หลังจบช่วงฟีฟ่า เดย์ ไปแล้ว เราได้ 23 ชาติที่เข้าไปเล่น ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย โดยยังเหลือที่นั่งอีก 9 ทีม แบ่งเป็นรอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป 4 ทีม, เพลย์ออฟ ระหว่าง เปรูกับนิว ซีแลนด์, ฮอนดูรัสกับออสเตรเลีย และอีก 3 ที่นั่งในโซนแอฟริกาที่ยังแข่งขันกันไม่จบ

ฟุตบอลโลก 2018

มีทีมที่สมหวัง ได้เข้าเป็นเล่นเป็นครั้งแรก อย่าง ไอซ์แลนด์ หรือ ปานามา ก็ย่อมมีทีมที่ผิดหวังพลาดท่าตกรอบ แบบช็อคแฟนๆ ฟุตบอล วันนี้ทีมงาม TrueID พาไปดูนักเตะระดับโลก ที่อกหักอดไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2018 ที่รัสเซีย

แกเร็ธ เบล (เวลส์)

แกเร็ธ เบลเวลส์ โชว์ผลงานได้อย่างดีเยี่ยมในยูโร 2016 หลังผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ด้วยการชนะทั้งอังกฤษ และเบลเยี่ยม ทำให้ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก “มังกรแดง” ถูกจับตามองว่าจะผ่านเข้าสู้รอบสุดท้ายได้อีกครั้ง หลังเคยเข้ามาแล้วในปี 1958

แกเร็ธ เบล ยิงให้เวลส์ ไป 4 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ ในรอบแบ่งกลุ่ม และช่วยให้เวลส์ ไม่แพ้ใครเลยใน 9 นัดแรก แต่เขาถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานทำให้ลงสนามช่วยทีมชาติไม่ได้ใน 2 นัดสุดท้าย ท้ายสุดเวลส์ ตกรอบหลังแพ้ ไอร์แลนด์ ในบ้านตัวเอง 1-0 โดยที่ “พญาวานร” ทำได้แค่นั่งมองอยู่บนอัฒจันทร์ เท่านั้น

ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง (กาบอง)

ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยองกองหน้าจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังพาทีมชาติกาบอง เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไม่ได้ แต่เข้าสู่รอบคัดเลือกรอบสุดท้ายของโซนแอฟริกา แต่ผลงานส่วนตัวของ “โอบา” กับกาบองไม่น่าพอใจนัก เพราะเจ้าตัวยิงไม่ได้เลยในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งนี้เลย แม้ว่ากับสโมสรจะซัดไป 13 ประตูจากการลงเล่นน 11 นัดก็ตาม

ในนัดรองสุดท้ายที่กาบอง ยังพอมีลุ้นเข้ารอบ ถ้าเอาชนะ โมร็อคโค ได้ แต่แพ้ไป 3-0 และ โอบาเมยอง ออกมาบอกว่า ที่ทีมแพ้เพราะทั้งทีมกินน้ำส้มแล้วท้องเสีย “มันไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น มันเลวร้าย เพราะน้ำส้มคั้นเมื่อเช้านี้”

ริยาด มาห์เรซ (แอลจีเรีย)

ริยาด มาห์เรซหลังแอลจีเรียเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2 ครั้งติดต่อและทะลุเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ในครั้งที่แล้ว อดีตทีมของ “ราเยวัช” ก็ยังไม่สามารถโชว์แบบนั้นได้อีกเลย

แม้ว่า ริยาด มาห์เรซ ซุปเปอร์สตาร์ของทีมจะเริ่มขุดหาฟอร์มของตัวเองเจอกับตันสังกัด “จิ้งจองสยาม” เลสเตอร์ได้ แต่ไม่ใช่กับ “จิ้งจอกทะเลทราย” แอลจีเรีย หลังไม่ชนะใครเลยในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2018 โซนแอฟริกา และยิงได้เพียง 3 ประตูเท่านั้น และทั้ง 3 ประตูไม่ได้มาจากชายที่ชื่อ มาห์เรซ เลย

คริสเตียน พูลิซิช (สหรัฐอเมริกา)

คริสเตียน พูลิซิชคริสเตียน พูลิซิช ในวัย 19 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว โดยโชว์ผลงานเข้าตาจนยักษ์ใหญ่หลายทีมจับตามอง หนึ่งในนั้นคือ ลิเวอร์พูล ที่จอห์น เฮนรี่ ประธานสโมสร ชาวสหรัฐอเมริกา สนใจดึงตัวเข้ามาเพื่อดึงดูแฟนบอลชาวลุงแซม

ในทีมชาติสหรัฐอเมริกา พูลิซิช ติดทีมชาติในปี 2016 และในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกครั้งนี้ เขายิงให้อเมริกาไปถึง 7 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ แจ้งเกิดของเจ้าตัว แม้ว่า “พญาอินทรี” จะโชว์ฟอร์มห่วย ออกไปแพ้ ทรินิแดด แอนด์ โตเบโก้ 2-1 ในนัดสุดท้าย ตกรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี

อาร์เยน ร็อบเบน (เนเธอร์แลนด์)

