้ดีแค่ไหน”

คาร์ลอส โรอา

นักฟุตบอลหลายคนแขวนสตั๊ดเพราะสภาพร่างกาย เพราะอาการบาดเจ็บ หรืออาจจะหมดไฟกับเกมลูกหนัง แต่สำหรับ คาร์ลอส โรอา ผู้รักษาประตูของมายอร์ก้า ในศึกลาลีกา สเปน...เขาอำลาวงการฟุตบอล เพราะมีความเชื่อว่าโลกกำลังจะแตก!

โรอา มีดีกรีเป็นโกลมือหนึ่งทีมชาติอาร์เจนตินา ลุยศึกฟุตบอลโลก 1998 และได้รับความสนใจจากแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องการดึงตัวไปแทน ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล แต่เขากลับปฏิเสธและประกาศแขวนถุงมือในปี 1999 ด้วยวัยเพียง 30 ปี 

ที่มาที่ไปของการตัดสินใจเช่นนั้นเป็นเพราะว่า โรอา นับถือศาสนาคริสต์นิกายเซเวนเดย์แอดเวนทิสต์ และมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าโลกจะมาถึงจุดอวสานในปี 2000 โรอาจึงเลิกเล่นฟุตบอล และพาครอบครัวเข้าไปอยู่ในป่าที่อาร์เจนตินา เตรียมตัวเตรียมใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้

แต่สุดท้าย ดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า “โลก” ก็ยังคงโคจรอยู่ในระบบสุริยะจักรวาลเช่นเดิม หลังจากนั้น โรอา จึงคัมแบ็กกลับสู่วงการฟุตบอล แต่คราวนี้ฟอร์มการเล่นของเขาไม่ได้ดีเหมือนเดิมแล้ว ก่อนจะแขวนถุงมือถาวรในปี 2006 และผันตัวสู่การเป็นโค้ช โดยปัจจุบัน โรอาทำหน้าที่เป็นโค้ชผู้รักษาประตูของ ซาน โฮเซ่ เอิร์ธเควก ในศึกเมเจอร์ลีก สหรัฐ

"111"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> วันนั้น วันนี้ และวันหน้า...รู้จัก เมสัน กรีนวู้ด ว่าที่สุดยอดเพชฌฆาตปีศาจแดงคนต่อไป

>> อุทาหรณ์สอนใจ!! 5 นักเตะดังชีวิตพัง เพราะผีพนันเข้าสิง

– ดูฟรี! พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 คู่ คลิก ID Station
– ดู พรีเมียร์ลีก online คลิกที่นี่
– สมัครชม พรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล คลิกที่นี่

 

ยอดนิยมในตอนนี้