ลิเวอร์พูลจะดีพอจะเป็นทีมลุ้นแชมป์หรือไม่หากไม่คิดจะเสริมแกร่งเพิ่มเติม ในขณะที่บรรดาคู่แข่งต่างแย่งกันเสริมเขี้ยวเล็บ หลังจากศึกพรีเมียร์ลีกแมตช์แรกของฤดูกาล 2021-2022 ผ่านพ้นไป ลิเวอร์พูลเริ่มสตาร์ทซีซั่นใหม่ ด้วยการบุกไปชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ น้องใหม่พรีเมียร์ลีกถึงถิ่น แคร์โรว์โรด ด้วยสกอร์ 3-0 ถือเป็นการเปิดหัวฤดูการใหม่อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตามการแข่งขันยังเหลืออีก 37 นัด หนทางอีกยาวไกล แต่สิ่งที่แฟน ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ดูจะเป็นเรื่องการเสริมทัพ ที่หวังอยากจะเห็นทีมรัก เซ็นสัญญากับผู้เล่นเข้ามาเสริมแกร่งเพิ่มเติม หลังจากคู่แข่งอย่าง แมนยูฯ, เชลซี, แมนซิตี้ ต่างจัดหนักควักกระเป๋า ล่ายอดแข้งมาเสริมทีมเพื่อหวังล่าแชมป์ในฤดูกาลใหม่ พอหันกลับมามองทีมตัวเองที่ได้กองหลังเพิ่มมาแค่คนเดียวตั้งแต่ไก่โห่ แต่หลังจากนั้นข่าวคราวเงียบหายราวกับว่าไม่มีตัวตน แม้ เยอร์เกน คล็อปป์ จะให้สัมภาษณ์ว่าพอใจกับขุมกำลังของทีมที่มีอยู่ และเชื่อว่ามีดีเพียงพอจะสู้กับทีมยักษ์ใหญ่ แต่จากผลงานของทีมเมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เหล่าสาวก เดอะค็อป ต่างเกิดอาการแบบว่า "อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆค่ะคุณกิตติ" ในเมื่อทีมคู่แข่งที่ดูจะแข็งแกร่งกว่าในปีก่อนยังเสริมหนักจัดเต็มทั้ง เชลซี ที่คว้า โรเมลู ลูกากู แมนยูฯ ที่โชว์ใจป๋าเทงบกระชากตัวดาวดังทั้ง จาดอน ซานโช่ และ ราฟาเอล วาราน เข้ามาเสริมแกร่งให้กับทีม ในขณะที่ แมนซิตี้ แชมป์เก่าก็ยังเดินหน้าทุ่มงบ คว้า แจ็ค กรีลิช ยอดกองกลางของ แอสตันวิลล่า เข้ามาด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติในเกาะอังกฤษ และยังไม่หยุดเดินหน้าทำเรื่องคว้าตัว แฮรี่ เคน ยอดกองหน้าเบอร์หนึ่งชาวอังกฤษเพื่อมาอัปเกรดขุมกำลัง แต่ไฉน "หงส์แดง" ถึงได้นิ่งนอนใจนัก ทั้งที่ปีก่อนกว่าจะได้โควต้ามาเตะฟุตบอลยุโรปก็แทบรากเลือดแต่กลับไม่คิดจะเสริมหนักจัดเต็มแบบพี่ๆ เขาบ้างเลย วันนี้เลยจะมาวิเคราะห์ว่าขุมกำลังที่มีอยู่ของลิเวอร์พูล มันจะดีพอลุ้นแชมป์กับเขาได้หรือไม่.... ส่วนตัวผมนั้นขอตอบเลยว่ายังเชื่อมั่นว่าทีมที่มีอยู่มีดีพอจะงัดกับทีมมหาเศรษฐีลูกหนังอย่าง แมนยูฯ, เชลซี และ แมนซิตี้ แม้ว่าไม่ได้ใครเข้ามาเพิ่มแล้วก็ตาม สิ่งที่ทำให้เชื่อว่าเราดีพอที่จะลุ้นแชมป์ก็คือ... 1. การกลับมาของฟานไดค์ การได้ยอดกองหลังชาวดัตช์กลับมายืนคุมเกมรับ เป็นอะไรที่พี่น้อง ชาวหงส์ ทุกท่านต่างรอคอย เนื่องจากการขาดหายไปของกองหลังหมายเลข 4 เกือบทั้งซีซั่นก่อน ส่งผลมหาศาลต่อ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่แค่เกมรับ แต่มันส่งผลทั้งทีม ขาดการเปิดบอลจากแนวหลังสวยๆ ขาดการอ่านเกมแบบไว้ใจได้ เพื่อนร่วมทีมขาดกำลังใจเพราะขาดผู้นำไปหนึ่งคน เหตุผลเหล่านี้ทำเอาระบบ ลิเวอร์พูล รวนจนมั่วไปหมดในปีก่อน เพราะทั้งทีมต่างระแวงหลังจนเสียสมาธิ การกลับมาของเขาในปีนี้จะทำให้ลิเวอร์พูลกลับมาท็อปฟอร์มได้แน่นอน 2. ยังมีนักเตะรอปล่อยของ ด้วยสภาพทีมปีที่แล้วอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้เล่นหลายคนยังไม่สามารถปล่อยของได้เต็มที่ นักเตะอย่าง ดิโอโก้ โชต้า, ติเอโก้ อัลคันทาร่า, นาบี เกอิต้า, ทาคุมิ มินามิโนะ, หรือแม้กระทั่ง ดิอ๊อกซ์ ผู้เล่นเหล่านี้ยังรอเวลาที่จะได้ปลดปล่อยความสามารถที่แท้จริงออกมาอยู่ หากสภาพในทีมสมบูรณ์พอ และต้องมีโชคว่าจะไม่เจ็บไปเสียก่อนด้วยนะ เพราะผู้เล่นดังกล่าวทั้งหมดล้วนเป็นคนที่ เยอร์เกน คล็อปป์ พร้อมมอบความไว้วางใจให้เสมอ ฉะนั้นเชื่อได้เลยว่านักเตะกลุ่มนี้ มีของดีพร้อมปล่อยแน่หากทุกอย่างลงตัวและโชคชะตาไม่เล่นตลกเหมือนซีซั่นก่อน หรือไม่แน่ บางทีเราอาจจะได้เห็น ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ สร้างสิ่งมหรรศจรรย์ตามรอยรุ่นพี่ก็เป็นได้... 3. มีเซ็นเตอร์แบ็คที่ไว้ใจได้ถึง 4 คน ต้องอย่าลืมว่าปีก่อน ลิเวอร์พูล ขาดกองหลังตัวหลักยกชุด ต้องใช้มิดฟิลด์หรือกองหลังดาวรุ่งมาเล่นแทน เปลี่ยนคู่เซ็นเตอร์เป็นว่าเล่น 20 กว่าคู่ แต่ปีนี้ ลิเวอร์พูล มีกองหลังที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ถึง 4 คน 3 คนที่มีอยู่ก่อน เวอร์จิล ฟานไดค์, โจเอล มาติป, โจ โกเมส ต่างเป็นที่ยอมรับในเรื่องฝีเท้ากันมาก่อนอยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาอาการบาดเจ็บมากกว่า ที่ทำให้เหล่า เด็กหงส์ กังวล เนื่องจากปีที่ผ่าน ๆ ทุกคนต่างได้ยินกิตติศัพท์อาการบาดเจ็บของทั้ง มาติป และ โกเมส กันมาอยู่แล้ว แต่ปีนี้ทีมงานของ เดอะนอร์มอลวัน ก็เลือกที่จะเสริมตรงนี้โดยการกระชาก อิบราฮิมา โกนาโต้ กองหลังอนาคตไกล ชาวฝรั่งเศส เข้ามาเพื่อมาช่วยอุดรูปัญหาช่องว่างตรงนี้ โกนาเต้ เป็นกองหลังรูปร่างดี สูงใหญ่ แต่เล่นบอลกับเท้าได้ดีมาก ทักษะการเล่นกับบอลที่ดูแล้วเนียนตามาก ว่ากันว่าเขาอาจจะเป็นตัวแทน ฟานไดค์ ในระยะยาวกันเลยทีเดียว โกเมส และ โกนาเต้ อาจเป็นคู่หูในระยะยาวของ ลิเวอร์พูล ตามแผนการสร้างทีมของ คล็อปป์ การมีเกมรับที่ดีย่อมเหมือนมีเสาร์บ้านที่มั่นคง ดังคำพูดของยอดบรมกุนซือที่ว่า เกมรุกจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์ (เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) 4. เยอร์เกน คล็อปป์ ผมเชื่อเกิน 100% ในฝีมือของ คล็อปป์ จากผลงานที่ผ่านมาของเขา เจเค สร้างทีมได้อย่างน่าอัศจรรย์ พาทีมคว้าแชมป์ด้วยทรัพยากรณ์ที่จำกัดกว่าคู่แข่งอย่าง แมนซิตี้ มาตลอด แม้กระทั่งปีก่อนทีมเจอมรสุมแสนสาหัส แต่ก็ยังประคับประคองจนพาทีมขึ้นมาจบอันดับ 3 ได้ ฉะนั้นในเมื่อเขายังเชื่อในทีมของเขา แล้วเหตุผลอะไรที่ผมจะไม่เชื่อล่ะ.... แม้ว่าใจจริงแล้วผมยังอยากได้ผู้เล่นมาเสริมแนวรุกอีกสักคนก็เถอะ และเชื่อว่า คล็อปป์ เองก็ต้องการ แต่ติดปัญหาตรงที่สโมสรจะไม่ยอมเสริมหากไม่สามารถปล่อยของเดิมออกไปให้ได้เสียก่อน และด้วย คล็อปป์ ก็ไม่ใช่คนที่จะมาโอดครวญกับปัญหาเหล่านี้ เขาพร้อมจะสู้กับทุกปัญหาที่เขาเผชิญ พร้อมล้มยักษ์ทุกตนที่ขวางหน้า และเขาก็ทำให้เห็นมาแล้ว ผมจึงเชื่อว่าเขาจะทำมันได้อีกครั้งหนึ่ง... สถานการณ์ย่อมสร้างวีรบุรุษเสมอ [ นอร์มอลวัน ] ภาพปกจาก Twitter Liverpool FC ภาพประกอบจาก Twitter Liverpool FC : ภาพ1/ภาพ3/ภาพ4/ภาพ5 Twitter Virgil van Dijk : ภาพ2 ส่องนักบอลตัวเต็ง ดูสดระเบิดแมตช์สุดมันส์บน App TrueID โหลดฟรี !