อาร์เยน ร็อบเบน96 นัดกับ 37 ประตู ของร็อบเบน เป็นตัวเลขสุดท้ายหลังเขาประกาศอำลาทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ ที่โชว์ฟอร์ยอดแย่ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ผิดกับเจ้าตัวที่ยิง 6 ประตูนำดาวซัลโวของ “อัสวินสีส้ม” เหนือรุ่นน้องอย่าง เดปาย

หลังจากที่ หลุยส์ ฟาน กัล พาทีมได้ถึงที่ 3 ในฟุตบอลโลกหนที่แล้วที่บราซิล หลังจากนั้น “อัศวินสีส้ม” ก็เข้าสู่ยุคมืด การตกรอบแบ่งกลุ่มยูโร 2016 คงบอกได้เป็นอย่างดี แม้ว่าการเปลี่ยนกุนซือมาใช้ ดิค อัดโวคาต ก็ไม่ช่วยให้ทีมดีขึ้นแต่อย่างใด ฮอลแลนด์กระเด็นตกรอบฟุตบอลโลก 2018 หลังเข้ารอบสุดท้ายมาแล้ว 6 ครั้งติดต่อกัน

“ผมต้องการโฟกัสไปที่การลงเล่นให้กับสโมสร ตอนนี้มันถึงเวลาสมควรแล้วที่จะส่งต่อให้กับสายเลือดใหม่ขึ้นมาสู่ทีม” ร็อบเบน กล่าวหลังประกาศอำลาทีมชาติ

อเล็กซิส ซานเชซ (ชิลี)

อเล็กซิส ซานเชซใครจะไปเชื่อว่าเจ้าของแชมป์โคปา อเมริกา 2 สมัยล่าสุด และอันกับ 9 ของโลก อย่างชิลี จะตกรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 แบบสุดช็อค

ชิลี เปิดหัวรอบคัดเลือกได้อย่างสวยงาม หลังเอาชนะบราซิลไป 2-0 แต่ผลงานกลับตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะยามเป็นทีมเยือน ที่แพ้ไปถึง 6 นัดจาก 9 นัด และในนัดสุดท้าย การเสมอบราซิล หรือแพ้ไม่เกิน 2 ลูกก็ทำให้แชมป์โคปา 2 สมัยซ้อนผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้แล้ว แต่กลับโดย กาเบรียล เฆซุส ซัดประตูที่ 3 บอกลา อเล็กซิสและผองเพื่อน ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ดาวิด อลาบา (ออสเตรีย)

ดาวิด อลาบาลูกครึ่งฟิลิปปินส์ ยังพาทีมชาติออสเตรีย ไปไม่ถึงฝังฝัน หลังเคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลกปี 1954 ส่วนครั้งล่าสุดที่ออสเตรีย เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกคือตอนฟร้อง 98 หลังจากนั้น ออสเตรีย ไม่เข้าใกล้คำว่าฟุตบอลโลกอีกเลย

แม้ว่า อลาบา จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญให้กับทั้งบาเยิร์น และออสเตรีย แต่อลาบา ยังแกร่งไม่พอที่จะแบกทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย

เอดิน เชโก้ (บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา)

เอดิน เชโก้เจ้าของดาวซัลโว กัลโช่ เซเรีย อา ในฤดูกาลที่แล้ว(2016/2017) ด้วยผลงาน 29 ประตูกับโรม่า ทำให้เชโก้ เป็นตัวความหวังในการทำประตูของบอสเนีย ซึ่งเชโก้ก็ไม่ทำให้ทีมผิดหวัง ซัดไปถึง 5 ประตู และบอสเนียยิงไปถึง 24 ประตูในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แต่นั่นไม่เพียงพอ เพราะ “ลิลลี่สีทอง” พลาดท่าไปแพ้ทีมรองบ่อนอย่างไซปรัส 3-2 ทำให้ เจ้าเทพนิยายกรีก แชมป์ยูโร 2004 คว้าตั๋วเพลย์-ออฟไปครองแทน ด้วยแต้มมากกว่าเพียง 2 คะแนน

เฮนริค มคิตาร์ยาน (อาร์เมเนีย)

เฮนริค มคิตาร์ยาน

อาร์เมเนีย ยังเป็นสมันน้อยในยุโรป แต่ผิดกับชื่อชั้นของ มคิตาร์ยาน ที่ก้าวขึ้นมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังย้ายมาด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร

กับทีมชาติ มคิตาร์ยาน เหมาะสมกับคำว่า “เดอะแบก” ของจริงหลังมีส่วนถึง 4 ประตูจาก 10 ประตูที่ทีมทำได้ในรอบคัดเลือก และเป็นคนยิงประตูขึ้นนำในเกมที่เอาชนะ คาซัคสถาน 2-0

บอลไทยบอลนอก ไม่พลาดทุกบิ๊กแมตช์ รวม 7 ลีก 5 ถ้วย มันส์ ชัดระดับ HD พร้อมกีฬาฮิตอีกมากมาย และ คลิปไฮไลท์ฟุตบอล
ติดตามข่าวสารได้ที่ TrueID App และ เว็บไซต์ Sport.Trueid.net หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID